เอ็นไขว้หน้าเข่าบาดเจ็บได้อย่างไร? และ ตรวจ รักษาอย่างไร?


ที่มารูปภาพ: brgfx. (2023). สืบค้นจาก www. www.freepik.com
หากใครติดตามกีฬาต่างๆ มักจะเคยได้ยินข่าวอาการบาดเจ็บ เอ็นไข้หน้า หรือ anterior cruciate ligaments (ACL) ซึ่งหากนักกีฬาคนใดบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้า มักจะต้องหยุดพัก เพื่อใช้เวลาในการรักษาและฟื้นฟูเป็นเวลานาน นอกจากนักกีฬามืออาชีพเท่านั้นที่มีโอกาสได้รับการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้า แต่ในผู้คนทั่วไปก็มีสิทธิ์ได้รับการบาดเจ็บเช่นกัน ไม่ว่าจะมาจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ ดังนั้น ในบทความนี้จะมาอธิบายว่า เอ็นไขว้หน้าเข่า ทำหน้าที่อะไร ได้รับการบาดเจ็บได้อย่างไร มีวิธีการตรวจ และรักษาอย่างไร
ก่อนที่เราจะทำความรู้จักกับเอ็นไขว้หน้า เรามาทำความรู้จักกับข้อเข่ากันก่อน “ข้อเข่า” เป็นข้อต่อที่มีลักษณะเป็น “บานพับ” (Hinge joint) ซึ่งทำให้เข่ามีหน้าที่ในการเคลื่อนไหวหลักคือ การ “งอ” และ ”เหยียด” (ตามรูปที่ 1) แต่ถ้าหากเราสังเกตุการทำงานของข้อเข่าแล้วนั้นจะพบว่านอกจากการงอและเหยียด ยังมีการเคลื่อนไหวอื่นอีก ได้แก่ การ “หมุน” (Rotation) และ การเคลื่อนไปด้าน “หน้า”/ ”หลัง” (Anterior/posterior translation) (1)

รูปที่ 1 การเคลื่อนไหวหลักของข่อเข่า “งอ” และ ”เหยียด”
การเคลื่อนไหวที่กล่าวมาทั้งหมดของเข่าสามารถเคลื่อนที่ได้ในองศาที่จำกัด ถ้าหากมีการเคลื่อนไหวที่มากกว่านั้นอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่บริเวณข้อเข่าได้ ดังนั้นร่างกายจึงสร้าง “เอ็น” (Ligament) เพื่อมาป้องกันการเคลื่อนไหวที่มากเกินไปของ ข้อเข่า ซึ่งเมื่อมีการเคลื่อนไหวข้อเข่าที่มากเกินไปไม่ว่าจะทิศทางไหน เอ็นเข่าอาจได้รับความเสียหาย
หน้าที่ของ ACL
เอ็นไขว้หน้า (Anterior cruciate ligament) มีจุดเกาะระหว่างกระดูกขาท่อนบน (Femoral bone) และกระดูกขาท่อนล่าง (Tibia bone) ซึ่งเอ็นไขว้หน้าทำหน้าที่ในการป้องกันการเคลื่อนไหวของข้อเข่าในทิศทาง “หมุน” (Rotation) และ การเคลื่อนไปด้าน “หน้า” / ”หลัง” (Anterior/posterior translation) (ตามรูปที่ 2) (2)

รูปที่ 2 เอ็นไขว้หน้า (Anterior cruciate ligament)
สาเหตุที่ทำให้เอ็นไขว้หน้าได้รับการบาดเจ็บ
จากที่กล่าวไปเมื่อข้อเข่ามีการเคลื่อนไหวในทิศทางใดทิศทางหนึ่งมากเกินไปหรือเกิดพร้อมกันหลายทิศทาง อาจทำให้เอ็นไขว้หน้าได้รับความเสียหาย โดยลักษณะข้อเข่าที่ทำให้เกิดเอ็นไขว้หน้าบาดเจ็บได้มากที่สุดคือ เข่าฉิ่ง (knee valgus) ซึ่งลักษณะข้อเข่านี้จะประกอบไปด้วยการ งอเข่า (Flexion) บิดหมุนเข้าด้านใน (internal rotation) และการเคลื่อนที่ไปด้านหน้า (Anterior translation) ของกระดูกขาท่อนล่าง (Tibia) (ตามรูปที่ 3) เมื่อเกิดลักษณะเข่าดังกล่าวจะทำให้เอ็นไขว้หน้ารับภาระในการป้องกันไม่ให้เกิดการเคลื่อนที่ที่มากเกินไป จนเมื่อเอ็นไขว้หน้าไม่สามารถรับภาระนี้ได้ ทำให้เอ็นไขว้หน้าได้รับบาดเจ็บหรือฉีกขาดออกจากกัน (2)

รูปที่ 3 เข่าฉิ่ง (knee valgus)
ซึ่งสามารถแบ่งสาเหตุที่ทำให้เอ็นไขว้หน้าได้รับอาการบาดเจ็บได้ 2 ประเภท
1. ได้รับอาการบาดเจ็บจากการ ปะทะ (Contact) มักเกิดขึ้นในนักกีฬา ซึ่งเกิดจากการปะทะภายในเกมกีฬา เช่น ฟุตบอล, บาสเก็ตบอล และอเมริกันฟุตบอล (ตามรูปที่ 4) เป็นต้น (3)

รูปที่ 4 จังหวะเข้าปะทะในอเมริกันฟุตบอล ทำให้เกิดเอ็นไขว้หน้าฉีกขาด
2. ได้รับอาการบาดเจ็บโดย ไม่มีการปะทะ (Non-contact) สำหรับนักกีฬา อาการบาดเจ็บที่เกิดจากสาเหตุนี้ มีสถิติการเกิดอาการบาดเจ็บมากกว่าการเกิดจากการปะทะ โดยมักจะเกิดขณะที่นักกีฬาวิ่งเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว (รูปที่5) และการลงพื้นหลังจากการกระโดด (รูปที่ 6) เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมที่กล่าวมา ถ้าหากควบคุมการเคลื่อนไหวของข้อเข่าไม่ดีอาจทำให้เกิด เข่าฉิ่ง (valgus) และเกิดอาการบาดเจ็บที่เอ็นไขว้หน้าได้ ซึ่งเกิดในเกมกีฬาเช่น วอลเลย์บอล และบาสเกตบอล เป็นต้น (3)

รูปที่ 5 วิ่งเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดเข่าฉิ่ง (knee valgus)

รูปที่ 6 การลงพื้นหลังจากการกระโดด ทำให้เกิดเข่าฉิ่ง (knee valgus)
การตรวจร่างกาย
1. การตรวจร่างกาย โดยไม่ใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ (เบื้องต้น) ซึ่งการตรวจร่างกายแบบนี้ เหมาะแก่การตรวจประเมินเบื้องต้น โดยสามารถทำได้ ดังต่อไปนี้
1.1 การสังเกตภายนอก (Observation) เมื่อมีผู้บาดเจ็บสิ่งแรกที่ควรทำคือการตรวจประเมินด้วยสายตาว่า ข้อเข่าข้างที่ได้รับบาดเจ็บมีการผิดรูปหรือไม่ ซึ่งถ้าหากพบว่าเข่าผิดรูป ควรที่จะเรียกรถพยาบาลหรือหน่วยงานที่สามารถช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย สิ่งที่ไม่ควรทำคือการพยายามจัดหรือดัดให้ข้อเข่ากลับมาอยู่ในรูปแบบปกติ เพราะถ้าหากมีภาวะกระดูกหักแบบปิดหรือกระดูกร้าว เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าได้ และอาจจะทำให้โครงสร้างภายในของเข่าบาดเจ็บมากขึ้น
1.2 การเคลื่อนไหว (Movement) เมื่อทำการตรวจประเมินด้วยสายตาแล้วพบว่า ข้อเข่าข้างที่ได้รับบาดเจ็บไม่มีการผิดรูป ให้ผู้บาดเจ็บลองขยับข้อเข่าด้วยตัวเอง ถ้าหากขยับข้อเข่าไม่ได้หรือเกิดอาการเข่าล็อค ควรนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจประเมินเพิ่มเติม (4)
คือการตรวจประเมินว่า เอ็นไขว้หน้า (ACL) มีการฉีกขาดหรือไม่ โดยสามารถตรวจประเมินได้ในเบื้องต้นเท่านั้น เช่น “Anterior drawer test” และ “The Lachman test” เป็นต้น ควรตรวจประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักกายภาพบำบัดหรือแพทย์ เป็นต้น หากตรวจประเมินไม่ถูกต้องอาจทำให้ได้รับการบาดเจ็บเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตามถ้าหากผู้บาดเจ็บยังมีอาการปวดเข่า เมื่อยืนเดินลงน้ำหนักหรือไม่มั่นใจว่าเอ็นไขว้หน้าจะได้รับความเสียหายหรือไม่ แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินเพิ่มเติม (4)
2. การตรวจร่างกาย โดยใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์
2.1 Magnetic resonance Imaging (MRI) คือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่นิยมมากที่สุดในการตรวจร่างกายเพิ่มเติม เพื่อวินิจฉัยว่า เอ็นไหว้หน้า เสียหายมากน้อยแค่ไหน และมีโครงสร้างอื่นภายในข้อเข่าเสียหายหรือไม่
2.2 X-rays คือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไม่สามารถตรวจวินิจฉัยได้ว่า เอ็นไขว้หน้าได้รับความเสียหายหรือไม่ แต่นิยมใช้ในการตรวจวินิจฉัยดูว่ามีภาวะแทรกซ้อนอื่นหรือไม่เช่น มีภาวะกระดูกหัก และข้อเข่าบวม เป็นต้น (4)
การรักษา
1. การรักษาโดยไม่ผ่าตัด (Non-operative management) คือการรักษาอยู่ภายใต้การดูแลนักกายภาพบำบัดหรือบุคคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง โดยการรักษาแบบนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่เอ็นไขว้หน้าฉีดขาดเพียงบางส่วน (partial tear) และนักกีฬาที่เล่นกีฬาที่ไม่มีการวิ่งเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว หรือ กีฬาที่ไม่จำเป็นต้องการความมั่นคงของข้อเข่ามาก
2. การรักษาด้วยการผ่าตัด (Operative management) คือการรักษาด้วยการผ่าตัดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยการรักษาแบบนี้เหมาะกับ ผู้ป่วยที่เอ็นไขว้หน้าขาดออกจากกัน (Complete tear) การรักษาด้วยการผ่าตัดสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
1. การผ่าตัดเย็บซ้อมเอ็น (ACL repair surgery) คือ การผ่าตัดเย็บเอ็นที่ขาดเข้าหากัน
2. การผ่าตัดทดแทนเอ็น (ACL reconstruction surgery) คือ การผ่าตัดนำเอ็นกล้ามเนื้อจากกล้ามเนื้อมัดอื่นในร่างกายมากทดแทนเอ็นไขว้หน้าที่ฉีดขาด (5)
เรียบเรียงโดย กภ.ไกรวิชญ์ เลิศนิธิพรกุล
เอกสารอ้างอิง
- Dargel J, Gotter M, Mader K, Pennig D, Koebke J, Schmidt-Wiethoff R. Biomechanics of the anterior cruciate ligament and implications for surgical reconstruction. Strategies Trauma Limb Reconstr. 2007 Apr;2(1):1-12. doi: 10.1007/s11751-007-0016-6. PMID: 18427909; PMCID: PMC2321720.
- Domnick C, Raschke MJ, Herbort M. Biomechanics of the anterior cruciate ligament: Physiology, rupture and reconstruction techniques. World J Orthop. 2016 Feb 18;7(2):82-93. doi: 10.5312/wjo.v7.i2.82. PMID: 26925379; PMCID: PMC4757662.
- Takahashi, Saeko MSa,∗; Nagano, Yasuharu PhDb; Ito, Wataru PhDc; Kido, Yosuke MSa; Okuwaki, Toru MDa. A retrospective study of mechanisms of anterior cruciate ligament injuries in high school basketball, handball, judo, soccer, and volleyball. Medicine 98(26):p e16030, June 2019. | DOI: 10.1097
- Evans J, Mabrouk A, Nielson JL. Anterior Cruciate Ligament Knee Injury. 2023 Nov 17. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2025 Jan–. PMID: 29763023.
- Robinson JD Jr, Williamson T, Carson T, Whelan RJ, Abelow SP, Gilmer BB. Primary anterior cruciate ligament repair: Current concepts. J ISAKOS. 2023 Dec;8(6):456-466. doi: 10.1016/j.jisako.2023.08.008. Epub 2023 Aug 24. PMID: 37633336.




