mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

เอ็นไขว้หน้าเข่าบาดเจ็บได้อย่างไร? และ ตรวจ รักษาอย่างไร?

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • เอ็นไขว้หน้าเข่าบาดเจ็บได้อย่างไร? และ ตรวจ รักษาอย่างไร?

เอ็นไขว้หน้าเข่าบาดเจ็บได้อย่างไร? และ ตรวจ รักษาอย่างไร?

พฤษภาคม 23, 2025
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • Anterior cruciate ligament injury
  • Causes of ACL injury
  • Management of ACL injury
ที่มารูปภาพ: brgfx. (2023). สืบค้นจาก www. www.freepik.com

ที่มารูปภาพ: brgfx. (2023). สืบค้นจาก www. www.freepik.com

หากใครติดตามกีฬาต่างๆ มักจะเคยได้ยินข่าวอาการบาดเจ็บ เอ็นไข้หน้า หรือ anterior cruciate ligaments (ACL) ซึ่งหากนักกีฬาคนใดบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้า มักจะต้องหยุดพัก เพื่อใช้เวลาในการรักษาและฟื้นฟูเป็นเวลานาน นอกจากนักกีฬามืออาชีพเท่านั้นที่มีโอกาสได้รับการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้า แต่ในผู้คนทั่วไปก็มีสิทธิ์ได้รับการบาดเจ็บเช่นกัน ไม่ว่าจะมาจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ ดังนั้น ในบทความนี้จะมาอธิบายว่า เอ็นไขว้หน้าเข่า ทำหน้าที่อะไร ได้รับการบาดเจ็บได้อย่างไร มีวิธีการตรวจ และรักษาอย่างไร

ก่อนที่เราจะทำความรู้จักกับเอ็นไขว้หน้า เรามาทำความรู้จักกับข้อเข่ากันก่อน “ข้อเข่า” เป็นข้อต่อที่มีลักษณะเป็น “บานพับ” (Hinge joint) ซึ่งทำให้เข่ามีหน้าที่ในการเคลื่อนไหวหลักคือ การ “งอ” และ ”เหยียด” (ตามรูปที่ 1) แต่ถ้าหากเราสังเกตุการทำงานของข้อเข่าแล้วนั้นจะพบว่านอกจากการงอและเหยียด ยังมีการเคลื่อนไหวอื่นอีก ได้แก่ การ “หมุน” (Rotation) และ การเคลื่อนไปด้าน “หน้า”/ ”หลัง” (Anterior/posterior translation) (1)

ที่มารูปภาพ: แอพพลิเคชั่น “Human anatomy atlas”

รูปที่ 1 การเคลื่อนไหวหลักของข่อเข่า “งอ” และ ”เหยียด”

การเคลื่อนไหวที่กล่าวมาทั้งหมดของเข่าสามารถเคลื่อนที่ได้ในองศาที่จำกัด ถ้าหากมีการเคลื่อนไหวที่มากกว่านั้นอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่บริเวณข้อเข่าได้ ดังนั้นร่างกายจึงสร้าง “เอ็น” (Ligament) เพื่อมาป้องกันการเคลื่อนไหวที่มากเกินไปของ ข้อเข่า ซึ่งเมื่อมีการเคลื่อนไหวข้อเข่าที่มากเกินไปไม่ว่าจะทิศทางไหน เอ็นเข่าอาจได้รับความเสียหาย

หน้าที่ของ ACL

เอ็นไขว้หน้า (Anterior cruciate ligament) มีจุดเกาะระหว่างกระดูกขาท่อนบน (Femoral bone) และกระดูกขาท่อนล่าง (Tibia bone) ซึ่งเอ็นไขว้หน้าทำหน้าที่ในการป้องกันการเคลื่อนไหวของข้อเข่าในทิศทาง “หมุน” (Rotation) และ การเคลื่อนไปด้าน “หน้า” / ”หลัง” (Anterior/posterior translation) (ตามรูปที่ 2) (2)

ที่มารูปภาพ: แอพพลิเคชั่น “Human anatomy atlas”

รูปที่ 2 เอ็นไขว้หน้า (Anterior cruciate ligament)

สาเหตุที่ทำให้เอ็นไขว้หน้าได้รับการบาดเจ็บ

จากที่กล่าวไปเมื่อข้อเข่ามีการเคลื่อนไหวในทิศทางใดทิศทางหนึ่งมากเกินไปหรือเกิดพร้อมกันหลายทิศทาง อาจทำให้เอ็นไขว้หน้าได้รับความเสียหาย โดยลักษณะข้อเข่าที่ทำให้เกิดเอ็นไขว้หน้าบาดเจ็บได้มากที่สุดคือ เข่าฉิ่ง (knee valgus) ซึ่งลักษณะข้อเข่านี้จะประกอบไปด้วยการ งอเข่า (Flexion) บิดหมุนเข้าด้านใน (internal rotation) และการเคลื่อนที่ไปด้านหน้า (Anterior translation) ของกระดูกขาท่อนล่าง (Tibia) (ตามรูปที่ 3) เมื่อเกิดลักษณะเข่าดังกล่าวจะทำให้เอ็นไขว้หน้ารับภาระในการป้องกันไม่ให้เกิดการเคลื่อนที่ที่มากเกินไป จนเมื่อเอ็นไขว้หน้าไม่สามารถรับภาระนี้ได้ ทำให้เอ็นไขว้หน้าได้รับบาดเจ็บหรือฉีกขาดออกจากกัน (2)

ที่มารูปภาพ: แอพพลิเคชั่น “Human anatomy atlas”

รูปที่ 3 เข่าฉิ่ง (knee valgus)

ซึ่งสามารถแบ่งสาเหตุที่ทำให้เอ็นไขว้หน้าได้รับอาการบาดเจ็บได้ 2 ประเภท

1. ได้รับอาการบาดเจ็บจากการ ปะทะ (Contact) มักเกิดขึ้นในนักกีฬา ซึ่งเกิดจากการปะทะภายในเกมกีฬา เช่น ฟุตบอล, บาสเก็ตบอล และอเมริกันฟุตบอล (ตามรูปที่ 4) เป็นต้น (3)

ที่มารูปภาพ: Judd McCullum. (2010). สืบค้นจาก www.flickr.com

รูปที่ 4 จังหวะเข้าปะทะในอเมริกันฟุตบอล ทำให้เกิดเอ็นไขว้หน้าฉีกขาด

2. ได้รับอาการบาดเจ็บโดย ไม่มีการปะทะ (Non-contact) สำหรับนักกีฬา อาการบาดเจ็บที่เกิดจากสาเหตุนี้ มีสถิติการเกิดอาการบาดเจ็บมากกว่าการเกิดจากการปะทะ โดยมักจะเกิดขณะที่นักกีฬาวิ่งเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว (รูปที่5) และการลงพื้นหลังจากการกระโดด (รูปที่ 6) เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมที่กล่าวมา ถ้าหากควบคุมการเคลื่อนไหวของข้อเข่าไม่ดีอาจทำให้เกิด เข่าฉิ่ง (valgus) และเกิดอาการบาดเจ็บที่เอ็นไขว้หน้าได้ ซึ่งเกิดในเกมกีฬาเช่น วอลเลย์บอล และบาสเกตบอล เป็นต้น (3)

รูปที่ 5 วิ่งเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดเข่าฉิ่ง (knee valgus)

รูปที่ 5 วิ่งเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดเข่าฉิ่ง (knee valgus)

รูปที่ 6 การลงพื้นหลังจากการกระโดด ทำให้เกิดเข่าฉิ่ง (knee valgus)

รูปที่ 6 การลงพื้นหลังจากการกระโดด ทำให้เกิดเข่าฉิ่ง (knee valgus)

การตรวจร่างกาย

1. การตรวจร่างกาย โดยไม่ใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ (เบื้องต้น) ซึ่งการตรวจร่างกายแบบนี้ เหมาะแก่การตรวจประเมินเบื้องต้น โดยสามารถทำได้ ดังต่อไปนี้

1.1 การสังเกตภายนอก (Observation) เมื่อมีผู้บาดเจ็บสิ่งแรกที่ควรทำคือการตรวจประเมินด้วยสายตาว่า ข้อเข่าข้างที่ได้รับบาดเจ็บมีการผิดรูปหรือไม่ ซึ่งถ้าหากพบว่าเข่าผิดรูป ควรที่จะเรียกรถพยาบาลหรือหน่วยงานที่สามารถช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย สิ่งที่ไม่ควรทำคือการพยายามจัดหรือดัดให้ข้อเข่ากลับมาอยู่ในรูปแบบปกติ เพราะถ้าหากมีภาวะกระดูกหักแบบปิดหรือกระดูกร้าว เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าได้ และอาจจะทำให้โครงสร้างภายในของเข่าบาดเจ็บมากขึ้น

1.2 การเคลื่อนไหว (Movement) เมื่อทำการตรวจประเมินด้วยสายตาแล้วพบว่า ข้อเข่าข้างที่ได้รับบาดเจ็บไม่มีการผิดรูป ให้ผู้บาดเจ็บลองขยับข้อเข่าด้วยตัวเอง ถ้าหากขยับข้อเข่าไม่ได้หรือเกิดอาการเข่าล็อค ควรนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจประเมินเพิ่มเติม (4)

คือการตรวจประเมินว่า เอ็นไขว้หน้า (ACL) มีการฉีกขาดหรือไม่ โดยสามารถตรวจประเมินได้ในเบื้องต้นเท่านั้น เช่น “Anterior drawer test” และ “The Lachman test” เป็นต้น ควรตรวจประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักกายภาพบำบัดหรือแพทย์ เป็นต้น หากตรวจประเมินไม่ถูกต้องอาจทำให้ได้รับการบาดเจ็บเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามถ้าหากผู้บาดเจ็บยังมีอาการปวดเข่า เมื่อยืนเดินลงน้ำหนักหรือไม่มั่นใจว่าเอ็นไขว้หน้าจะได้รับความเสียหายหรือไม่ แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินเพิ่มเติม (4)

2. การตรวจร่างกาย โดยใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์

2.1 Magnetic resonance Imaging (MRI) คือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่นิยมมากที่สุดในการตรวจร่างกายเพิ่มเติม เพื่อวินิจฉัยว่า เอ็นไหว้หน้า เสียหายมากน้อยแค่ไหน และมีโครงสร้างอื่นภายในข้อเข่าเสียหายหรือไม่

2.2 X-rays คือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไม่สามารถตรวจวินิจฉัยได้ว่า เอ็นไขว้หน้าได้รับความเสียหายหรือไม่ แต่นิยมใช้ในการตรวจวินิจฉัยดูว่ามีภาวะแทรกซ้อนอื่นหรือไม่เช่น มีภาวะกระดูกหัก และข้อเข่าบวม เป็นต้น (4)

การรักษา

1. การรักษาโดยไม่ผ่าตัด (Non-operative management) คือการรักษาอยู่ภายใต้การดูแลนักกายภาพบำบัดหรือบุคคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง โดยการรักษาแบบนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่เอ็นไขว้หน้าฉีดขาดเพียงบางส่วน (partial tear) และนักกีฬาที่เล่นกีฬาที่ไม่มีการวิ่งเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว หรือ กีฬาที่ไม่จำเป็นต้องการความมั่นคงของข้อเข่ามาก

 

2. การรักษาด้วยการผ่าตัด (Operative management) คือการรักษาด้วยการผ่าตัดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยการรักษาแบบนี้เหมาะกับ ผู้ป่วยที่เอ็นไขว้หน้าขาดออกจากกัน (Complete tear) การรักษาด้วยการผ่าตัดสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

1. การผ่าตัดเย็บซ้อมเอ็น (ACL repair surgery) คือ การผ่าตัดเย็บเอ็นที่ขาดเข้าหากัน

2. การผ่าตัดทดแทนเอ็น (ACL reconstruction surgery) คือ การผ่าตัดนำเอ็นกล้ามเนื้อจากกล้ามเนื้อมัดอื่นในร่างกายมากทดแทนเอ็นไขว้หน้าที่ฉีดขาด (5)

เรียบเรียงโดย กภ.ไกรวิชญ์ เลิศนิธิพรกุล

เอกสารอ้างอิง

  1. Dargel J, Gotter M, Mader K, Pennig D, Koebke J, Schmidt-Wiethoff R. Biomechanics of the anterior cruciate ligament and implications for surgical reconstruction. Strategies Trauma Limb Reconstr. 2007 Apr;2(1):1-12. doi: 10.1007/s11751-007-0016-6. PMID: 18427909; PMCID: PMC2321720.
  2. Domnick C, Raschke MJ, Herbort M. Biomechanics of the anterior cruciate ligament: Physiology, rupture and reconstruction techniques. World J Orthop. 2016 Feb 18;7(2):82-93. doi: 10.5312/wjo.v7.i2.82. PMID: 26925379; PMCID: PMC4757662.
  3. Takahashi, Saeko MSa,∗; Nagano, Yasuharu PhDb; Ito, Wataru PhDc; Kido, Yosuke MSa; Okuwaki, Toru MDa. A retrospective study of mechanisms of anterior cruciate ligament injuries in high school basketball, handball, judo, soccer, and volleyball. Medicine 98(26):p e16030, June 2019. | DOI: 10.1097
  4. Evans J, Mabrouk A, Nielson JL. Anterior Cruciate Ligament Knee Injury. 2023 Nov 17. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2025 Jan–. PMID: 29763023.
  5. Robinson JD Jr, Williamson T, Carson T, Whelan RJ, Abelow SP, Gilmer BB. Primary anterior cruciate ligament repair: Current concepts. J ISAKOS. 2023 Dec;8(6):456-466. doi: 10.1016/j.jisako.2023.08.008. Epub 2023 Aug 24. PMID: 37633336.
Post Views: 7,228
Share
32

Related posts

มกราคม 23, 2026

กายภาพบำบัดในเด็กกลุ่มอาการเรตต์ (Rett syndrome)


Read more
มกราคม 16, 2026

เจ็บข้อมือด้านนิ้วก้อย ไม่หายสักที หรืออาจไม่ใช่แค่ “ปวดข้อมือธรรมดา” มาทำความรู้จัก TFCC Injury


Read more
ธันวาคม 19, 2025

Knee OA in the young : อายุน้อยก็เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้


Read more
ธันวาคม 17, 2025

ข้อเข่ามีเสียงรักษาได้อย่างไร?


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.