mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

มารู้จัก “ภาวะกระดูกหัก” กันเถอะ

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • มารู้จัก “ภาวะกระดูกหัก” กันเถอะ

มารู้จัก “ภาวะกระดูกหัก” กันเถอะ

ตุลาคม 3, 2019
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • ภาวะกระดูกหัก

หากพูดถึง “กระดูกหัก” คงไม่มีใครไม่รู้จัก เนื่องจากกระดูกหักนั้นสามารถเกิดได้ทุกเพศทุกวัย แต่รู้หรือไม่ว่าภาวะกระดูกหักนั้นมีหลายประเภท ซึ่งเกิดจากปัจจัยและสาเหตุที่แตกต่างกัน รวมทั้งการฟื้นตัวและการรักษายังแตกต่างกันอีกด้วย เพื่อให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมและสามารถปฏิบัติตนให้ถูกต้อง ดังนั้นเรามาทำความรู้จักภาวะกระดูกหักกันดีกว่า

กระดูก คืออวัยวะที่ทำหน้าที่หลักเป็นโครงสร้างของร่างกาย และยังมีหน้าที่อื่นอีกเช่น เป็นที่เกาะของกล้ามเนื้อ เป็นเกราะป้องกันให้อวัยวะภายใน เป็นคานในการเคลื่อนที่ เป็นแหล่งสะสมแร่ธาตุ อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตเม็ดเลือดอีกด้วย (1) โดยสามารถแบ่งเนื้อเยื่อกระดูกจากสภาพภายนอกได้เป็น 2 แบบคือ กระดูกเนื้อแน่น และกระดูกเนื้อพรุน หากแบ่งจากรูปร่างของกระดูกสามารถแบ่งออกเป็น 5 แบบคือ 1.กระดูกที่มีรูปร่างยาว (long bone) เช่น แขนและขา 2. กระดูกที่มีรูปร่างสั้น (short bone) เช่น ข้อมือ ข้อเท้า 3. กระดูกรูกร่างแบน (flat bon) เช่น กระดูกซี่โครง กระดูกสะบัก กระดูกเชิงกราน 4. กระดูกที่มีรูปร่างพิเศษ (irregular bone) เช่น กระดูกสันหลัง กระดูกใบหน้า 5. กระดูกที่มีรูปร่างคล้ายเมล็ดงา (sesamoid bone) พบได้ที่บริเวณเข่าและเท้า (1,2)

“กระดูกหัก” คือภาวะที่มีการแตกหักของผิวกระดูกหรือผิวข้อต่อ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยตัวกระดูกนั้นมีคุณสมบัติที่แข็งแรงและสามารถยืดหยุ่นได้ แต่ถ้าแรงที่มากระทำนั้นมากเกินไปก็ทำให้กระดูกหักได้เช่นเดียวกัน สาเหตุที่ทำให้กระดูกหักสามารถแบ่งได้เป็น 3 สาเหตุ (3) คือ

  1. จากการบาดเจ็บครั้งเดียว โดยมีแรงมากระทำอย่างรุนแรงต่อกระดูกนั้นโดยตรงหรือโดยอ้อม เช่น แรงกระชากตรงจุดเกาะเอ็นกล้ามเนื้อทำให้กระดูกหักหลุดออกจากกัน เป็นต้น
  2. จากการบาดเจ็บซ้ำ โดยมีแรงมากระทำต่อกระดูกเป็นเวลานานจนเลยจุดที่กระดูกจะทนได้จึงเกิดการหัก ซึ่งเรียกว่า fatigue หรือ stress fracture
  3. จากภาวะผิดปกติที่ทำให้กระดูกไม่แข็งแรง แรงที่มากระทำไม่ต้องมากนักก็สามารถทำให้กระดูกหักได้ จึงมักเกิดโดยที่ไม่ได้รับอุบัติเหตุและมีชื่อเรียกว่า pathological fracture

รูปที่ 1 รูปแบบการหักของกระดูกที่เกิดจากแรงกระทำที่แตกต่างกัน

การสังเกตและวินิจฉัยสามารถดูได้จากประวัติและสภาวะร่างกาย (2) คือผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวดเฉพาะที่ เจ็บปวดเพิ่มขึ้นเมื่อทำการเคลื่อนไหว ไม่สามารถใช้งานร่างกายส่วนที่มีกระดูกหักได้ มีการบวมบริเวณที่กระดูกหักยกเว้นการหักของกระดูกชิ้นที่อยู่ลึกอาจจะไม่เห็นการบวม อาจสังเกตเห็นผิวหนังบริเวณนั้นมีสีแดงคล้ำจากภาวะเลือดออกใต้ผิวหนัง และเพื่อการยืนยันการหัก ตำแหน่งที่หัก และความรุนแรง แพทย์จะทำการวินิจฉัยด้วยการตรวจทางรังสีวิทยา คือการทำ X–ray หรือ MRI

กระบวนการฟื้นตัวของร่างกายหลังจากภาวะกระดูกหัก แบ่งได้เป็น 3 ระยะ (4,5) ได้แก่

  1. ระยะอักเสบ กินเวลาตั้งแต่บาดเจ็บถึง 6 วัน เป็นระยะที่เนื้อเยื่อได้กำจัดสิ่งที่เป็นอันตรายออกจากร่างกาย หรือทำให้เจือจางลง ในระยะนี้เนื้อเยื่อจะมีลักษณะปวด บวม แดง ร้อน และไม่สามารถทำงานได้
  2. ระยะซ่อมสร้าง กินเวลานาน 3–20 วัน ที่ร่างกายมีการสร้างเยื่อบุผิว เพิ่มจำนวนเซลล์ สร้างท่อลำเลียงเลือดหรือสารต่าง ๆ
  3. ระยะปรับแต่งและสร้างความแข็งแรง กินเวลานาน 8 วัน เพื่อปรับแต่งขนาด รูปร่าง และความแข็งแรงให้แก่เนื้อเยื่อใหม่จนเหมือนเดิมก่อนการบาดเจ็บ และสร้างเส้นใยทดแทนเนื้อเยื่อที่ได้รับบาดเจ็บจึงอาจมีแผลเป็นได้

การรักษาตัวของกระดูกนั้น สามารถเชื่อมต่อกันได้ตามกระบวนการฟื้นตัวข้างต้น โดยการจัดให้กระดูกที่หักนั้นเคลื่อนไหวน้อยลง แพทย์จะทำการดามกระดูกไว้เพื่อลดความเจ็บปวดและจัดให้กระดูกเชื่อมกันได้อย่างถูกต้อง

เรียบเรียงโดย กภ. นภวรรณ เพราเพริศภิรมย์

References

  1. Adams JC, Hamblen DL. Outline of fracture including joint injuries. 11th ed. CN: Timothy Horne Publisher; 1999.
  2. ไพรัช ประสงค์จีน. กระดูกหักและข้อเคลื่อน. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย; 2541.
  3. Apley AG, Solomon L. Apley’s system of orthopaedics and fracture. 7th ed. Avon: Butterworth-Heinemann; 1993.
  4. Cameron MH. Physical agent in rehabilitation. From research to practice. Philadelphia: W.B. saunders company; 2002.
  5. Marieb EN. Essential of human anatomy and physiology. 2nd ed. San Francisco: Pearson/Benjamin cummings; 2005.
Post Views: 4,480
Share
0

Related posts

มิถุนายน 10, 2026

วิธีดูแลและรักษาเมื่อเป็นโรคอัมพาตใบหน้าครึ่งซีก หรือ “Bell’s Palsy”


Read more
มิถุนายน 8, 2026

หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนล่างปลิ้นในเด็กและวัยรุ่น


Read more
มิถุนายน 5, 2026

กระดูกหักนานแค่ไหนถึงหาย ?


Read more
มิถุนายน 3, 2026

กายภาพบำบัดในเด็กกลุ่มอาการแองเจิลแมน (Angelman syndrome)


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.