การรักษาและการออกกำลังกายในโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด

จากบทความเรื่อง “โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด (Ankylosing Spondylitis)” ที่ผ่านมานั้น ทางผู้อ่านคงได้ทราบถึงสาเหตุ อาการ ลักษณะท่าทางของผู้ป่วย วิธีการวินิจฉัย และโรคที่มักเกิดร่วมกับโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติดกันแล้ว โดยในตอนต้นของบทความนี้ผู้เขียนขอสรุปจากบทความก่อนหน้าเพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจแก่ผู้อ่าน ก่อนเข้าสู่การรักษาและการออกกำลังกายของโรคนี้อีกครั้งนะคะ โดยโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด (Ankylosing Spondylitis) หรือที่เรียกว่ากันสั้น ๆ ว่า “โรค AS” นั้น สาเหตุของการเกิดโรคยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีหลักฐานทางวิชาการพบว่ามีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่สัมพันธ์กับยีนส์ที่มีชื่อว่า “HLA-B27” ส่งผลให้เกิดการอักเสบของข้อต่อกระดูกและมีการเชื่อมติดกันของกระดูกในลักษณะเหมือนปล้องไม้ไผ่หรือที่เรียกว่า “Bamboo spine” (1) ซึ่งอาการของโรคนี้มักแสดงอาการแรกเริ่มด้วยอาการปวดลึกทั่ว ๆ บริเวณหลังส่วนล่างและก้น หลังจากนั้นจะเริ่มมีอาการปวดตามข้อต่อรยางค์ เช่น ข้อสะโพก และข้อไหล่ เมื่ออาการเป็นมากขึ้นจะเริ่มมีอาการปวดที่คอ และเริ่มมีการจำกัดการเคลื่อนไหวตามข้อต่อต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อต่อที่อยู่ในแนวแกนกลางลำตัว และส่งผลให้เกิดโรคอื่น ๆ ที่มักเกิดร่วมตามมาได้อีก (1-2) ซึ่งถ้าหากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรวดเร็ว ผู้ป่วยโรคนี้ก็จะได้รับการรักษาที่ถูกวิธี ส่งผลให้ผู้ป่วยยังสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีร่วมกับการประคับประคองโรคนี้ต่อไปได้
การรักษาโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด
ผู้ป่วยภาวะข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติดนั้นควรได้รับการรักษาทางการแพทย์ร่วมกับการรักษาทางกายภาพบำบัด โดยการรักษาทางการแพทย์นั้น แพทย์มักให้ยาในกลุ่มที่ลดปวดและยาที่ลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น ยากลุ่ม NSAIDs และยา TNF-alpha inhibitor เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวร่างกายหรือสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ (3) จากคำแนะนำปี 2019 ของ American College of Rheumatology (ACR) การรักษาทางกายภาพบำบัดนั้นถูกจัดให้เป็นการรักษาที่สำคัญมากในผู้ป่วยภาวะข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด โดยจุดประสงค์หลักของการรักษาทางกายภาพบำบัดนั้นเพื่อลดอาการปวด เพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกาย เพิ่มความแข็งแรงหรือความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ และเพื่อป้องกันหรือลดการผิดรูปของกระดูกสันหลังและข้อต่อต่าง ๆ ในร่างกาย ซึ่งจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยกลุ่มนี้ต่อไป (2, 4-5) เนื่องจากผู้ป่วยมักจะยึดติดอยู่ในถ้าหลังค่อม งอตัว การรักษาทางกายภาพบำบัดในโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติดนั้นจึงมีเป้าหมายเพื่อลดการยึดติดและทำให้ผู้ป่วยยังคงยืดเหยียดลำตัวได้ตรง และยังสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้เป็นปกติ โดยมุ่งเน้นให้ผู้ป่วยมีกิจกรรมทางกายภายในสี่ขอบเขต ได้แก่ กิจกรรมทางกายแบบแอโรบิค (aerobic; cardiorespiratory), กิจกรรมทางกายที่มีความยืนหยุ่นของร่างกาย (flexibility), กิจกรรมทางกายแบบมีแรงต้าน (resistance; strength) และกิจกรรมทางกายแบบ neuro-motor หรือการฝึกออกกำลังในท่ากิจวัตรประจำวัน (6) รวมไปถึงโปรแกรมการออกกำลังกายในการรักษาทางกายภาพบำบัดควรประกอบไปด้วยการยืดกล้ามเนื้อ การเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และการออกกำลังกายเพื่อการทรงท่าที่ดีของผู้ป่วย โดยสามารถให้มีการฝึกการหายใจ การแอ่นหลัง (spinal extension) การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มองศาการเคลื่อนไหว การออกกำลังกายแบบแอโรบิค และการออกกำลังกายในน้ำ (hydrotherapy) เป็นส่วนประกอบเสริมในโปรแกรมการออกกำลังกายสำหรับโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติดได้ (7)
การออกกำลังกายในโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด
การจัดโปรแกรมการออกกำลังกายตามคำแนะนำของ Martey และคณะ(7) จะสามารถแบ่งประเภทของการออกกำลังกายได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ การยืดกล้ามเนื้อ (stretching), การเพิ่มความแข็งแรง (strengthening) และการออกกำลังเพื่อการทรงท่าที่ดี (postural)
การยืดกล้ามเนื้อ (stretching)
การยืดกล้ามเนื้อหน้าอก
| ท่าเริ่มต้น | ท่าออกกำลังกาย | จำนวนครั้ง |
| ยืนตรง โดยนำแขนข้างที่ต้องการยืดกล้ามเนื้อวางบนขอบผนัง ในมุม 90 องศา เท้าข้างหนึ่งวางไปด้านหน้าเล็กน้อย | ยืนตรง โดยนำแขนข้างที่ต้องการยืดกล้ามเนื้อวางบนขอบผนัง ในมุม 90 องศา เท้าข้างหนึ่งวางไปด้านหน้าเล็กน้อย ย่อเข่าโดยทิ้งน้ำหนักไปที่ด้านหน้า จนรู้สึกตึงบริเวณหน้าอก | ยืดค้างไว้ 15 วินาที/ครั้ง, 4 ครั้ง/เซต, 4 เซต/วัน อย่างน้อย 2-3 วัน/สัปดาห์ (8) |
การยืดกล้ามเนื้อกลุ่มงอข้อสะโพก
| ท่าเริ่มต้น | ท่าออกกำลังกาย | จำนวนครั้ง |
| ยืนโดยวางเข่าข้างที่ต้องการยืดกล้ามเนื้อไว้บนเก้าอี้ และก้าวขาอีกข้างไปทางด้านหน้าเล็กน้อย มือจับที่พนักเก้าอี้ให้มั่นคง | ย่อเข่าโดยทิ้งน้ำหนักไปที่ด้านหน้า จนรู้สึกตึงบริเวณด้านหน้าสะโพกของขาข้างที่อยู่บนเก้าอี้ | ยืดค้างไว้ 15 วินาที/ครั้ง, 4 ครั้ง/เซต, 4 เซต/วัน อย่างน้อย 2-3 วัน/สัปดาห์ (8) |
การยืดกล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง
| ท่าเริ่มต้น | ท่าออกกำลังกาย | จำนวนครั้ง |
| นอนหงายชันเข่าขึ้นทั้ง 2 ข้าง | บิดขาไปทางซ้ายและขวา | ยืดค้างไว้ข้างละ 15 วินาที/ครั้ง, 4 ครั้ง/เซต, 4 เซต/วัน อย่างน้อย 2-3 วัน/สัปดาห์ (8) |
การเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (strengthening)
การเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อสะบัก
| ท่าเริ่มต้น | ท่าออกกำลังกาย | จำนวนครั้ง |
| ผูกยางยืดในระดับไหล่ มือทั้ง 2 ข้างจับยางยืด โดยให้แขนกางออกและข้อศอกงอเป็นมุม 90 องศา | ออกแรงดึงยางยืดไปทางด้านหลัง โดยรักษาระดับแขนให้อยู่ใน 90 องศาตลอดเวลา จนรู้สึกว่าสะบักทางด้านหลังชนกัน หลังจากนั้นค่อย ๆ นำแขนกลับสู่ท่าเริ่มต้นช้า ๆ | จำนวน 8-12 ครั้ง/เซต, 2-4 เซต/วัน, 2-3 วัน/สัปดาห์ (8) |
การเพิ่มความแข็งแรงกลุ่มกล้ามเนื้อเหยียดข้อเข่า
| ท่าเริ่มต้น | ท่าออกกำลังกาย | จำนวนครั้ง |
| นั่งตัวตรง หลังพิงพนักเก้าอี้ เท้าทั้ง 2 วางราบบนพื้น | ออกแรงเตะขาขึ้นช้า ๆ โดยให้ข้อเข่าเหยียดตรง และค่อย ๆ ปล่อยขาลงสู่ท่าเริ่มต้นช้า ๆ (หากต้องการให้มีแรงต้านเพิ่มขึ้น สามารถนำถุงทรายหนักประมาณ 1-2 กิโลกรัม ถ่วงบริเวณข้อเท้าได้) | ยกขาข้างละ 8-12 ครั้ง/เซต, 2-4 เซต/วัน, 2-3 วัน/สัปดาห์ (8) |
การเพิ่มความแข็งแรงกลุ่มกล้ามเนื้อเหยียดข้อสะโพก
| ท่าเริ่มต้น | ท่าออกกำลังกาย | จำนวนครั้ง |
| ยืนตรง หาที่จับให้มั่นคง | ออกแรงเตะขาข้างที่ต้องการเพิ่มความแข็งแรงไปทางด้านหลัง โดยให้ข้อเข่าเหยียดตรง และลำตัวตั้งตรง ไม่เอนไปทางด้านหน้า | ข้างละ 8-12 ครั้ง/เซต, 2-4 เซต/วัน, 2-3 วัน/สัปดาห์ (8) |
การออกกำลังกายเพื่อการทรงท่าที่ดี
| ท่าเริ่มต้น | ท่าออกกำลังกาย | จำนวนครั้ง |
| ยืนตรงหลังพิงผนัง* | ออกแรงกดศีรษะลงบนผ้าขนหนูทิศทางเข้าหาผนัง พร้อมกับผายอกให้สะบักแนบติดกับผนัง | ทำเป็นเวลา 20-30 นาที/ครั้ง และ มากกว่าเท่ากับ 2-3 วัน/สัปดาห์ โดยให้รวมได้ 60 นาทีในสัปดาห์นั้น ๆ (8) |
*การออกกำลังกายนี้ต้องพยายามปรับท่าทางให้อยู่ในท่าทางที่ถูกต้องในชีวิตประจำวันให้มากที่สุด เช่น ในขณะนั่งทำงาน หรือขณะยืนเดิน เป็นต้น
ข้อระมัดระวังในการออกกำลังกาย
การออกกำลังกายดังท่าดังกล่าวไม่ควรนำไปสู่อาการเจ็บปวดที่มากเกินไป หากปฏิบัติแล้วมีอาการเจ็บปวดมากขึ้น ควรหยุดทำและปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อปรับท่าออกกำลังกายให้เหมาะสม หากพบมีอาการบวมหรือสัมผัสแล้วรู้สึกร้อนบริเวณที่ออกกำลังกาย สามารถดูแลเบื้องต้นได้ด้วยการหยุดพักและประคบเย็นบริเวณดังกล่าวประมาณ 10-20 นาทีต่อครั้งเพื่อลดอาการปวดและบวม อีกสิ่งหนึ่งที่ควรระมัดระวังคืออาการล้า (fatigue) หรือความผิดปกติอื่น ๆ เช่น อาการเจ็บหน้าอก หอบเหนื่อย หากมีอาการผิดปกติดังกล่าว หรือล้าจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ ควรหยุดออกกำลังกาย และปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อปรับโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมต่อไป
เรียบเรียงโดย กภ. จุติพร ธรรมจารี
References
- Sieper J, Braun J, Rudwaleit M, Boonen A, Zink A. Ankylosing spondylitis: an overview. Ann Rheum Dis. 2002;61.
- Balcerska K, Bielejewska M, Gasior P, Wrzesinski B. Physiotherapy in ankylosing spondylitis. J Educ Health Sport. 2018;8(9):1576-83.
- Zhu W, He X, Cheng K, Zhang L, Chen D, Wang X, Qiu G, Cao X, Weng X. Ankylosing spondylitis: etiology, pathogenesis, and treatments. Bone research. 2019 Aug 5;7(1):1-6.
- Passalent LA. Physiotherapy for ankylosing spondylitis: evidence and application. Current opinion in rheumatology. 2011 Mar 1;23(2):142-7.
- Wendling D, Lukas C, Prati C, et al. 2018 update of French Society for Rheumatology (SFR) recommendations about the everyday management of patients with spondyloarthritis. Joint Bone Spine 2018; 85:0.275–284.
- Osthoff AKR, Niedermann K, Braun J, Adams J, Brodin N, Dagfinrud H, et al. 2018 EULAR recommendations for physical activity in people with inflammatory arthritis and osteoarthritis. Ann Rheum Dis 2018; annrheumdis-2018.
- Martey C, Sengupta R. Physical therapy in axial spondyloarthritis: guidelines, evidence and clinical practice. Current Opinion in Rheumatology. 2020;32(4):365-70.
- Riebe D, Ehrman KJ, Liguori G, Magal M, editor. ACSM’s guidelines for exercise testing and prescription. 10 th ed. Philadalphia: Wolter Kluwer; 2017. p. 276-283.











