แค่หายใจก็หายปวด

การหายใจคือกลไกการทำงานพื้นฐานของร่างกาย เพื่อแลกเปลี่ยนก๊าซ โดยนำก๊าซออกซิเจนไปใช้ในการทำงานของเซลล์ต่างๆ และขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซออกจากร่างกาย ซึ่งถือว่าเป็นกระบวนการที่มีความจำเป็นในการดำรงค์ชีพของมนุษย์ โดยการหายใจแบ่งเป็นสองส่วนคือ การหายใจเข้าและการหายใจออก ทั้งสองส่วนนั้นเกิดจากการทำงานของร่างกายหลาย ๆ ส่วนร่วมกัน โดยการหายใจเข้าเกิดจากการหดตัวของกระบังลมและกล้ามเนื้อซี่โครงแถบนอก ทำให้ปริมาตรปอดเพิ่มขึ้นความดันภายในปอดลดต่ำลง อากาศภายนอกจึงไหลเข้าสู่ปอด หลังจากนั้นกล้ามเนื้อกระบังลมและกล้ามเนื้อซี่โครงแถบนอกคลายตัวลง เกิดการหดตัวกลับของทรวงอกและเนื้อเยื่อปอด ทำให้ความดันภายในปอดมากกว่าความดันในบรรยากาศ อากาศจึงไหลจากปอดออกสู่ภายนอก เกิดเป็นการหายใจออก โดยกระบวนการทั้งสองอย่างนี้เกิดได้เองโดยอัตโนมัติผ่านศูนย์การควบคุมการหายใจหรือผ่านการสั่งการของสมอง (1) นอกจากการหายใจออกแบบเร็วและแรงโดยการใช้กล้ามเนื้อซี่โครงและกล้ามเนื้อหน้าท้องในการระบายลมที่ค้างออกจากปอดแล้วนั้น หากมีการใช้กล้ามเนื้อช่วยหายใจมัดอื่นๆและจังหวะการหายใจที่ไม่เหมาะสมจะถือเป็นการหายใจที่ผิดปกติ ซึ่งการหายใจที่ผิดปกตินั้นอาจนำมาซึ่งความเจ็บปวดร่างกายตามมาได้ (2,3)
การหายใจที่ผิดปกติเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากรอยโรคและจากการใช้กล้ามเนื้อที่ผิดปกติ เช่น การหายใจเข้าแบบใช้ทรวงอกส่วนบนซึ่งมักจะใช้กล้ามเนื้อคอบ่าร่วมในการทำการหายใจเข้า ทำให้กล้ามเนื้อคอบ่าทำงานหนักกว่าปกติส่งผลให้เกิดอาการปวดตามมา (2,3) หรือเกิดจากความเครียด ทำให้การหายใจผิดปกติและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายตามมาด้วย เช่น ท่าทางของร่างกาย ความตึงตัวของกล้ามเนื้อ ความมั่นคงของข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนคอและส่วนอก การขยับของกระดูกซี่โครงเปลี่ยนแปลงและเกิดความเจ็บปวดตามมา (4)
จากการวิจัยต่าง ๆ พบว่าการหายใจเข้าช้าและลึก โดยเน้นการทำงานของกล้ามเนื้อหลักในการหายใจเข้า ได้แก่ กระบังลมและกล้ามเนื้อซี่โครงแถบนอก สามารถลดความเครียดของร่างกายลงได้ ทำให้กล้ามเนื้อลดความตึงตัวลง การกระตุ้นของเส้นประสาทความเจ็บปวดลดลง รวมทั้งลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ไม่จำเป็นเช่นกล้ามเนื้อคอบ่าลงได้ (5,6) ทำให้อาการปวดลดลง และทำให้การนอนมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเช่นกัน (6)
การฝึกหายใจให้ถูกวิธีสามารถทำได้เองง่าย ๆ ที่บ้าน (7)
- นอนหงายหรือนั่งในท่าทางที่ผ่อนคลาย มือวางที่บริเวณท้อง
- หายใจเข้าลึกให้ลมเข้าปอดเต็มที่ ท้องป่องดันมือขึ้น ระวังไม่ให้บ่า ไหปลาร้า หรือซี่โครงส่วนบนยกขึ้น
- ปล่อยลมหายใจออกช้า ๆ จนสุด ไม่เค้นลมออก
- หายใจเข้าออกสุดประมาณ 5 ครั้ง แล้วกลับไปหายใจตามปกติ โดยระวังไม่ให้บ่า ไหปลาร้า หรือซี่โครงส่วนบนยกขึ้น

ท่าที่ 1 ฝึกการหายใจในท่านอนหงาย

ท่าที่ 2 ฝึกการหายใจในท่านั่ง

โดยการฝึกหายใจนั้นสามารถทำได้เรื่อยๆ และจะมีประสิทธิภาพดีเมื่อฝึกในสถานที่สงบ จะทำให้มีสมาธิในการฝึกหายใจมากยิ่งขึ้น
เรียบเรียงโดย
กภ. นภวรรณ เพราเพริศภิรมย์
Reference
- Levitzky MG. Mechanics of breathing. Pulmonary Physiology. New York: McGraw-Hill Medical; 2013
- Dimitriadis Z, Kapreli E, Strimpakos N, Oldham J. Respiratory weakness in patients with chronic neck pain. Man Ther. 2013 Jun 30;18(3):248-53.
- Wirth B, Amstalden M, Perk M, Boutellier U, Humphreys BK. Respiratory dysfunction in patients with chronic neck pain–Influence of thoracic spine and chest mobility. Man Ther. 2014 Oct 31;19(5):440-4.
- Vachon-Presseau E. Effects of stress on the corticolimbic system: implications for chronic pain. Prog Neuropsychopharmacol Biol Psychiatry. 2017 Oct 25.
- Zautra AJ, Fasman R, Davis MC, Arthur D. The effects of slow breathing on affective responses to pain stimuli: an experimental study. PAIN®. 2010 Apr 30;149(1):12-8.
- Garrido M, Castaño MY, Biehl-Printes C, Gomez MA, Branco JC, Tomas-Carus P, Rodriguez AB. Effects of a respiratory functional training program on pain and sleep quality in patients with fibromyalgia: A pilot study. Complementary Ther Clin Pract. 2017 May;28:116-121.
- Mohan V, Ahmad NB, Tambi NB. Effect of respiratory exercises on neck pain patients: A pilot study. Ann of Med. 2016 Feb 29;23(1):15-20.




