mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

เด็กขาโก่ง จำเป็นต้องดัดหรือไม่?

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางด้านการยศาสตร์
  • เด็กขาโก่ง จำเป็นต้องดัดหรือไม่?

เด็กขาโก่ง จำเป็นต้องดัดหรือไม่?

สิงหาคม 7, 2019
Categories
  • กายภาพบำบัดทางด้านการยศาสตร์
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • กายภาพบำบัดทางเด็ก
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • ขาโก่ง
  • เด็กขาโก่ง

เมื่อลูกน้อยเข้าสู่วัยเตาะแตะ ผู้ปกครองหลาย ๆ ท่านอาจเกิดความกังวลเนื่องมาจากท่าทางการเดินของลูกน้อย ที่มักจะพบการเดินในลักษณะกางขา ซึ่งทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดความวิตกกังวลว่าลูกของตนนั้นมีความผิดปกติของขาหรือไม่ ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่าภาวะขาโก่งนั้นคืออะไร การที่พบภาวะขาโก่งในลูกของเราผิดปกติหรือไม่ การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างขาของเด็กในแต่ละวัยเป็นอย่างไร และความผิดปกติลักษณะไหนจึงควรปรึกษาแพทย์

ภาวะขาโก่งคืออะไร?

ภาวะขาโก่งนั้นหมายถึง ขาท่อนล่างของเด็กงอทำมุมกับขาท่อนบนในลักษณะบิดเข้าด้านใน ซึ่งจะส่งผลให้ลักษณะของขาเด็กนั้นโก่งออกคล้ายกับคันธนู โดยภาวะขาโก่งในเด็กนั้นมี 2 รูปแบบ คือ ขาโก่งตามการเจริญเติบโตของกระดูกแบบธรรมชาติที่พัฒนาไปตามวัย และขาโก่งแบบการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อผิดปกติ (1)

พัฒนาการของกระดูกขาตามวัยนั้นเป็นอย่างไร?

พัฒนาการของกระดูกขาในช่วง 0-2 ปีแรกเด็กจะมีแนวกระดูกขาโก่งออกด้านนอกทุกคนเป็นปกติ เนื่องมาจากท่าทางของทารกขณะอยู่ในครรภ์จะทำให้ทารกมีลักษณะขาที่โก่งออกอยู่แล้วและเมื่อเด็กเริ่มลุกยืนได้เด็กมักจะอยู่ในท่ากางแขนและขาเพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย ซึ่งท่าทางนี้อาจจะทำให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตคล้ายว่าเด็กเกิดภาวะขาโก่งได้ เมื่อเด็กเข้าสู่วัยช่วงหัดเดินคือ 2-5 ปี แนวกระดูกขาจะค่อย ๆ กลับเข้ามาด้านในเรื่อย ๆ และในช่วงอายุ 4-7 ปี เด็กมักจะมีแนวกระดูกขาโก่งเข้าด้านใน จนกระทั่งอายุ 7-8 ปีจะเป็นช่วงที่ขาอยู่ในแนวตรง (2, 3) ดังรูปที่ 1

รูปที่ 1 แสดงพัฒนาการของกระดูกขาในช่วงอายุ 0-8 ปี

ดังนั้นไม่ควรดัดขาเด็กก่อนวัยอันควรและไม่ควรทำด้วยตนเองหากไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดด้านเด็ก เนื่องจากจะส่งผลให้เอ็นรอบข้อต่อถูกยืดมากเกินไปหรือผิดรูป อาจทำให้ขาของเด็กเกิดภาวะขาโก่งเข้าด้านในเมื่อโตขึ้นและส่งผลกระทบต่อการเดินของเด็กได้

 

ภาวะขาโก่งในลูกของเราผิดปกติหรือไม่?

ภาวะขาโก่งที่เป็นไปตามการเจริญเติบโตปกติของกระดูกจะแตกต่างจากภาวะขาโก่งที่มีความผิดปกติของการเจริญเติบโตของกระดูกขา ซึ่งเป็นภาวะโรคอย่างหนึ่ง ดังนั้นจึงต้องมีการวินิจฉัยแยกอย่างชัดเจนเพื่อให้เด็กได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง โดยผู้ปกครองสามารถสังเกตว่าขาโก่งของลูกน้อยนั้นเป็นขาโก่งตามธรรมชาติหรือภาวะขาโก่งจากการเจริญเติบโตผิดปกติได้ดังนี้

เริ่มจากให้จับขาเด็กเหยียดตรงหันเท้ามาด้านหน้าแล้วสังเกตลักษณะแนวขาของเด็ก (4) โดย

  • ถ้าจับกระดูกข้อเท้าชิดกันแล้วกระดูกเข่าก็ชิดกันด้วย นั่นคือแนวกระดูกขาตรง
  • ถ้าจับกระดูกข้อเท้าชิดกันแต่กระดูกเข่าห่างกัน หมายความว่าเด็กมีภาวะขาโก่งออกด้านนอก (bow leg)
  • ถ้าจับแล้วกระดูกเข่าชิดกันก่อนที่กระดูกข้อเท้าจะชิดกัน หมายความว่าเด็กมีภาวะขาโก่งเข้าด้านใน (knock knee)

การที่เด็กมีภาวะขาโก่งตามธรรมชาตินั้น ระยะห่างระหว่างเข่าและข้อเท้าด้านในทั้งสองข้างไม่ควรห่างกันเกิน 5 เซนติเมตร ถ้าห่างมากเกินไปอาจเป็นภาวะขาโก่งที่ผิดปกติ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของกระดูกขาได้ (1, 5)

 

ภาวะขาโก่งผิดปกติที่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

  • เกิดขึ้นเมื่อเด็กมีอายุมากกว่า 3 ปี
  • แนวกระดูกขาทั้งสองข้างโก่งไม่เท่ากัน มีข้างใดข้างหนึ่งโก่งมากกว่ากันอย่างชัดเจน
  • มีภาวะขาโก่งเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • มีภาวะขาโก่งปรากฏขึ้นขณะเดินในเด็กที่มีอายุมากกว่า 3 ปี (5)

 

เรียบเรียงโดย กภ. ณัชชา เลิศอรุณวัฒนา

 

เอกสารอ้างอิง

  1. Saini UC, Bali K, Sheth B, Gahlot N, Gahlot A. Normal development of the knee angle in healthy Indian children : a clinical study of 215 children. J Child Orthop. 2010;4:579-86.
  2. Oyewole OO, Akinpelu AO, Odole AC. Development of the tibiofemoral angle in a cohort of Nigarian children during the first 3 years of life. J Child Orthop. 2013;7:167-73.
  3. นันทริกา เหลืองสุวรรณ, รัตนา รัตนาธาร. ข้อมูลองศาเข่าในเด็กกรุงเทพมหานคร. เวชศาสตร์ฟื้นฟูสาร. 2555;22(1):15-20.
  4. Baruah RK, Kumar S, Harikrishnan SV. Developmental pattern of tibiofemoral angle in healthy north-east Indian children. J Child Orthop. 2017;11:339-47.
  5. Mathew SE, Madhuri V. Clinical tibiofemoral angle in south Indian children. Bone Joint Res. 2013;2:155-61.
  6. Ferguson J, Wainwright A. Tibial bowing in children. Tr and Orth. 2013;27:30-41.
Post Views: 2,360
Share
0

Related posts

พฤษภาคม 8, 2026

เมื่อเด็กเล็กอารมณ์ร้อน ดื้อ ต่อต้าน ( 1-4 ปี ) ผู้ปกครองควรรับมืออย่างไร ให้เด็กพัฒนาทักษะการดูแลอารมณ์ได้จริง


Read more
พฤษภาคม 1, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Myasthenia Gravis (MG)


Read more
เมษายน 27, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS)


Read more
เมษายน 10, 2026

การออกกำลังกายในภาวะเข่าโก่ง


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.