mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

อาวุธคู่กายที่ชื่อ “ไม้ค้ำยัน”

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
  • อาวุธคู่กายที่ชื่อ “ไม้ค้ำยัน”

อาวุธคู่กายที่ชื่อ “ไม้ค้ำยัน”

กันยายน 23, 2015
Categories
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • ขาหัก
  • ไม้ค้ำยัน
  • ไม้ยันรักแร้

อาวุธคู่กายที่ชื่อ “ไม้ค้ำยัน”

          ไม้ค้ำยัน (Crutches) เป็นอุปกรณ์ช่วยเดินที่จะเปลี่ยนการถ่ายน้ำหนักจากที่ขาไปที่ส่วนบนของร่างกาย เป็นอุปกรณ์สำคัญในผู้ที่ไม่สามารถเดินลงน้ำหนักได้เต็มที่ หรือไม่สามารถเดินลงน้ำหนักได้ อาจจะใช้ในช่วงระยะสั้นๆ ระหว่างบาดเจ็บ เช่น กระดูกขาหัก ข้อเท้าแพลง เป็นต้น หรืออาจใช้ตลอดชีวิตเช่น ผู้พิการสูญเสียขา เป็นต้น

ประเภทของไม้ค้ำยันที่นิยมใช้ ได้แก่

          ไม้ค้ำยันรักแร้ (Axillary crutches) เป็นไม้ค้ำยันมาตรฐานทั่วไปที่นิยมเลือกใช้ จะมีส่วนรองรับน้ำหนักบริเวณรักแร้ ผู้ใช้อาจไม่ต้องใช้กำลังแขนมากเมื่อเทียบกับการใช้ไม้ค้ำยันท่อนแขนแต่ด้วยความยาวของไม้ค้ำยันที่ยาวกว่าทำให้การเคลื่อนไหวยากกว่าและความคล่องตัวที่น้อยกว่า ในการเลือกใช้ไม้ค้ำยันรักแร้จะต้องมีการวัดขนาดที่ถูกต้องเพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา เช่น การกดทับเส้นประสาทและหลอดเลือดแดงบริเวณรักแร้ หรืออาจเกิดการล้มในขณะเดินเนื่องจากความยาวที่ไม่ได้สัดส่วนกับผู้ใช้เป็นต้น(1) (รูปที่ 1.1)

ไม้ค้ำยันรักแร้

รูปที่ 1.1 ไม้ค้ำยันรักแร้

          ไม้ค้ำยันท่อนแขน (Forearm crutches) เป็นไม้ค้ำยันที่มีขนาดสั้นกว่าไม้ค้ำยันรักแร้ จะมีส่วนรองรับเป็นปลอกพลาสติกแข็งโดยรอบที่ท่อนแขนส่วนล่างเพื่อช่วยพยุงและเพิ่มความมั่นคงให้กับผู้ใช้ ซึ่งการลงน้ำหนักจะย้ายไปอยู่ที่มือแทนการลงน้ำหนักที่รักแร้ อุปกรณ์นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายและเพื่อความคล่องตัวในการใช้งาน อีกทั้งยังเหมาะสำหรับในช่วงเวลาการทำกายภาพบำบัด แต่ถึงแม้จะช่วยให้เดินได้สะดวกขึ้นแต่ก็ต้องใช้กำลังแขนที่ค่อนข้างมาก อีกทั้งความมั่นคงในการเดินยังน้อยกว่าการเดินด้วยไม้ค้ำยันรักแร้ (1) (รูปที่ 1.2)

ไม้ค้ำยันท่อนแขน

รูปที่ 1.2 ไม้ค้ำยันท่อนแขน

การปรับขนาดความยาวไม้ค้ำยันให้เหมาะกับผู้ใช้งาน

ไม้ค้ำยันรักแร้ (Axillary crutches)

ความยาวของอุปกรณ์ที่เหมาะสมมีส่วนสำคัญในการช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นและช่วยลดการออกแรงขณะเดินอีกด้วย ซึ่งวิธีการวัดความยาวมีหลากหลาย โดยวิธีที่เป็นที่นิยมมีขั้นตอนดังนี้ (2) (รูปที่ 1.3)

  1. ให้ผู้ใช้ ยืนตรงในท่าที่ผ่อนคลาย แขนแนบข้างลำตัว
  2. ให้ผู้ใช้จับไม้ค้ำยันที่ต้องการวัด โดยที่ปลายไม้ที่สัมผัสพื้นนั้นอยู่ห่างจากเท้าเยื้องไปทางด้านหน้าและด้านข้างเป็นระยะ 4-6 นิ้ว โดยประมาณ (10.2-15.2 เซนติเมตร)
  3. ในส่วนที่รองรับรักแร้จะอยู่ห่างจากรักแร้ประมาณ 1.5-2 นิ้ว (3.8-5 เซนติเมตร) หรือประมาณ 2-3 นิ้วมือสอดพอดีระหว่างรักแร้และไม้ค้ำยัน โดยที่ไม่แน่นจนเกินไป
  4. ตำแหน่งมือจับไม้ค้ำยันจะอยู่ระดับที่ทำให้ข้อศอกงอได้ประมาณ 25-30 องศา
แสดงระยะห่างไม้ค้ำยันรักแร้ที่เหมาะสม

รูปที่ 1.3 แสดงระยะห่างไม้ค้ำยันรักแร้ที่เหมาะสม

แสดงระยะห่างไม้ค้ำยันท่อนแขนที่เหมาะสม

รูปที่ 1.4 แสดงระยะห่างไม้ค้ำยันท่อนแขนที่เหมาะสม

 

ไม้ค้ำยันท่อนแขน (Forearm crutches) มีขั้นตอนในการปรับดังนี้ (3, 4) (รูปที่ 1.4)

  1. ให้ผู้ใช้ ยืนตรงในท่าที่ผ่อนคลาย แขนแนบข้างลำตัว
  2. ให้ผู้ใช้จับไม้ค้ำยันที่ต้องการวัด โดยที่ปลายไม้ที่สัมผัสพื้นนั้นอยู่ห่างจากเท้าเยื้องไปทางด้านหน้าและด้านข้างเป็นระยะโดยประมาณ 4-6 นิ้ว (10.2-15.2 เซนติเมตร)
  3. ความสูงของตำแหน่งมือจับควรอยู่ประมาณส้นมือเมื่อเหยียดแขนสุด
  4. ระดับของปลอกรัดท่อนแขน (forearm cuff) ควรอยู่ใต้ต่อข้อศอกประมาณ 1-1.5 นิ้ว (2.5-4 เซนติเมตร)
  5. ถ้าความสูงได้ระดับที่พอดี เมื่อทำการถือที่จับ ข้อศอกจะงอประมาณ 15-30 องศา

รูปแบบการเดินด้วยการใช้ไม้ค้ำยัน

1. การเดินด้วยไม้ค้ำยันแบบลงน้ำหนักบนเท้าข้างที่เจ็บได้บางส่วน (รูปที่ 1.5)

1.1 เตรียมพร้อมโดย ยืนลงน้ำหนักบนขาข้างที่ปกติร่วมกับ 2 มือลงน้ำหนักบริเวณมือจับไม้ค้ำยัน ในขณะที่ไม้ค้ำยันอยู่เยื้องทางด้านหน้าเล็กน้อย

1.2 ยืนลงน้ำหนักบนขาข้างที่ปกติ มือทั้งสองข้างจับไม้ค้ำยันวางไปทางด้านหน้าประมาณ 1 ก้าวเดิน

1.3 ก้าวเท้าข้างที่เจ็บไปทางด้านหน้าระดับเดียวกับที่ปลายไม้ค้ำยันวางอยู่ วางเท้าข้างที่เจ็บ ลงน้ำหนักที่เท้าข้างที่เจ็บเท่าที่ทนได้หรือตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด

1.4 ออกแรงกดไม้ค้ำยันถ่ายน้ำหนักไปที่มือกด ขณะเดียวกัน ก้าวเท้าข้างปกติตาม แล้วทำซ้ำตามขั้นตอนทั้งหมด

แสดงการเดินแบบลงน้ำหนักได้บางส่วน

รูปที่ 1.5 แสดงการเดินแบบลงน้ำหนักได้บางส่วน

2. การเดินด้วยไม้ค้ำยันแบบหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักบนเท้าข้างที่เจ็บ (รูปที่ 1.6)

2.1 เตรียมพร้อมโดยยืนลงน้ำหนักบนขาข้างที่ปกติร่วมกับ มือทั้งสองข้างกดลงน้ำหนักบริเวณมือจับไม้ค้ำยัน ในขณะที่ไม้ค้ำยันอยู่เยื้องทางด้านหน้าเล็กน้อย
2.2 ยืนลงน้ำหนักบนขาข้างที่ปกติ มือทั้งสองข้างจับไม้ค้ำยันวางไปทางด้านหน้าประมาณ 1 ก้าวเดินในขณะที่ยกขาข้างที่เจ็บลอยพ้นพื้น
2.3 ออกแรงกดไม้ค้ำยันร่วมกับยกขาข้างที่ปกติไปวางทางด้านหน้า โดยให้เลยระดับที่ปลายไม้ค้ำยันวางอยู่ ในขณะที่ยกขาข้างที่เจ็บลอยพ้นพื้น
2.4 ยืนทรงตัวบนขาข้างที่ปกติให้มั่นคง จึงยกไม้ค้ำยันให้วางเยื้องทางด้านหน้าเล็กน้อย แล้วทำซ้ำตามขั้นตอนทั้งหมดฃ

แสดงการเดินแบบหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนัก

รูปที่ 1.6 แสดงการเดินแบบหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนัก

 

การขึ้น – ลงบันได อาศัยหลักการ “ดีขึ้น – เลวลง” (3)

3. รูปแบบการเดินขึ้นบันไดด้วยไม้ค้ำยันพึงระลึกว่าเอาเท้าดี (เท้าข้างปกติ) ก้าวขึ้นก่อน (รูปที่ 1.7)

3.1 เตรียมพร้อมโดย ยืนลงน้ำหนักบนขาข้างที่ปกติ รวบไม้ค้ำยันไว้ที่มือข้างที่ไกลจากราวบันได มือใกล้ราวบันไดจับราวบันไดเพื่อการทรงตัว

3.2 ยืนตรงออกแรงกดที่ไม้ค้ำยันถ่ายน้ำหนักจากเท้าไปที่มือ ขณะเดียวกันก้าวเท้าข้างปกติขึ้นบันได มืออีกข้างจับราวบันไดให้มั่นคง

3.3 ยืดตัวขึ้นตรงโดยใช้กำลังกล้ามเนื้อเข่าข้างปกติ พร้อมกับยกไม้ค้ำยันและยกเท้าข้างที่เจ็บขึ้นวางบนบันไดขั้นเดียวกับเท้าข้างปกติ อาจใช้มือที่จับราวช่วยดึงตัวเองขึ้นด้วย ก้าวขึ้นขั้นถัดไปตามขั้นตอนข้างต้น

แสดงลำดับการขึ้นบันไดด้วยไม้ค้ำยัน

รูปที่ 1.7 แสดงลำดับการขึ้นบันไดด้วยไม้ค้ำยัน

4. รูปแบบการเดินลงบันไดด้วยไม้คำยันพึงระลึกว่า (เอาข้างที่เจ็บ) ก้าวลงก่อน (รูปที่ 1.8)

4.1 เตรียมพร้อมโดย ยืนลงน้ำหนักบนขาข้างที่ปกติ รวบไม้ค้ำยันไว้ที่มือข้างที่ไกลจากราวบันได มือใกล้ราวบันไดจับราวบันไดเพื่อการทรงตัว

4.2 ยืนตรงถ่ายน้ำหนักตัวลงที่เท้าข้างที่ปกติ ขณะเดียวกันยกไม้ค้ำยันวางที่บันไดขั้นล่าง ออกแรงกดไม้ค้ำยันร่วมกับก้าวเท้าข้างที่เจ็บพร้อมกับการย่อเข่าข้างปกติลงช้าๆ เพื่อป้องกันการกระแทก

4.3 ยกเท้าข้างปกติลงมาเสมอกันกับเท้าข้างที่เจ็บ ก้าวลงขั้นถัดไปตามขั้นตอนข้างต้น

แสดงลำดับการลงบันไดด้วยไม้ค้ำยัน

รูปที่ 1.8 แสดงลำดับการลงบันไดด้วยไม้ค้ำยัน

          รูปแบบการใช้งานไม้ค้ำยันร่วมกับการเดินทางราบ หรือเดินขึ้น-ลงบันได ตามที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นนั้น เป็นเพียงลักษณะการเดินขั้นพื้นฐาน เมื่อผู้ใช้งานคุ้นเคยหรือชินกับการใช้ไม้ค้ำยันแล้ว ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินเพื่อความคล่องแคล่วว่องไวหรือเพื่อความสะดวกในการใช้งานได้ ทั้งนี้ควรพิจารณาถึงความปลอดภัยและการเอาใจใส่ดูแลขาข้างที่บาดเจ็บ เพื่อป้องกันไม่ให้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมเป็นสำคัญ

References

1. Bauer DM, Finch DC, McGough KP, Benson CJ, Finstuen K, Allison SC. A comparative analysis of several crutch-length–estimation techniques. Phys Ther. 1991;71(4):294-300.

2. Bateni H, Maki BE. Assistive devices for balance and mobility: Benefits, demands, and adverse consequences. Arch Phys Med Rehabil. 2005;86(1):134-45.

3. Frank M. Pierson SLF. Ambulation aids, patterns and activities. Principal&technique of patient care. 4th ed. MO: Saunders Elsevier; 2008. p. 215-272.

4. Stevens JA, Thomas K, Teh L, Greenspan AI. Unintentional fall injuries associated with walkers and canes in older adults treated in US Emergency Departments. J Am Geriatr Soc. 2009;57(8):1464-9.

 

เรียบเรียงโดย กภ.อรรถพร  มงคลภัทรสุข

Post Views: 8,203
Share
0

Related posts

พฤษภาคม 8, 2026

เมื่อเด็กเล็กอารมณ์ร้อน ดื้อ ต่อต้าน ( 1-4 ปี ) ผู้ปกครองควรรับมืออย่างไร ให้เด็กพัฒนาทักษะการดูแลอารมณ์ได้จริง


Read more
พฤษภาคม 1, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Myasthenia Gravis (MG)


Read more
เมษายน 27, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS)


Read more
เมษายน 10, 2026

การออกกำลังกายในภาวะเข่าโก่ง


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.