mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

อาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน กับโรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด ?

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • อาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน กับโรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด ?

อาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน กับโรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด ?

กุมภาพันธ์ 19, 2021
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • ตะกอนหินปูนหลุด
  • ตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด
  • บ้านหมุน
  • เวียนศีรษะ

อาการเวียนศีรษะ หรือเวียนศีรษะบ้านหมุน สามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ในคลินิกโรคเวียนศีรษะ โรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด หรือ Benign Paroxysmal Positional Vertigo (BPPV) สามารถพบได้บ่อยในช่วงอายุ 50 – 70 ปี และอุบัติการณ์ที่อาจเกิดโรคจะมากขึ้นตามอายุที่มากขึ้น ซึ่งความชุกของโรคนี้พบมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ในผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มักเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย นอกจากนี้อาการเวียนศีรษะ หรือเวียนศีรษะบ้านหมุนยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้สูงอายุเกิดการหกล้ม เกิดความพิการ ตลอดจนไปถึงการเสียชีวิต [1], [2], [3]

สาเหตุของการเกิดโรค :

หูชั้นใน มีอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการได้ยิน และควบคุมการทรงตัว โครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับการทรงตัว มีลักษณะเป็นกระเปาะ และท่อกลวง 3 ท่อที่ตั้งฉากกัน ประกอบไปด้วย utricle, saccule และsemicircular canals ซึ่งใน utricle และ saccule มีเซลล์รับความรู้สึก ถูกปกคลุมด้วยเจลลาติน (gelatin substance) ซึ่งภายในมีตะกอนหินปูน (otoconia) เมื่อมีการเอียงศีรษะ หรือเปลี่ยนตำแหน่งของศีรษะ ตะกอนหินปูนจะเคลื่อนที่ตามแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งทำให้เราสามารถรับรู้การเคลื่อนไหวของศีรษะ [2]

ภาพแสดงโครงสร้างของหูชั้นใน ประกอบไปด้วย โครงสร้างที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการได้ยิน (cochlear)

และการทรงตัว (utricle, saccule และ semicircular canals) โดย กภ. เมธาพร มั่นคง

หากเกิดความผิดปกติของหูชั้นในขึ้น โดยสาเหตุที่พบมากที่สุดคือการได้รับอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บบริเวณศีรษะ และ ความเสื่อมตามวัยของอวัยวะควบคุมการทรงตัว รวมถึงสาเหตุอื่น ๆ เช่น โรคของหูชั้นใน การผ่าตัด หรือการเคลื่อนไหวศีรษะซ้ำ ๆ หรือไม่ทรายสาเหตุ เป็นต้น ซึ่งทำให้เกิดการเคลื่อนของตะกอนหินปูน หลุดออกจาก utricle เคลื่อนไปอยู่ใน semicircular canals เมื่อมีการเคลื่อนไหวของศีรษะจะเกิดการกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนที่ของตะกอนหินปูน จึงมีผลทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุนขึ้นได้ [4]

ลักษณะอาการ : [1],[2]

โดยจะมีอาการเวียนศีรษะเป็น ๆ หาย ๆ หรือบ้านหมุนอย่างกะทันหัน รู้สึกโคลงเคลง เสียการทรงตัว สัมพันธ์กับเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของศีรษะ เช่น ขณะพลิกตัวบนที่นอน ตอนเงยหน้าหรือก้มศีรษะหยิบของ หรือการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของศีรษะอย่างกะทันหัน เป็นต้น อาการเวียนศีรษะที่เกิดขึ้น เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของตำแหน่งศีรษะที่สัมพันธ์กันกับแรงโน้มถ่วง ที่มักเกิดจากการเปลี่ยนท่าทางของศีรษะ อาการเกิดขึ้นทันทีทันใด มักจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ เป็นวินาทีหรือนาที สักพักอาการจะค่อย ๆ หายไป หากขยับศีรษะในลักษณะท่าทางเดิม อาจทำให้มีอาการแต่ไม่รุนแรง และมีอาการอาจคงอยู่เป็นวัน สัปดาห์ เดือนหรือเป็นปี และสามารถอาจเป็นซ้ำได้อีกเป็นเวลาหลายปี ซึ่งโรคนี้จะไม่เกี่ยวข้องระบบประสาทการได้ยิน ดังนั้นจึงไม่มีอาการหูอื้อ การสูญเสียการได้ยิน หรือเสียงดังในหู

การตรวจวินิจฉัย : [2],[3]

การตรวจวินิจฉัยที่สำคัญเพื่อยืนยันตัวโรค คือ Dix-Hallpike maneuver และ supine roll test เพื่อค้นหาว่ามีตะกอนหินปูนหลุดเข้ามาอยู่ใน semicircular canals หรือไม่ และบริเวณใด โดยผู้ทดสอบจะทดสอบข้างที่สงสัยน้อยที่สุดก่อน แต่ถ้าหากไม่มีหลักฐานว่าเป็นข้างไหน สามารถทำข้างไหนก่อนก็ได้ ถ้าหากผลทดสอบเป็นบวก ผู้ถูกทดสอบจะมีอาการเวียนศีรษะ และมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของลูกตา (ตากระตุก หรือ nystagmus)

แนวทางการรักษา : [2],[4],[5],[6]

  1. รักษาตามอาการ และการปฏิบัติตามคำแนะนำ

ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นเองในช่วงแรก ๆ หรืออาจต้องใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการเวียนศีรษะ เนื่องจากโรคนี้ยังไม่มียาที่จำเพาะต่อการรักษา และควรหลีกเลี่ยงท่าทางที่กระตุ้นให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หรืออาจให้ยาก่อนการทำกายภาพบำบัด เพื่อลดอาการเวียนศีรษะที่อาจจะเกิดขึ้นขณะทำกายภาพบำบัด

  1. การรักษาโดยการทำกายภาพบำบัด

ซึ่งเป็นวิธีที่มีบทบาทสำคัญที่สุดการรักษา เป็นการทำกายภาพบำบัดเพื่อเคลื่อนตะกอนหินปูนที่หลุดออกมาอยู่ใน semicircular canalsกลับเข้าสู่บริเวณกระเปาะ (utricle) โดยใช้แรงโน้มถ่วงของโลก ยกตัวอย่างเช่น

  • Epley Maneuver เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับ posterior และ anterior semicircular canals ท่าเริ่มต้นให้ผู้ป่วยนั่งไปตามแนวยาวของเตียง พร้อมกับหันศีรษะไปด้านข้างที่มีอาการ 45 องศา จากนั้นล้มตัวลงนอนอย่างรวดเร็วจากท่านั่ง ห้อยศีรษะนอกขอบเตียง 20 – 30 องศา ค้างนาน 30 – 60 วินาที หรือจนกว่าอาการตากระตุกจะหายไป จากนั้นหมุนศีรษะไปด้านตรงข้าม ค้างนาน 30 – 60 วินาที แล้วหันศีรษะและหมุนลำตัวตามมา อยู่ในท่าตะแคงศีรษะหัน 45 องศา ทำมุมกับแนวระนาบ ก้มศีรษะลงเล็กน้อย ค้างนาน 30 – 60 วินาที หรือจนกว่าอาการตากระตุกจะหายไป จากนั้นแล้วค่อยๆลุกขึ้นนั่งข้างเตียง กลับมาอยู่ในท่าศีรษะตรง

ภาพแสดง Epley Maneuver โดย กภ. เมธาพร มั่นคง

  • Semont Maneuver เริ่มต้นด้วยการนั่งข้างเตียง ศีรษะหันไปด้านข้างที่ไม่มีอาการ 45 องศา จากนั้นเอนตัวลงนอนพร้อมกับหันศีรษะเฉียงขึ้นอย่างรวดเร็ว ค้างนาน 1 – 2 นาที แล้วพลิกตัวเอนไปด้านตรงข้ามอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหันศีรษะเฉียงลงด้านล่าง ค้างนาน 1 – 2 นาที เมื่อครบแล้วให้ลุกขึ้นนั่งช้า ๆ

ภาพแสดง Semont Maneuver โดย กภ. เมธาพร มั่นคง

  • Brandt Daroff exercise เป็นท่าที่ผู้ป่วยสามารถทำได้ด้วยตนเองง่าย ๆ โดยเริ่มจากท่านั่งข้างเตียง จากนั้นล้มตัวลงนอนตะแคงไปด้านที่มีอาการ พร้อมกับเอียงศีรษะขึ้นจนอาการเวียนศีรษะหายไป จากนั้นกลับมานั่งตั้งตรงเป็นเวลา 30 วินาที แล้วล้มตัวลงนอนตะแคงไปด้านตรงข้ามพร้อมเอียงศีรษะขึ้นนาน 30 วินาที แล้วกลับมาอยู่ที่ท่าเริ่มต้น

ภาพแสดง Brandt Daroff exercise โดย กภ. เมธาพร มั่นคง

นอกจากนี้อาจจะมีการทำกายภาพบำบัดเพื่อฝึกระบบประสาทด้านการทรงตัว (vestibular rehabilitation) ร่วมด้วยเพื่อให้อาการเวียนศีรษะดีขึ้น

  1. การผ่าตัด

มักทำในกรณีที่รักษาด้วยยา และทำกายภาพบำบัดแล้วไม่ได้ผล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้อาการเวียนศีรษะน้อยลง หรือหายไป แต่ในการผ่าตัดบางกรณีอาจมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยิน

เรียบเรียงโดย กภ.เมธาพร มั่นคง

 

เอกสารอ้างอิง

1 Bhattacharyya N, Gubbels SP, Schwartz SR, Edlow JA, Kashlan H, Fife T, et al. Clinical practice guideline: benign paroxysmal positional vertigo (Update). Otolaryngol Head Neck Surg. 2017;156(3S):S1 –S47.

2 รศ.นพ. ปารยะ อาศนะเสน. โรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด[อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล; 2554 [เข้าถึงเมื่อ 18 มกราคม 2563]. เข้าถึงได้จาก: https://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=901

3 Balatsouras DG, Koukoutsis G, Fassolis A, Moukos A, Apris A. Benign paroxysmal positional vertigo in the elderly: current insights. Clin Interv Aging. 2018;13:2251–2266.

4 Silva ALDS, Marinho MRC, Gouveia FMV, Silva JG, Ferreira ADS, Cal R. Benign Paroxysmal Positional Vertigo: comparison of two recent international guidelines. Braz J Otorhinolaryngol. 2011;77(2):191-200.

5 Tang H, Li W. Advances in the diagnosis and treatment of benign paroxysmal positional vertigo. Exp Ther Med. 2017;14:2424-2430.

6 Lee JD, Shim DB, P HJ, Song CL, Kim MB, Kim CH et al. A Multicenter randomized double-blind study: comparison of the Epley, Semont, and Sham maneuvers for the treatment of posterior canal benign paroxysmal positional vertigo. Audiol Neurotol. 2014;19:336-341.

Post Views: 5,579
Share
0

Related posts

มกราคม 16, 2026

เจ็บข้อมือด้านนิ้วก้อย ไม่หายสักที หรืออาจไม่ใช่แค่ “ปวดข้อมือธรรมดา” มาทำความรู้จัก TFCC Injury


Read more
ธันวาคม 19, 2025

Knee OA in the young : อายุน้อยก็เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้


Read more
ธันวาคม 17, 2025

ข้อเข่ามีเสียงรักษาได้อย่างไร?


Read more
ธันวาคม 12, 2025

ทำความเข้าใจอัมพาตครึ่งใบหน้า หรือ Bell’s Palsy


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.