อะเฟเซีย (Aphasia)อาการผิดปกติของการพูด ความเข้าใจภาษา

อะเฟเซีย (Aphasia)อาการผิดปกติของการพูด ความเข้าใจภาษา
คนที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือที่เรียกกันว่าอัมพฤกษ์หรืออัมพาตนั้นนอกจากจะมีปัญหาการอ่อนแรงของขาและแขนแล้ว อาจจะพบความผิดปกติของการพูด การออกเสียงพูด หรือความเข้าใจภาษาโดย มีลักษณะอาการ เช่น พูดไม่ได้ หรือพูดได้แต่ไม่สามารถเข้าใจภาษา
นอกจากโรคหลอดเลือดสมองที่เกิดจากภาวะอุดตันจากลิ่มเลือด เส้นเลือดตีบ เส้นเลือดแตกจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอะเฟเซียเรายังพบอาการนี้ได้ ผู้ป่วยอุบัติเหตุทางสมอง (Head injury) เนื้องอกที่สมอง(1) ซึ่งบทความนี้จะอธิบายถึงบริเวณของสมองที่เกี่ยวข้องกับการพูดและการเข้าใจในภาษา และประเภทของอะเฟเซีย (Aphasia)
มาทำความเข้าใจการทำงานของสมองแต่ละซีก
- สมองซีกซ้าย (Left dominant hemisphere)เป็นสมองซีกที่ควบคุมเกี่ยวกับภาษาและทักษะต่างๆของผู้ที่ถนัดข้างขวา แต่ไม่จำเป็นว่าผู้ที่ถนัดมือซ้ายจะมีสมองซีกขวาที่เด่นกว่าซีกซ้าย ส่วนใหญ่คนถนัดมือซ้ายมักจะมีสมองซีกซ้ายหรือทั้งสองข้างเด่น ถ้าผู้ป่วยที่มีพยาธิสภาพอยู่บริเวณสมองซีกซ้ายมักทำให้เกิดอาการผิดปกติในการใช้ภาษา (aphasia)(2,3)
- สมองซีกขวา (Right non-dominant hemisphere) เป็นสมองซีกที่ควบคุมและเชื่อมโยงการเคลื่อนไหวกับข้อมูลการรับรู้ในทิศทางต่างๆ (visual-spatial analysis) แสดงพฤติกรรมทางอารมณ์ ถ้าสมองซีกนี้ได้รับบาดเจ็บจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการจำตำแหน่งทิศทางไม่ได้ ไม่สนใจร่างกายด้านตรงข้าม (neglect)(2)
บริเวณสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพูดและการเข้าใจภาษา

รูปที่ 1 รูปแสดงบริเวณของ Wernicke’sarea และ Broca’s area
ที่มาhttp://www.mayfieldclinic.com/Images/PE-AnatBrainFig3.jpg
Wernicke’sarea
สมองส่วนนี้อยู่บริเวณเหนือกกหูด้ายซ้าย หรือมีชื่อเรียกขอบเขตบนเปลือกสมองนี้ว่า Brodmann’s area 22 (ตามรูปที่ 1) บริเวณนี้ถูกค้นพบโดยนักประสาทวิทยาและจิตแพทย์ชาวเยอรมันที่ชื่อว่าคาร์ล เวอร์นิเก ซึ่งค้นพบว่าเมื่อบริเวณนี้ถูกทำลายจะทำให้เกิดภาวะเสียการสื่อความ (aphasia) มีความบกพร่องของความเข้าใจภาษาและการพูด โดยผู้ป่วยได้ยินสิ่งที่คนอื่นพูดแต่ไม่สามารถเข้าใจความหมาย ผู้ป่วยพูดได้แต่คำที่พูดเป็นคำที่ไม่มีความหมาย (4,5)
Broca’s area
อยู่บริเวณ Brodmann’s area 44 และ 45 (ตามรูปที่ 1) ถูกค้นพบโดยนายแพทย์ชาวฝรั่งเศส ปอล โบรกา ถ้าบริเวณนี้ถูกทำลายจะทำให้สูญเสียการสื่อสารที่ออกมาเป็นคำพูด จะพูดได้ลำบาก พูดทวนคำไม่ได้ บอกชื่อสิ่งของไม่ได้ แต่ยังสามารถเข้าใจในสิ่งที่ผู้อื่นสื่อสารได้(4,5)
ประเภทของความผิดปกติของอะเฟเซีย มี 4 ประเภท ใหญ่ๆ
- มีปัญหาเรื่องการรับรู้เข้าใจในภาษา (Wernicke’s Aphasia)
- มีปัญหาเรื่องการแสดงออกทางภาษา แต่มีความเข้าใจในภาษาที่ปกติ (Broca’s Aphasia)
- มีปัญหาเรื่องการนึกคำพูด (Nominal Aphasia)
- มีปัญหาทั้งเรื่องการแสดงออกทางภาษาและความเข้าใจในภาษา (Global Aphasia)
- มีปัญหาเรื่องการรับรู้เข้าใจในภาษา (Wernicke’s Aphasia)
ผู้ป่วยจะสามารถพูดได้คล่อง ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ แต่ไม่สามารถเข้าใจคำพูดนั้นๆได้ ยิ่งถ้าเป็นประโยคที่ซับซ้อนจะไม่เข้าใจมาก ไม่สามารถพูดตามได้เนื่องจากไม่เข้าใจในสิ่งที่พูดตาม ไม่สามารถเขียนหนังสือตามคำบอกได้ ในบางรายที่มีอาการน้อยสามารถอ่านได้แต่มีตกหล่นบางคำและถ้ามีอาการมากจะไม่สามารถอ่านหนังสือได้เลย(1)จะพบในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติที่เส้นเลือด Middle cerebral artery ที่ส่งเลือดไปเลี้ยงสมองบริเวณ left superior temporal lobe(4,5)(ตามรูปที่ 2)

รูปที่ 2 แสดงบริเวณ left superior temporal lobe
ที่มา https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/8/89/Gray726_superior_temporal_gyrus.png
- มีปัญหาเรื่องการแสดงออกทางภาษา แต่มีความเข้าใจในภาษาที่ปกติ (Broca’s Aphasia)
ผู้ป่วยสามารเข้าใจคำพูดของผู้อื่นได้ แต่พูดไม่ชัดและไม่สามารถบอกความต้องการของตัวเองได้ ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนที่ควบคุมอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการพูด ทำให้ผู้ป่วยพูดไม่คล่อง(1)จะพบในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติที่เส้นเลือด Middle cerebral artery อยู่ในบริเวณสมองส่วนหน้าทางซีกซ้าย (left frontal lobe)(4)
- มีปัญหาเรื่องการนึกคำพูด (Nominal Aphasia)
ผู้ป่วยนึกคิดคำศัพท์ที่จะพูดได้ยากลำบาก(Word finding difficulty)มักจะพูดอ้อม หรืออธิบายโดยใช้คำศัพท์อื่นแทนสิ่งที่พูด เช่น พูดว่า “อันที่ไว้ใส่ข้าว” แทนคำว่า “จาน” แต่ผู้ป่วยจะพูดคล่อง ชัดเจน ถูกหลักไวยากรณ์(1)มักพบในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติที่จุดเชื่อมระหว่างสมองส่วน temporal และ parietal area (4)(ตามรูปที่ 1)
- มีปัญหาทั้งเรื่องการแสดงออกทางภาษาและความเข้าใจในภาษา (Global Aphasia)
ผู้ป่วยมีปัญหาทั้งเรื่องการพูดและการเข้าใจในภาษาในระดับที่ใกล้เคียงกัน โดยพบในผู้ป่วยที่มีพยาธิสภาพทั้งบริเวณ Wernicke’s area และBroca’s area(1)
เรียบเรียงโดย กภ.ภัสสราพรรณ นามนรเศรษฐ์
เอกสารอ้างอิง
- เบญจมาศ พระธานี.อะเฟเซียคืออะไร.ขอนแก่นเวชสาร 2535;16:57-62.
- กัมมันต์ พันธุมจินดา, มีชัย ศรีใส, สุพัฒน์ โอเจริญ, ช่อเพียว เตโชฬาร. ประสาทศาสตร์พื้นฐาน.พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: สินประสิทธิ์การพิมพ์; 2549. หน้า 92-100.
- พรภัทร ธรรมสโรช,เพิ่มพันธุ์ ธรรมสโรช,บรรณาธิการ.ประสาทวิทยาคลินิก. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์; 2552.หน้า 65-6
- Gupta A, Singhal G. Understanding aphasia in simplified Manner. JIACM. 2011; 12:32-7.
- Sid Gilman, Surah Winans Newman. Essentials of clinical neuroanatomy andneurophysiology. 9thed.Philadephia: FA Davis; 1997.p.231-33.




