หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท

บ่อยครั้งที่คนไข้มารับการรักษาที่คลินิกกายภาพบำบัดด้วยอาการปวดหลัง ปวดสะโพกร้าวลงขา มีอาการชาที่ขา พบการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อขา และบอกกับนักกายภาพบำบัดว่า กระดูกทับเส้นประสาทบ้าง หรืออะไรอย่างอื่นทับเส้นบ้าง พอถามว่าท่านทราบได้อย่างไร ก็บอกว่ามาจากผู้อื่นบอกบ้าง คิดเอาเองบ้าง คนไข้ที่รับทราบข้อมูลเหล่านี้มา มักจะจำฝังใจตนเองว่าเป็นอาการต่าง ๆ เหล่านี้ เกิดความทุกข์ ไม่สบายใจ ทำให้ต้องใช้เวลาในการอธิบาย ตรวจร่างกายเพื่อให้หายสงสัย บรรเทาความทุกข์เป็นเวลาพอสมควร
ในบทความนี้จึงขออนุญาตอธิบายอาการเหล่านี้ โดยอยู่บนพื้นฐานความรู้ทางกายวิภาคศาสตร์และกายภาพบำบัด
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทคืออะไร ?
เส้นประสาทอะไรถูกกดทับ ?
ภาพ กระดูกสันหลังระดับเอว (Lumbar spine)
กระดูกสันหลังระดับเอว (Lumbar spine) ประกอบด้วยกระดูกสันหลัง 5 ข้อ (L1 – L5) และมีเส้นประสาทออกมาข้าง ๆ ใต้ข้อต่อกระดูกสันหลัง 5 คู่ (Nerve roots) ซึ่งทำหน้าที่รับความรู้สึกและควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อขาและเท้า
ระหว่างข้อต่อกระดูกสันหลังจะมีหมอนรองกระดูกสันหลัง (Intervertebral disc) ทำหน้าที่ช่วยกระจายแรงกดทับของข้อต่อ ซึ่งประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ
- เนื้อเยื่อด้านนอก (Annulus fibrosus) มีลักษณะเหนียว ให้ความแข็งแรง
- เจลด้านใน (Nucleus pulposus) ช่วยรับและกระจายแรงกดหรือแรงกระแทก และทำให้การเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังดีขึ้น
การแบ่งระดับการบาดเจ็บของหมอนรองกระดูกสันหลัง (1)
- Disc bulging หมอนรองกระดูกสันหลังเริ่มเสื่อม มีการเคลื่อนของเจลด้านในเล็กน้อย แต่ยังมีไม่การฉีกขาดของเนื้อเยื่อด้านนอก
- Protrusion มีการเคลื่อนของเจลด้านในมากขึ้นดันเนื้อเยื่อด้านในให้โป่งออก แต่เนื้อเยื่อด้านนอกยังไม่ฉีกขาด
- Extrusion เนื้อเยื่อด้านนอกมีการฉีกขาด และเจลด้านในปลิ้นออกมาด้านนอก แต่เจลด้านในยังไม่แยกขาดออกจากกัน
- Sequestration เนื้อเยื่อด้านนอกมีการฉีกขาด เจลด้านในปลิ้นออกมาด้านนอก และเจลด้านในแยกขาดออกจากกัน
เมื่อหมอนรองกระดูกสันหลังระดับเอวปลิ้นออกมา จะสามารถไปกดทับเส้นประสาทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย คือ เส้นประสาท Sciatic เป็นเส้นประสาทที่เกิดจากการรวมกันของรากประสาท L4, L5, S1, S2, S3 วางตัวยาวจากกระดูกสันหลังระดับเอว ผ่านกล้ามเนื้อสะโพก (Piriformis) ลงไปด้านข้างกล้ามเนื้อหลังต้นขา (Hamstring) และแยกออกมาเป็นเส้นประสาทอีก 2 เส้น คือเส้นประสาท Common peroneal ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณหน้าแข้ง และเส้นประสาท Tibia เลี้ยงกล้ามเนื้อน่องและเท้า ทำให้มีอาการปวดร้าวตามแนวเส้นประสาท
อาการปวดร้าวลงขา (Sciatica) คือ อาการปวดไปตามทางเดินของเส้นประสาท Sciatic ซึ่งเกิดจากการระคายเคือง (Irritation) หรือการกดทับ (Compression) เส้นประสาทจากโครงสร้างต่าง ๆ ที่เส้นประสาทเดินทางผ่าน ซึ่งประกอบด้วย หมอนรองกระดูกสันหลัง (Intervertebral disc) โพรงไขสันหลังตีบแคบ (Spinal stenosis) กระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolisthesis) กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis syndrome) ซึ่งเราจะสังเกตได้ว่า หมอนรองกระดูกสันหลังเป็นหนึ่งในสาเหตุของการกดทับเส้นประสาทดังกล่าว
อาการแสดงทั่วไปของหมอนรองกระดูกสันหลังระดับเอวกดทับเส้นประสาท Sciatic (2)
- ปวดร้าวลงขาตามทางเดินเส้นประสาท Sciatic
- ปวดหลัง สะโพก ต้นขา น่อง หรือเท้า ขึ้นกับตำแหน่งของรอยโรค
- การรับความรู้สึกผิดปกติ เช่น ชา (Numbness) รู้สึกเหมือนเข็มแทง (Pins and needles) รู้สึกซ่า (Tingling) บริเวณขา หรือเท้าตามบริเวณที่เส้นประสาทไปเลี้ยง
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง เช่น ปลายเท้าตก
- อาการปวดเพิ่มขึ้นขณะขยับเคลื่อนไหว เปลี่ยนท่าทางได้ลำบาก
- อาการปวดเพิ่มขึ้น ไม่สามารถเหยียดหลังตรงได้ หรือยืนลงน้ำหนักบนขาข้างที่เป็นได้
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท (3, 4)
- อายุระหว่าง 35 – 50 ปี มีโอกาสเป็นได้ เนื่องจากหมอนรองกระดูกสันหลังยังมีความยืดหยุ่นได้ดี สามารถปลิ้นออกมาได้
- เพศชายมีโอกาสเป็นมากกว่าเพศหญิง 2 เท่า
- การใช้งานหลังที่ไม่ถูกต้อง เช่น การก้มตัวยกของหนัก หมุน บิดลำตัว รวมถึงการออกกำลังกายที่หนักเกินไป และการออกกำลังกายในท่าทางที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บบริเวณหลัง
- ภาวะอ้วน เนื่องจากการอ้วนลงพุง ทำให้ท้องยื่นมาด้านหน้ามาก หมอนรองกระดูกสันหลังต้องรับแรงกดที่เพิ่มมากขึ้น
- การสูบบุหรี่ โดยสาร Nicotine จะทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกสันหลังลดลง ส่งผลให้การซ่อมแซมฟื้นตัวของหมอนรองกระดูกสันหลังช้าลง
- ประวัติการบาดเจ็บ คนไข้ที่เคยมีประวัติการบาดเจ็บบริเวณข้อต่อกระดูกสันหลัง หรือเคยเป็นหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทมาก่อน อาจเกิดหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทซ้ำในอนาคตได้
หากท่านผู้อ่านมีปัจจัยเสี่ยง ร่วมกับมีอาการคล้ายอาการแสดงทั่วไปที่กล่าวมาแล้ว อย่าเพิ่งรีบสรุปว่าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทจริง อาจมีสาเหตุจากอย่างอื่น ไม่ได้มาจากหมอนรองกระดูกสันเส้นประสาทจริง ๆ ก็ได้ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจร่างกาย วินิจฉัยแยกโรคจากแพทย์ หรือนักกายภาพบำบัดที่เชี่ยวชาญเพื่อจะได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม เนื่องจากหากการวินิจฉัยผิด อาจได้รับการรักษาที่ไม่ถูกต้องซึ่งจะทำให้อาการไม่ดีขึ้น หรืออาการแย่ลงได้
เรียบเรียงโดย กภ. ไพบูลย์ เสถียรพันธฤทธิ์
References
- Fardon DF, Milette PC. Nomenclature and classification of lumbar disc pathology: recommendations of the combined task forces of the North American Spine Society, American Society of Spine Radiology, and American Society of Neuroradiology. Spine. 2001; 26(5): 93-113.
- Manchikanti L, Abdi S, Atluri S, Benyamin RM, Boswell MV, Buenaventura RM, et al. An update of comprehensive evidence-based guidelines for interventional techniques of chronic spinal pain: Part II: Guidance and recommendations. Pain Physician. 2013; 16: 49-283.
- Ma D, Liang Y, Wang D, Liu Z, Zhang W, Ma T, et al. Trend of the incidence of lumbar disc herniation: decreasing with aging in the elderly. Clin Interv Aging. 2013; 8: 1047-50.
- Schroeder GD, Guyre CA, Vaccaro AR. The epidemiology and pathophysiology of lumbar disc herniations. Semin Spine Surg. 2016; 28(1): 2-7.














