mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

รู้ทัน ป้องกันออฟฟิศซินโดรมกับนักกายภาพบำบัด

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางด้านการยศาสตร์
  • รู้ทัน ป้องกันออฟฟิศซินโดรมกับนักกายภาพบำบัด

รู้ทัน ป้องกันออฟฟิศซินโดรมกับนักกายภาพบำบัด

พฤษภาคม 7, 2019
Categories
  • กายภาพบำบัดทางด้านการยศาสตร์
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • นิ้วล็อก
  • ปวด
  • ปวดคอ
  • ออฟฟิศซินโดรม

Office syndrome เป็นคำกว้าง ๆ ทั่วไป (ที่ไม่ใช่คำเฉพาะเจาะจงทางการแพทย์) ที่หมายถึงกลุ่มอาการที่พบบ่อยในคนทำงานในสำนักงาน หรืออีกนัยหนึ่ง Office syndrome คือ โรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในสำนักงาน  โดยโรคที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของโรค office syndrome ได้แก่ โรคกระเพาะ ปัสสาวะอักเสบ ต้อหินหรือโรคทางจักษุอื่น ๆ โรคนอนไม่หลับ โรคกรดไหลย้อน โรคปวดศีรษะ ไมเกรน โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หรือโรคอ้วน เป็นต้น ซึ่งโรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มโรค Office syndrome ด้วยเช่นกัน(1)

จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปี 2556-2560 พบว่าประเทศไทยมีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ประมาณ 30.8 ล้านคน เป็นกลุ่มวัยทำงาน (อายุ 15 ขึ้นไป) จำนวน 28.1 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 91.3 (2) ส่งผลให้ผู้ที่ทำงานในสำนักงานมีแนวโน้มที่จะมีโอกาสเป็นโรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อสูงขึ้น เนื่องจากลักษณะงานที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ หรือทำงานท่าเดิมซ้ำ ๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ไม่ค่อยเปลี่ยนอิริยาบถ โดยตำแหน่งที่มักพบคือ บริเวณศีรษะและคอคิดเป็นร้อยละ 42 หลังส่วนล่างคิดเป็นร้อยละ 34 หลังส่วนบนคิดเป็นร้อยละ 28 ข้อมือและมือคิดเป็นร้อยละ 20 และไหล่คิดเป็นร้อยละ 16 นอกจากนี้ยังพบได้น้อยในบริเวณตำแหน่งอื่น ๆ คือ ข้อเท้าและเท้าคิดเป็นร้อยละ 13 เข่าคิดเป็นร้อยละ 12 สะโพกคิดเป็นร้อยละ 6 และศอกคิดเป็นร้อยละ 5 โดยโรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับงานทางกายภาพบำบัด (1, 5)

อาการของโรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อที่พบได้บ่อย ได้แก่ (1)

  • ปวดคอ (Neck pain)
  • กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง (Myofascial pain syndrome)
  • เอ็นกล้ามเนื้อไหล่อักเสบ (Biceps, Supraspinatus tendinitis)
  • กล้ามเนื้อบริเวณแขนท่อนล่างด้านนอกอักเสบ (Tennis elbow)
  • กล้ามเนื้อบริเวณแขนท่อนล่างด้านในอักเสบ (Golfer elbow)
  • เอ็นรัดข้อมือกดทับเส้นประสาท (Carpal tunnel syndrome)
  • ปลอกหุ้มเอ็นนิ้วโป้งอักเสบ(De Quervain’s tenosynovitis )
  • นิ้วล็อก (Trigger finger)
  • ปวดหลังส่วนล่าง (Low back pain)
  • เส้นประสาทมีความตึงตัว (Nerve tension)

สาเหตุ

  • การนั่งทำงานท่าเดิมซ้ำ ๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานมากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน
  • ท่าทางการทำงานไม่เหมาะสม หลังค่อม ก้มหรือเงยคอมากเกินไป
  • สภาพแวดล้อมและอุปกรณ์ในการทำงานไม่เหมาะสม
  • สภาวะเครียดจากการทำงาน
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ

จากสาเหตุข้างต้นทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อ ในภาวะปกติกล้ามเนื้อจะมีการหดตัวและคลายตัวเพื่อทำงาน เมื่อเราใช้งานในลักษณะเดิมเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกร็งหดตัวตลอดเวลาเมื่อถึงจังหวะเวลาที่กล้ามเนื้อต้องคลายตัวแต่กลับคลายตัวไม่ได้ ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวลำบาก เกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ จนเกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และนำไปสู่กระบวนการอักเสบและการสร้างพังผืด เมื่อปล่อยไว้เป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้เกิดพังผืดยึดเกาะบริเวณกล้ามเนื้อมากขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อนั้นมีความทนทานต่อการใช้งานลดลง ง่ายต่อการบาดเจ็บซ้ำ และยังส่งผลให้กล้ามเนื้อนั้นไม่สามารถขับของเสียที่เกิดจากการใช้งานออกไปได้ เนื่องจากการไหลเวียนเลือดบริเวณนั้นไม่ดี ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้ออักเสบจนแสดงอาการปวดออกมา นอกจากนี้ความเครียดจากการทำงาน รวมไปถึงสภาพแวดล้อมที่ทำงานไม่เหมาะสมก็ส่งผลให้เกิดกล้ามเนื้ออักเสบและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ (1, 4)

โรคออฟฟิศซินโดรมในแต่ละระยะขึ้นกับ ระดับขั้น ลักษณะอาการและการรักษาอาการ ดังต่อไปนี้ (3, 6, 7)

ระดับขั้น ลักษณะอาการ การรักษาอาการ
ระยะหนึ่ง จะมีอาการปวดเมื่อยล้า ในบริเวณที่ถูกใช้งานเป็นประจำ หลังจากทำงานต่อเนื่อง 3-4 ชั่วโมง และอาการจะหายไปทันที เมื่อมีการเปลี่ยนท่าทางหรือปรับเปลี่ยนอิริยาบถ ถ้าหากไปพบแพทย์อาจตรวจไม่พบความผิดปกติโครงสร้างร่างกาย แต่เป็นเพียงความรำคาญหรือหงุดหงิดกับอาการเมื่อยล้าเท่านั้น สามารถรักษาให้หายได้ง่าย โดยการยืดเหยียดบริหารร่างกายด้วยตนเอง
ระยะสอง จะมีอาการปวด เมื่อยล้า ชา หรืออ่อนแรง หลังจากทางานไประยะเวลาสั้น ๆ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ต้องลุกเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยครั้ง และอาการมักจะเป็นคงค้างนานไม่หายไปทันที เมื่อเปลี่ยนท่าทาง และอาจรบกวนการนอนหลับบ้าง หลังจากนอนพักอาการจะทุเลาลงเล็กน้อยและอาจมีอาการปวดตึงเมื่อตื่นนอน พอได้ลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวอาการเหมือนดีขึ้น แต่พอมาทำงานท่าเดิม ๆ สักพักอาการก็กลับแย่ลง สามารถรักษาให้หายได้ในระยะนี้  โดยการไปพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด ทำตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกายภาพบาบัด
ระยะสาม จะมีอาการปวด เจ็บ ชา หรืออ่อนแรงจะมากขึ้นและเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งจะมีอาการตลอดเวลา แม้ว่าจะทำกิจวัตรประจำวันเล็ก ๆ น้อย ก็ปวดจนแทบทนไม่ได้ อาจจะต้องปรับเปลี่ยนงานหรือลาออกจากงาน เพราะไม่สามารถทนทำงานในหน้าที่ต่อไปได้อีก อาการปวดรบกวนการนอนจนทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ จำเป็นต้องหยุดงานเพื่อรักษาตนเองอย่างจริงจังและต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสภาพร่างกายยาวนาน การรักษาอาการในระยะนี้จะ เป็นไปด้วยความยากลำบาก และต้องให้ความใส่ใจกับการดูแลตนเองของผู้ป่วย ซึ่งใช้เวลานานในการรักษาให้หาย

 ตัวอย่างท่าทางการนั่งที่พบในการทำงาน จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างร่างกายอย่างไรได้บ้าง ตามมาดูกันได้เลยค่ะ

เรียบเรียงโดย กภ.ปัทมาพร สนจิตร์

เอกสารอ้างอิง

  1. ประวิตร เจนวรรธนะกุล. โรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อในผู้ที่ทำงานในสำนักงาน. กรุงเทพฯ: บริษัท ก.พล (1996) จำกัด; 2558.
  2. สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม/ สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค. กรมควบคุมโรค ชวนพนักงานออฟฟิศปรับ 3 ป. ลดปวดเมื่อยลดเสี่ยงจากโรคออฟฟิศซินโดรม[อินเทอร์เน็ต]. 2561 [เข้าถึงเมื่อ 3 มี.ค. 2562]. เข้าถึงได้จาก: https://pr.moph.go.th/?url=pr/detail/2/02/113832/
  3. นพพร คุรุเสถียร. ออฟฟิศ ซินโดรม. [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 3 มี.ค. 2562]. เข้าถึงได้จาก: http://www.pt.or.th/knowlage/hu1.pdf
  4. Barr AE, Barbe MF, Clark BD. Work-related musculoskeletal disorders of the hand and wrist-epidemiology, pathophysiology, and sensorimotor changes. J Orthop Sports Phys Ther. 2004; 34: 610-27.
  5. Janwantanakul P, Pensri P, Jiamjarasrangsi W and Sinsongsook T. Prevalence of self-reported musculoskeletal symptoms among office workers. Occup Med. 2008; 58: 436–438.
  6. Simoneau S, ST-Vincent M, Chicoine D. Work-related musculoskeletal disorders(WMSDs). Saint-Leonard: Institut de recherche Robert-Sauve en sante et en securite du travail du Quebec (IRSST); 1996.
  7. Kroemer KH. Cumulative trauma disorders: their recognition and ergonomics measures to avoid them. Appl Ergon 1989; 20(4): 274-80.
Post Views: 4,594
Share
0

Related posts

พฤษภาคม 8, 2026

เมื่อเด็กเล็กอารมณ์ร้อน ดื้อ ต่อต้าน ( 1-4 ปี ) ผู้ปกครองควรรับมืออย่างไร ให้เด็กพัฒนาทักษะการดูแลอารมณ์ได้จริง


Read more
พฤษภาคม 1, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Myasthenia Gravis (MG)


Read more
เมษายน 27, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS)


Read more
เมษายน 10, 2026

การออกกำลังกายในภาวะเข่าโก่ง


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.