mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

“รำไทย” หนึ่งภูมิปัญญา…รักษาอาการเส้นประสาทแขนยึดรั้ง

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • “รำไทย” หนึ่งภูมิปัญญา…รักษาอาการเส้นประสาทแขนยึดรั้ง

“รำไทย” หนึ่งภูมิปัญญา…รักษาอาการเส้นประสาทแขนยึดรั้ง

มีนาคม 31, 2014
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags

เส้นประสาทแขนยึดรั้งคืออะไร

คุณเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่ ปวด เมื่อยล้าบริเวณข้อศอกด้านในหรือด้านนอก ปวดแปล๊บบริเวณข้อมือ ชาฝ่ามือหรือหลังมือ ชาปลายนิ้ว มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อในมือ ทั้งหมดนี้คืออาการของเส้นประสาทแขนยึดรั้ง ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจาก เส้นประสาทแขนถูกรบกวน ถูกกดทับ บาดเจ็บจากการถูกยืดมากเกินไป หรือจากลักษณะการทำงานอยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานานต่อเนื่อง และบ่อยครั้ง

ที่แขนมีเส้นประสาทที่สำคัญหลัก 3 เส้น ได้แก่ เส้นประสาทแขนมีเดียน (Median nerve) เส้นประสาทแขนเรเดียล (Radial nerve) และเส้นประสาทแขนอัลน่า (Ulnar nerve) ซึ่งทั้ง 3 เส้นแตกแขนงประสาทออกมาจากกระดูกคอ มาสู่แขนและมือ วางตัวผ่านโครงสร้างต่างๆ ได้แก่ กระดูกข้อต่อ กล้ามเนื้อ เยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ และผิวหนังที่เส้นประสาทเหล่านั้นไปเลี้ยง ดังภาพ

เมื่อเกิดการบาดเจ็บต่อเส้นประสาท ซึ่งอาจจะเกิดจาการถูกรบกวน ถูกกดทับจากโครงสร้างดังกล่าว หรือถูกยืดมากเกินไปจากลักษณะการทำงานอยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานานต่อเนื่อง และบ่อยครั้ง ก็จะทำให้เส้นประสาทแขนขาดเลือดไปเลี้ยง เกิดการอักเสบ และในระยะต่อมาก็จะทำให้มีการตึงรั้ง ส่งผลให้ขยับเคลื่อนแขนแล้วรู้สึกตึง มีอาการปวด และชา

รำไทย

http://handtherapy.files.wordpress.com/2013/05/nerve-paths.jpg

พบอาการดังกล่าวในกลุ่มผู้ที่ทำงานลักษณะใดได้บ้าง

อาการดังกล่าวสามารถพบในกลุ่มผู้ที่ทำงานสำนักงาน งานในโรงงาน และทำงานบ้านต่างๆได้

  1. ในกลุ่มผู้ที่ทำงานสำนักงาน
    • ลักษณะท่าทางและพฤติกรรมการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ พบว่า ผู้ใช้งานจะนั่งศีรษะยื่นไปข้างหน้า นั่งหลังค่อม ห่อไหล่เป็นเวลานานติดต่อกันหลายชั่วโมง ลักษณะท่าทางและพฤติกรรมดังกล่าวไม่ใช่ท่าทางที่ดี ซึ่งจะมีผลต่อกระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นประสาทแขนได้ กล้ามเนื้อคอด้านหลังและบ่าต้องทำงานหนัก หดเกร็ง ยังมีผลต่อกล้ามเนื้อบริเวณด้านหน้าหัวไหล่ และหน้าอก ตึงและยึดรั้งได้ [5] ทำให้มีอาการปวดกล้ามเนื้อคอและบ่าร้าวขึ้นศีรษะ กระบอกตา หรือปวดร้าวไปที่หัวไหล่ และผลที่ตามมาเมื่อกล้ามเนื้อคอ บ่า หัวไหล่ด้านหน้าหดเกร็ง ก็จะมีผลให้ทางเดินของเส้นประสาทแขนแคบลง เส้นประสาทถูกกดทับจากกล้ามเนื้อที่เกร็ง เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงเส้นประสาทไม่สะดวก ส่งผลให้มีอาการปวดล้าแขน และชามือได้ [6]
    • ลักษณะท่าทางที่ต้องนั่งพิมพ์เอกสาร การวางมือบนแป้นพิมพ์ จะเห็นได้ว่ามีการกระดกขึ้นของข้อมือค้างไว้ ร่วมกับมีการกดทับบริเวณข้อมือเป็นเวลานานต่อเนื่อง มีผลให้ช่องทางเดินของเส้นประสาทแคบ และจากการเสียดสีกันในช่องแคบๆดังกล่าว ทำให้เส้นประสาทมีเดียนบริเวณข้อมืออักเสบ และในเวลาต่อมาก็ทำให้เกิดการยึดรั้งได้ นอกจากนี้ตำแหน่งการวางแขนลักษณะคว่ำมือ ก็เป็นท่าทางหนึ่งที่จะทำให้เส้นประสาทมีเดียนถูกกดทับบริเวณด้านหน้าแขนท่อนล่างได้ ส่งผลให้มีอาการชามือ ชานิ้วโป้ง ชี้ กลาง และนิ้วนางครึ่งนิ้ว [4]
    • ลักษณะท่าทางการนั่งเก้าอี้ทำงาน ข้อศอกงอและถูกกดกับที่รองแขนเป็นเวลานาน เส้นประสาทอัลน่าบริเวณข้อศอกด้านในจะถูกยืดมากเกินไปและถูกกด ร่วมกับอยู่ในท่าทางดังกล่าวเป็นเวลานานต่อเนื่อง มีผลให้เส้นประสาทขาดเลือด บาดเจ็บ เกิดการอักเสบ และเส้นประสาทจะยึดรั้งในเวลาต่อมาได้ ส่งผลให้มีอาการตึงร่วมกับชาปลายนิ้วนางและก้อย [2],[3]
    • ลักษณะท่าทางที่ต้องพิมพ์เอกสาร การวางมือบนแป้นพิมพ์ จะเห็นได้ว่ามีการกระดกขึ้นของข้อมือค้างไว้ ทำให้กล้ามเนื้อข้อศอกด้านนอกทำงานหนักมาก มีผลต่อเส้นประสาทเรเดียล ซึ่งวางตัวอยู่ระหว่างกล้ามเนื้อข้อศอกด้านนอก เส้นประสารทเรเดียลจะถูกกดทับจากกล้ามเนื้อที่หดเกร็งนี้ ส่งผลให้มีอาการปวดตึงด้านหลังมือ ข้อศอกด้านนอก ร่วมกับชาด้านหลังมือ [7]
  2. งานในโรงงาน และงานบ้านต่างๆ
    • ลักษณะงานที่มีผลต่อเส้นประสาทมีเดียนยึดรั้ง ได้แก่ งานที่ต้องกระดกข้อมือขึ้นลงบ่อยครั้ง งานที่ต้องผลักและดึงในท่าคว่ำมือ งานลักษณะมีการบิดแขน บิดข้อมือ เช่นบิดผ้า [7]
    • ลักษณะงานที่มีผลต่อเส้นประสาทเรเดียลยึดรั้ง ได้แก่ งานที่ต้องกระดกข้อมือขึ้นบ่อยครั้ง งานที่ต้องผลักและดึงในท่าหงายมือ งอศอก งานลักษณะมีการบิดแขน บิดข้อมือ เช่นบิดผ้า [7]
    • ลักษณะงานที่มีผลต่อเส้นประสาทอัลน่า ยึดรั้ง ได้แก่ คุยโทรศัพท์ (ข้อศอกอยู่ท่างอเป็นเวลานาน) [2],[3]

จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณมีอาการเส้นประสาทแขนยึดรั้งหรือไม่

วิธีตรวจความตึงตัวของเส้นประสาทแขนด้วยตนเอง ทำได้ดังนี้

  1. วิธีตรวจความตึงตัวของเส้นประสาทมีเดียน (รูปที่ 1)
    • กางแขนประมาณ 90 องศา หมุนแขนออก เหยียดแขนไปด้านหลัง เหยียดข้อศอกตรง กระดกข้อมือ
    • ค้างไว้ประมาณ 5 – 10 วินาที ผู้ที่มีอาการเส้นประสาทแขนมีเดียนยึดรั้ง จะมีอาการปวดหรือตึงด้านหน้าหัวไหล่ แขน ข้อมือ และมีอาการตึงร่วมกับชาปลายนิ้วโป้ง ชี้ กลาง และนางครึ่งนิ้ว
  2. วิธีตรวจความตึงตัวของเส้นประสาทเรเดียล (รูปที่ 2)
    • มือ กระดกข้อมือลง เหยียดข้อศอกตรง บิดแขนเข้าด้านใน และเหยียดแขนไปด้านหลัง
    • ค้างไว้ประมาณ 5 – 10 วินาที ผู้ที่มีอาการเส้นประสาทแขนเรเดียลยึดรั้ง จะมีอาการปวดหรือตึงด้านหลังมือ ข้อศอกด้านนอก ร่วมกับมีอาการชาด้านหลังนิ้วมือ
  3. วิธีตรวจความตึงตัวของเส้นประสาทอัลน่า (รูปที่ 3)
    • กางแขนประมาณ 90 องศา ทำมือเป็นรูปโอเค งอข้อศอก หมุนข้อมือเข้าหาตัว และเอานิ้วรูปตัวโอไปครอบที่ดวงตา (บางรายหากทำแล้วปวดตึงมาก ไม่ต้องฝืนพยายามทำต่อไป)
    • ค้างไว้ประมาณ 5 – 10 วินาที ผู้ที่มีอาการเส้นประสาทแขนอัลน่ายึดรั้ง จะมีอาการปวดหรือตึงข้อศอกด้านใน แขนท่อนล่าง ข้อมือ ถึงฝ่ามือด้านใน และมีอาการตึงร่วมกับชาปลายนิ้วนาง ก้อย

*หมายเหตุ: ถ้าขณะตรวจมีอาการปวดร้าวหรืออาการไม่พึงประสงค์อื่นๆที่แขนอย่างชัดเจน ควรรีบหยุดการทำท่าทางดังกล่าวทันที และพักจนอาการดังกล่าวหายไป

รำไทย

รำไทยช่วยรักษาอาการเส้นประสาทแขนยึดรั้งได้

จากอาการเส้นประสาทแขนยึดรั้ง ได้มีผู้คิดค้นวิธีการตรวจและรักษาจากประเทศออสเตรเลีย ด้วยการขยับเคลื่อนเส้นประสาทให้เส้นประสาทมีการขยับตัวไปมา และยืดเส้นประสาท เพื่อลดความตึงตัว โดยการจัดท่าให้เส้นประสาทอยู่ในท่าที่ตึง แต่ไม่ตึงมากจนเกินไป และได้แนะนำท่าบริหารออกกำลังกายด้วยการเต้นแบบนกฟลามิงโกของทวีปแอฟริกา [1]

ในประเทศไทย มีนักกายภาพบำบัดได้วิเคราะห์ท่าเต้นและท่าตรวจความตึงของเส้นประสาท พบว่ามีส่วนคล้ายกับท่ารำไทยมาก และได้ทำการทดลองเพื่อพิสูจน์ว่า การรำไทยมีส่วนช่วยลดอาการตึงตัวของเส้นประสาทหรือไม่ โดยทำการวิจัยสำรวจในผู้ที่รำไทยเป็นประจำ พบว่าผู้ที่รำไทยจะมีการตึงตัวของเส้นประสาทน้อยกว่า หรือไม่ตึงเลย [1]

ทำการทดลองให้การรักษาทางกายภาพบำบัดด้วยรำไทยในผู้ที่ทำงานในสำนักงานต่างๆ พบว่ารำไทยมีส่วนช่วยทำให้เส้นประสาทลดการตึงตัวลงอย่างชัดเจน [1]

และทำการทดลองใช้รำไทยกับผู้ป่วยที่มีอาการของเส้นประสาทอักเสบที่ถูกกดทับบริเวณข้อมือ ที่มีอาการระดับน้อยถึงปานกลาง ได้ผลออกมาอย่างชัดเจนว่าความตึงตัวของเส้นประสาทลดลง การรับรู้สึกสัมผัสและกำลังกล้ามเนื้อดีขึ้น ผู้ป่วยพึงพอใจกับผลที่ได้จากการรำไทย [1],[8]

รำไทย จึงเป็นหนึ่งภูมิปัญญา ช่วยรักษาอาการเส้นประสาทแขนยึดรั้งได้ ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาทางกายภาพบำบัด และเป็นท่าออกกำลังกายที่แนะนำให้ผู้ที่มีอาการเส้นประสาทแขนยึดรั้ง

ตัวอย่างท่ารำไทย…รักษาอาการเส้นประสาทแขนยึดรั้ง

  1. “รำส่าย” ท่าจากรำวงมาตรฐานในเพลง “รำมาซิมารำ” จะมีผลต่อการขยับและยืดเส้นประสาทมีเดียน (รูปที่ 4)
  2. “พรหมสี่หน้าและยูงฟ้อนหาง” ท่าจากรำวงมาตรฐานในเพลง “หญิงไทยใจงาม” จะมีผลต่อการขยับและยืดเส้นประสาทเรเดียล (รูปที่ 5)
  3. “สอดสร้อยมาลา” ท่าจากรำวงมาตรฐานในเพลง “งามแสงเดือน” จะมีผลต่อการขยับและยืดเส้นประสาทอัลน่า (รูปที่ 6)

รำไทย

เคล็ดลับ

  • เปิดเพลงรำวงมาตรฐาน ได้แก่ เพลงรำมาซิมารำ หญิงไทยใจงาม และงามแสงเดือนประกอบการรำไทย ซึ่งอาจจะเปิดค้นหาเพลงในเว็บไซต์อินเตอร์เน็ต และสามารถดูท่ารำได้
  • การรำแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที [1]
  • ขณะที่รำให้มีความรู้สึกตึงของแขนเพียงเล็กน้อย [1]
  • หากรำแล้วมีอาการชาหรือเจ็บเพิ่มขึ้น ให้หยุดรำสักครู่ ถ้าอาการหายไปทันทีที่หยุดรำ ให้รำต่อได้ แต่ถ้าต้องพักสักครู่หนึ่ง (ประมาณ 1 นาที) ให้ลดความรุนแรงของการรำ คือรำโดยไม่ให้รู้สึกตึง และลดระยะเวลาของการรำน้อยลง [1]
  • รำวันละ 1 ครั้ง ทุกวัน ติดต่อกันอย่างน้อย 3 สัปดาห์ อาการตึงจะค่อยๆลดลง [1],[8]
  • การรำไทยนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการอยู่ในระดับน้อย ถึงปานกลาง หากอาการที่เป็นอยู่หนักมาก (ทำงานเบาๆ ก็กระตุ้นให้เกิดอาการ) ควรปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อทำการตรวจประเมิน และรักษา ลดการอักเสบของเส้นประสาทก่อน หากฝืนรำไทยโดยที่เส้นประสาทยังอักเสบอาจกระตุ้นอาการให้แย่ลงได้ สังเกตได้จาก เมื่อรำไทยแล้วมีอาการชา หรือเจ็บมากขึ้น พักสักครู่อาการยังไม่ดีขึ้น ให้ทำการรักษาด้วยวิธีประคบเย็น แล้วอาการจะดีขึ้น ในลักษณะนี้ บ่งบอกว่าการรำไทยยังไม่เหมาะสมกับคุณในช่วงนี้ [1]

เรียบเรียงโดย นักกายภาพบำบัด ภิมุกข์ สิงห์พิทักษ์

เอกสารอ้างอิง

  1. คีรินท์ เมฆโหรา. รำไทยพิชิตปวด. นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่: 364; 2009 [database on the internet]: March 15,2014. Available from: http://www.doctor.or.th/article/detail/7900
  2. Deran Oskay, Aydin Meriç, Nuray Kirdi, Tuzun Firat, Çigdem Ayhan and Gursel Leblebicioglu. Neurodynamic Mobilization in the Conservative Treatment of Cubital Tunnel syndrome: Long – Term Follow – Up of 7 Cases. J Manipulative Physiol Ther 2010;33:156-163.
  3. Michel W. Coppieters, Katrien E. Bartholomeeusen and Karel H. Stappaerts. Incorporating Nerve-Gliding Techniques in the Conservative Treatment of Cubital Tunnel Syndrome. J Manipulative Physiol Ther 2004;27:560-568.
  4. Michelle L. Heebner, Toni S. Roddey. The Effects of Neural Mobilization in Addition to Standard Care in Persons with Carpal Tunnel Syndrome from a Community Hospital. J HAND THER. 2008;21:229–41.
  5. Myers T. Anatomy trains 2 ed. Edinburgh: Churchill Livingstone; 2009.
  6. Sahrmann S. Movement system impairment syndromes of the extremities, cervical and thoracic spines. St Louis: Mosby; 2011.
  7. Shacklock M. Clinical neurodynamics: a new system of musculoskeletal treatment. Edinburgh: Butter worth Heinemann 2005.
  8. Usa Karukunchit, Keerin Mekhora, Chompunoot Suwanasri, Witchate Pichaisak. Effects of Thai Dance on Neurodynamic Response in Subjects with Carpal Tunnel Syndrome. A thesis submitted in partial fulfillment of the requirements for the degree of master of science (Physical Therapy). Faculty of graduate studies, Mahidol University 2010.
Post Views: 1,922
Share
0

Related posts

มิถุนายน 10, 2026

วิธีดูแลและรักษาเมื่อเป็นโรคอัมพาตใบหน้าครึ่งซีก หรือ “Bell’s Palsy”


Read more
มิถุนายน 8, 2026

หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนล่างปลิ้นในเด็กและวัยรุ่น


Read more
มิถุนายน 5, 2026

กระดูกหักนานแค่ไหนถึงหาย ?


Read more
มิถุนายน 3, 2026

กายภาพบำบัดในเด็กกลุ่มอาการแองเจิลแมน (Angelman syndrome)


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.