mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

ภาวะ Long covid และการดูแลตนเองในภาวะ Long covid

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • ภาวะ Long covid และการดูแลตนเองในภาวะ Long covid

ภาวะ Long covid และการดูแลตนเองในภาวะ Long covid

ธันวาคม 8, 2021
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • COVID
  • exercise
  • Long covid

ตั้งแต่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus disease 2019 หรือ COVID-19) เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และความเป็นอยู่ของผู้คนทั่วโลก องค์การอนามัยโลก หรือ World Health Organization (WHO) รายงานสถิติของทั่วโลกพบว่ามีผู้ป่วย COVID-19 มากกว่า 240 ล้านราย และผู้เสียชีวิตมากกว่า 4.8 ล้านราย ในขณะที่ประเทศไทยพบว่ามีผู้ป่วย COVID-19 มากกว่า 1.8 ล้านราย และผู้เสียชีวิตกว่า 18,468 ราย1 หลายคนอาจจะทราบว่าไวรัสโคโรนา19 นี้ส่งผลต่อร่างกายของเราหลายระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบการหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาท และระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ เป็นต้น อาการของ COVID-19 ที่สามารถพบได้ทั่วไปได้แก่ ไข้ ไอ อ่อนเพลีย สูญเสียความสามารถในการดมกลิ่น และรับรส เมื่อหายจากการติดเชื้อแต่ละคนก็จะมีการฟื้นฟูร่างกายที่แตกต่างกัน บางคนสามารถหายได้เป็นปกติ หรืออาการดีขึ้นตามลำดับแต่ในบางกรณีก็ยังคงมีอาการอยู่ เนื่องจากเมื่อติดเชื้อไวรัสโคโรนาทำให้ตัวไวรัสผ่านเข้าสู่เซลล์ในอวัยวะต่าง ๆ ทางตัวรับ ACE2 เมื่อไวรัสเข้าสู่เซลล์ทำให้เซลล์เหล่านี้ถูกทำลาย จึงนำไปสู่อาการเรื้อรังต่าง ๆ มากมาย2  ซึ่งเป็นภาวะที่เรียกว่า Long covid นั่นเอง

ภาวะ Long covid คือ ผู้ที่ยังคงมีอาการของโรคไวรัสโคโรนา 19 หลงเหลืออยู่ หรือพัฒนาขึ้นหลังจากติดเชื้อ แม้ว่าจะไม่พบเชื้อแล้วก็ตาม และ ไม่สามารถวินิจฉัยด้วยโรคอื่น ๆ ได้ โดยจะรวมถึงอาการที่คงอยู่ต่อเนื่องจาก 4-12 สัปดาห์ และมากกว่า 12 สัปดาห์ขึ้นไปหลังจากได้รับเชื้อ3 จากรายงานในประเทศอังกฤษพบว่าผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 19 ยังคงมีอาการหลงเหลืออยู่หลังจากตรวจไม่พบเชื้อแล้วถึง 37%4

อาการของภาวะ Long covid ที่พบได้บ่อย คือ ไอ เหนื่อย หายใจลำบาก หรืออาการล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจ2 นอกจากนี้ยังมีอีกหลายอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ ได้แก่

  • อาการทางระบบหัวใจ และหลอดเลือด: เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก และอัตราการเต้นของหัวใจไม่สม่ำเสมอ
  • อาการทางระบบประสาท: มีปัญหาด้านการรับรู้ ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ชา มึนศีรษะ อาการเพ้อในผู้สูงอายุ
  • อาการทางระบบย่อยอาหาร: ปวดท้อง อาเจียน ท้องเสีย ไม่อยากอาหาร
  • อาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ: ปวดกล้ามเนื้อและข้อ
  • อาการทางจิตเวช: ซึมเศร้า หรือวิตกกังวล
  • อาการของหู จมูก: มีเสียงอื้อในหู ปวดหู สูญเสียการรับรู้ของกลิ่น และรส
  • อาการทางผิวหนัง: ผื่นที่ผิวหนัง3

ผู้ที่มีความเสี่ยงของภาวะ Long covid

  1. ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป
  2. เพศหญิงมากกว่าเพศชาย
  3. ผู้ที่มีอาการรุนแรงในช่วงที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 และต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล
  4. มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน ผู้ที่มีปัญหาด้านจิตเวช หรือผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  5. ผู้ป่วยโรคหอบหืด หรือมีปัญหาทางด้านระบบหายใจ2

วิธีการดูแลตนเองในภาวะ Long covid

1.การนอนหลับพักผ่อน: ผู้ที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลอาจจะเกิดปัญหานอนไม่หลับได้ เนื่องจากการรบกวนจากสิ่งต่าง ๆ หรือผลข้างเคียงจากยาที่รับประทาน เพราะฉะนั้นเมื่อหายติดเชื้อแล้วควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ปรับเวลาการนอนให้เป็นปกติ หรือหากยังมีปัญหาการนอนไม่หลับอยู่ไม่ควรวิตกกังวล เนื่องจากจะส่งผลทำให้การนอนไม่หลับมีมากขึ้น สามารถแก้ปัญหาโดยการหากิจกรรมที่ผ่อนคลาย เช่น ฟังเพลง หรือดื่มนมอุ่น ๆ ก่อนนอน

2.การรับประทานอาหาร: รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เนื่องจากผู้ป่วยที่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน ไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่มีการขยับร่างกาย หรือออกกำลังกาย ส่งผลให้มวลกล้ามเนื้อ และความแข็งแรงของเราลดลง เพราะฉะนั้นการรับประทานอาการให้ครบ 5 หมู่ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

3.การจัดการอารมณ์และความเครียด: ผู้ที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลนานเนื่องจากการป่วยรุนแรงอาจเกิดภาวะเครียด วิตกกังวล หรือซึมเศร้าได้ จึงต้องใช้เวลาในการรักษาฟื้นฟู สามารถกำหนดเป้าหมายเล็ก ๆ ไว้เพื่อที่จะทำให้รู้สึกดีขึ้น สบายใจขึ้นเมื่อทำเป้าหมายนั้นสำเร็จ พูดคุยกับคนใกล้ชิด หรือคนในครอบครัว จะทำให้ความกังวล หรือความเครียดลดลงไปได้ หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา เพื่อทำการรักษาต่อไป

4.การออกกำลังกาย: ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะช่วยเพิ่มมวลของกล้ามเนื้อ และความแข็งแรงของกล้างเนื้อแล้ว ยังช่วยเพิ่มการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด เพิ่มการทำงานของระบบหายใจทำให้อาการเหนื่อยลดลง เพิ่มประสิทธิภาพในการนอน และลดความเครียดได้อีกด้วย5 จะเห็นได้ว่าการออกกำลังกายมีประโยชน์ในหลายด้านเลยนะคะ เพราะฉะนั้นวันนี้เรามีการออกกำลังกายสำหรับผู้ที่มีภาวะ Long covid มาฝากค่ะ

การออกกำลังกายสามารถทำได้หลังจากไม่มีอาการที่กล่าวมาข้างต้นติดต่อกันอย่างน้อย 7 วัน ผู้ที่มีอาการดังต่อไปนี้ควรหยุดออกกำลังกายทันที และนั่งพักเพื่อสังเกตอาการอย่างน้อย 15 นาที ถ้าอาการไม่ดีขึ้นปรึกษาแพทย์และนักกายภาพบำบัดเพื่อวางแผนการรักษาต่อไป

  1. มีอาการผิดปกติที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันหลังการออกกำลังกายมากกว่า 12 ชั่วโมง เช่น หอบ เหนื่อยมาก เจ็บหน้าอก ชาตามร่างกาย รู้สึกสับสน หรือมึนงง เป็นต้น
  2. ค่าความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดลดลงมากกว่า 3% หรือต่ำกว่า 90%10
  3. ความดันโลหิตตัวบนมากกว่า 210 mmHg (ผู้ชาย) 190 mmHg (ผู้หญิง)6
  4. ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจควรปรึกษาแพทย์ หรือนักกายภาพบำบัดที่ดูแลก่อนการออกกำลังกาย7

การออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูร่างกายมีหลายประเภท ได้แก่ การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความทนทาน การออกกำลังแบบเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ การฝึกการหายใจ และการฝึกขับเสมหะ เป็นต้น

การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความทนทาน สามารถออกกำลังกายได้ด้วยการเดิน หรือปั่นจักรยาน ต่อเนื่องเป็นเวลา 20-60 นาทีต่อครั้ง 3-5 วันต่อสัปดาห์ ให้อาการเหนื่อยอยู่ในระดับ 4-6 ถ้าอาการเหนื่อยลดลงแล้วสามารถเพิ่มความหนักได้โดยการเพิ่มระยะเวลา 5-10 นาที ในทุก ๆ 1-2 สัปดาห์8,9

การออกกำลังกายแบบเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ โดยจะเน้นออกกำลังกายกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ทำ 2-3 วันต่อสัปดาห์9 ขณะทำไม่กลั้นหายใจ สามารถเริ่มทำจากไม่ใช้น้ำหนัก หรือน้ำหนักน้อย ๆ ก่อน หลังจากนั้นถ้าอาการเมื่อยลดลง สามารถเพิ่มความยากได้โดยการเพิ่มน้ำหนัก เช่น ขวดน้ำ ถุงทราย หรือยางยืดออกกำลังกาย เป็นต้น

ท่าออกกำลังกาย

  1. ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อแขน 1

ท่าเริ่มต้น: นั่ง หรือยืนให้มั่นคง กำมือ งอศอก 90 องศา

ท่าออกกำลังกาย: งอศอกเข้ามาให้สุดค้างไว้ 5-10 วินาที จากนั้นกลับไปที่เริ่มต้น ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง 3 รอบต่อวัน แต่ละรอบสามารถพักได้ 2-3 นาที

  1. ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อแขน 2

ท่าเริ่มต้น: นั่งเก้าอี้ที่มั่นคง เลื่อนตัวออกมาด้านนอกเก้าอี้ มือทั้งสองข้างจับที่เก้าอี้พร้อมงอศอกเล็กน้อย

ท่าออกกำลังกาย: ออกแรงเหยียดศอกตรงให้ตัวยกขึ้นค้างไว้ 5-10 วินาที จากนั้นกลับไปที่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง 3 รอบต่อวัน แต่ละรอบสามารถพักได้ 2-3 นาที

  1. ท่าออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อหน้าขา

ท่าเริ่มต้น: นั่งเก้าอี้ที่มั่นคง

ท่าออกกำลังกาย: เตะขาขึ้นให้สุดค้างไว้ 5-10 วินาที ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง 3 รอบต่อวัน แต่ละรอบสามารถพักได้ 2-3 นาที

  1. ท่าออกกำลังกายกล้ามเนื้อสะโพก

ท่าเริ่มต้น: นอนหงาย ชันเข่าขึ้นทั้ง 2 ข้าง

ท่าออกกำลังกาย: เกร็งก้นทั้ง 2 ข้างยกสูงขึ้นให้ก้นลอยพ้นเตียง ค้างไว้ 5-10 วินาที จากนั้นค่อย ๆ เอาลงช้า ๆ ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง 3 รอบต่อวัน แต่ละรอบสามารถพักได้ 2-3 นาที

การฝึกการหายใจ เพื่อลดอาการหอบ เหนื่อย เพิ่มความเข้มข้นออกซิเจนในเลือด  และลดอัตราการหายใจ10 วิธีการคือ เริ่มต้นด้วยการนั่ง หรือนอนในท่าที่สบาย หายใจเข้าทางจมูกช้า ๆ ให้ซี่โครงด้านล่างบานออก และท้องป่อง จากนั้นหายใจออกทางปากช้า ๆ คล้ายกับการเป่าเทียน ทำซ้ำ 3-5 ครั้งต่อวัน ครั้งละประมาณ 5-10 นาที

การฝึกการขับเสมหะ นอกจากท่าออกกำลังกายทางกายแล้ว ผู้ที่ปัญหาเกี่ยวกับปอดอาจจะมีอาการไอ หรือมีเสมหะที่มากเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ เพราะฉะนั้นเราควรขับเสมหะออกจากปอดเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่จะเกิดขึ้นได้ โดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า The Active Cycle of Breathing Techniques (ACBT)

ACBT เป็นการหายใจแบบเป็นวงจรประกอบด้วย การควบคุมการหายใจ (Breathing control) การหายใจแบบลึก (Deep breathing) และการถอนหายใจออกแรง (Huffing)

การควบคุมการหายใจ (Breathing control)  ทำได้โดยการหายใจเข้าออกช้า ๆ ทางจมูก ถ้าไม่สามารถหายใจทางจมูกได้ให้เปลี่ยนไปหายใจทางปากแทนได้ โดยหายใจออกให้เหมือนการเป่าเทียน

การหายใจแบบลึก (Deep breathing) หายใจเข้าให้ลึกทางจมูก หรือปากช้า ๆ ยาว ๆ ค้างไว้ 2-3 วินาที จากนั้นหายใจออก โดยที่ให้บ่า และหน้าอกผ่อนคลาย ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง

การถอนหายใจออกแรง (Huffing) เป็นการหายใจเพื่อขับเสมหะออกมา วิธีการ คือหายใจเข้าทางจมูก หรือปากให้สุด จากนั้นหายใจออกทางปากโดยอ้าปากกว้าง แล้วพ่นลมออกมาให้เร็ว และแรง คล้ายทำเสียงฮ่า

The Active Cycle of Breathing Techniques (ACBT)

หากทำการควบคุมการหายใจ (Breathing control)  แล้วยังไม่รู้สึกว่าอยากไอ สามารถกลับมาทำการหายใจแบบลึก (Deep breathing) ซ้ำได้อีกจนกว่าจะรู้สึกว่าอยากไอ แล้วจึงทำการถอนหายใจออกแรง (Huffing) ต่อ

ถ้ารู้สึกว่ามีเสมหะมากสามารถทำวิธีการนี้ได้บ่อยครั้ง แต่ถ้ารู้สึกว่ามีเสมหะน้อย หรือปกติให้ทำเพียง 1-2 ครั้งต่อวัน11

 

เรียบเรียงโดย กภ.นันทัชพร คำบุญเรือง

เอกสารอ้างอิง

  1. World Health Organization [Internet]. Geneva: WHO Coronavirus (COVID-19) Dashboard; [2021 October 22] Available from: https://covid19.who.int/
  2. Crook H, Raza S, Nowell J, Young M, Edison P. Long covid—mechanisms, risk factors, and management. BMJ. 2021; 374.
  3. National Institute for Health and Care Excellence: Clinical Guidelines. COVID-19 rapid guideline: managing the long-term effects of COVID-19. London: National Institute for Health and Care Excellence (UK).
  4. Taquet M, Dercon Q, Luciano S, Geddes JR, Husain M, Harrison PJ. Incidence, co-occurrence, and evolution of long-COVID features: A 6-month retrospective cohort study of 273,618 survivors of COVID- PLoS Med. 2021;18(9).
  5. Jimeno-Almazán A, Pallarés JG, Buendía-Romero Á, Martínez-Cava A, Franco-López F, Sánchez-Alcaraz Martínez BJ, et al. Post-COVID-19 Syndrome and the Potential Benefits of Exercise. Int J Environ. 2021;18(10):5329.
  6. Sharman JE, LaGerche A. Exercise blood pressure: clinical relevance and correct measurement. J Hum Hypertens. 2015;29(6):351-8.
  7. physio/covid-19-information-hub/long-covid [homepage on the Internet]. London: Safe rehabilitation approaches for people living with long covid: physical activity and exercise; [updated 2021 June; cited 2021 October 22]. Available from: https://world.physio/covid-19-information-hub/long-covid
  8. Gloeckl R, Schneeberger T, Jarosch I, Kenn K. Pulmonary rehabilitation and exercise training in chronic obstructive pulmonary disease. Dtsch Arztebl Int. 2018;115(8):117-123.
  9. Garvey C, Bayles MP, Hamm LF, Hill K, Holland A, Limberg TM, et al. Pulmonary rehabilitation exercise prescription in chronic obstructive pulmonary disease: review of selected guidelines: an official statement from the American association of cardiovascular and pulmonary rehabilitation. J Cardiopulm Rehabil Prev. 2016;36(2):75-83.
  10. Yang Y, Wei L, Wang S, Ke L, Zhao H, Mao J, et al. The effects of pursed lip breathing combined with diaphragmatic breathing on pulmonary function and exercise capacity in patients with COPD: a systematic review and meta-analysis. Physiother Theory Pract. 2020:1-11.
  11. acprc.org.uk [homepage on the Internet].  London: Association of Chartered Physiotherapists in Respiratory Care; The Active Cycle of Breathing Techniques; [updated 2011; cited 2021 October 22] Available from: https://www.acprc.org.uk/Data/Publication_Downloads/GL-05ACBT.pdf  
Post Views: 1,104
Share
0

Related posts

มกราคม 16, 2026

เจ็บข้อมือด้านนิ้วก้อย ไม่หายสักที หรืออาจไม่ใช่แค่ “ปวดข้อมือธรรมดา” มาทำความรู้จัก TFCC Injury


Read more
ธันวาคม 19, 2025

Knee OA in the young : อายุน้อยก็เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้


Read more
ธันวาคม 17, 2025

ข้อเข่ามีเสียงรักษาได้อย่างไร?


Read more
ธันวาคม 12, 2025

ทำความเข้าใจอัมพาตครึ่งใบหน้า หรือ Bell’s Palsy


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.