mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

ข้อเข่าเทียมกับกายภาพบำบัด

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • ข้อเข่าเทียมกับกายภาพบำบัด

ข้อเข่าเทียมกับกายภาพบำบัด

มีนาคม 27, 2013
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags

ปัญหาปวดข้อเข่า ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เป็นปัญหาที่พบมากเป็นอันดับต้นๆ ที่นำพาผู้ป่วยมาพบแพทย์ หรือนักกายภาพบำบัด ซึ่งอาการปวดเข่านั้นมีหลายสาเหตุ เช่น การอักเสบของเอ็นหน้าเข่า, เอ็นกระดูก, กล้ามเนื้อ และเยื่อหุ้มข้อ หรือ อาการของข้อเข่าเสื่อม

หากมีการอักเสบเกิดขึ้นกับโครงสร้างดังที่กล่าวมา จะมีอาการที่ทำให้เราเห็นได้ชัดเจน คือ มีการบวมแดง อุณหภูมิบริเวณนั้นๆ จะอุ่นขึ้น มีอาการเจ็บปวด ไม่สามารถลงน้ำหนักได้เต็มที่

อีกสาเหตุหนึ่ง คือ ข้อเข่าเสื่อม ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจอาการของข้อเข่าเสื่อมกันก่อน ดังนี้

อาการของข้อเข่าเสื่อม แบ่งออกเป็น ๕ ระยะ

ระยะแรก จะเริ่มมีอาการตึงขัดข้อเข่า เมื่อมีการเปลี่ยนท่าทางหรือตื่นนอนตอนเช้า แต่ต้องสังเกตให้ดีนะคะว่าระยะเวลาของการตึงขัด จะต้องไม่เกิน 30 นาที หากมากกว่า 30 นาที ให้สงสัยว่าอาจจะเป็นโรครูมาทอยด์ได้

ระยะที่ 2 กระดูกอ่อนเริ่มมีการสึก และหนาตัวขึ้น เกิดกระดูกงอกเล็กน้อย เริ่มมีเสียงครืดคราดเกิดขึ้นในข้อเข่า จากการเสียดสีของกระดูกที่งอกเพิ่มขึ้น จะมีอาการตึงขัดมากขึ้น เริ่มมีอาการเจ็บปวดได้

ระยะที่ 3 บริเวณกระดูกอ่อนมีการสึกและเกิดกระดูกงอกมากขึ้น เกิดเสียงครืดคราดในข้อเข่าจากการเสียดสีของกระดูกงอกมากขึ้น มีการขัดและเจ็บบริเวณข้อเข่า เริ่มมีการจำกัดการเคลื่อนไหว ระยะนี้เริ่มมีอาการเข่าหลวมจากเอ็นรอบข้อเข่ายืด กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงลดลง ทำให้ความมั่นคงและความคล่องตัวลดลง ขณะทำกิจกรรมรู้สึกติดขัด ฝืดแข็ง ไม่สามารถทำได้เต็มที่

ระยะที่ 4 ข้อเข่าหลวมมากขึ้น จะเริ่มเห็นมีการผิดรูปของข้อเข่า คือมีลักษณะเข่าโก่ง, เข่าแอ่น หรือเข่าชนกัน ทำให้เกิดความไม่มั่นคงขณะยืน เดิน มีการจำกัดการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้น ทั้งด้านงอและเหยียด มีอาการเจ็บปวด ฝืดขัดมากขึ้น ในระยะนี้กำลังกล้ามเนื้อหน้าเข่าจะอ่อนแรงลงประมาณ 40 % ทำให้ผู้ป่วยเกิดการล้มได้ง่าย

ระยะสุดท้ายนี้จะเห็นการผิดรูปของข้อเข่าค่อนข้างมาก เกิดความไม่มั่นคงของข้อเข่า ผู้ป่วยจะเดินโยกไปมาเคลื่อนไหวช้า เปลี่ยนท่าทางได้ช้า ทำกิจกรรมต่างๆ ลำบาก กำลังกล้ามเนื้อหน้าเข่าลดลงมากกว่า 40 % ทำให้ระยะนี้ผู้ป่วยเกิดความลำบากในการใช้งานอย่างมาก จึงมักไม่เคลื่อนไหวหรือออกกำลัง ทำให้เกิดความเสื่อมได้เร็วเพิ่มขึ้น

การรักษา โดยทั่วไป ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมในระยะแรก จะเน้นให้เคลื่อนไหวให้มาก เปลี่ยนที่ทางให้บ่อย และสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ

ในระยะกลาง ๆ จะเน้นให้ผู้ป่วยออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า

ในระยะสุดท้าย เมื่อผู้ป่วยไปพบแพทย์ แพทย์อาจพิจารณาให้เข้าผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

เมื่อไรควรผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

  1. ผู้ป่วยที่มีอาการข้อเข่าเสื่อมในระยะสุดท้าย
  2. ผู้ป่วยที่มีอาการปวดข้อเข่า จนรบกวนชีวิตประจำวัน หรือผู้ป่วยที่ต้องทานยาแก้ปวดมาแล้วเป็นเวลานาน

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม มี 2 รูปแบบ

    1. แบบเปลี่ยนผิวข้อเฉพาะบางส่วน ทดแทนผิวข้อที่สึกเพียงด้านหนึ่ง ส่วนมากพบในผู่ป่วยที่มีอาการปวดเข่าด้านใน

    1. แบบเต็มข้อ ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการของข้อเข่าเสื่อมรุนแรง ข้อโก่งผิดรูปมาก

การรักษาทางกายภาพบำบัด สำหรับผู้ป่วยผ่าตัดข้อเข่าเทียม

    • หลังจากที่ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมาแล้ว ในระยะแรกก่อนที่จะตัดไหม ผู้ป่วยสามารถขยับเข่า งอ เหยียดเบาๆ น้อย ๆ ได้เท่าที่จะทำได้ ไม่ต้องฝืน การขยับเบาๆ จะช่วยให้บาดแผลตึงลดลง อาการปวด บวมก็จะลดลงด้วย
    • หลังจากที่ผู้ป่วยตัดไหม บริเวณแผลผ่าตัดแล้ว (ประมาณ ๗ วัน หลังจากผ่าตัด) จะยังเห็นอาการ บวม แดง ร้อน บริเวณแผลผ่าตัดอยู่ สามารถทำการขยับ งอ เหยียดเข่าได้มากขึ้นเท่าที่ทำได้ คือ เท่าที่ตึงมาก แต่ต้องไม่เจ็บปวดมาก โดยพยายามทำบ่อย ๆ จะทำให้ความตึงตัวบริเวณแผลลดลง และสามารถฝึกกำลังกล้ามเนื้อหน้าเข่าได้ โดยพยายามเกร็งกล้ามเนื้อหน้าเข่า กดเข่าลงกับเตียง ค้างไว้ 5-10 วินาที แล้วผ่อน 10 ครั้ง/รอบ วันละ 3-4 รอบ เราสามารถเช็คว่า เราทำถูกหรือไม่ โดยขณะเกร็งเข่า ลองจับลูกสะบ้าขยับดู หากขยับได้ แสดงว่าทำยังไม่ถูกต้อง
    • พยายามกดคลึงบริเวณรอบ ๆ แผลผ่าตัด เพื่อให้พังผืดนิ่มตัวขึ้น โดยอาจทำก่อนการออกกำลังกาย หรือ ทำสลับกับการงอ เหยียดเข่าได้
    • หลังจากที่อาการบวมแดงรอบๆ แผลผ่าตัดลดลง หรือ หายไป (ประมาณ 1 เดือน หลังผ่าตัด) ให้พยายามงอเข่าเพิ่มขึ้นได้อีก โดยสามารถออดแรงกดเข่าให้งอเข้าได้แรงขึ้นตามความสามารถหรือ ความทนทานของผู้ป่วย ถ้าสามารถงอได้ดี ให้พยายามงอเพิ่มขึ้น โดยใช้มือข้างหนึ่งสอดใต้เข่า มืออีกข้างกดเข่าให้งอ ดังรูป

    • ออกกำลังกายโดยกายใช้ถุงทรายใส่บริเวณข้อเท้า (อาจเริ่มที่ 1 กิโลกรัม และสามารถเพิ่มขึ้นได้ตามความสามารถของผู้ป่วย) นั่งเก้าอี้หรือนั่งบนเตียง ห้อยขาลง ดังรูป พยายามเกร็งเยียดเข่าให้สุด ค้างไว้ 10 วินาที ผ่อนลง ทำ 10-30 ครั้ง/รอบ วันละ 3-4 รอบ และสามารถเพิ่มจำนวนครั้ง/รอบ ได้ตามความสามารถ

  • หลังจากหายดีแล้ว สามารถใช้งานได้ใกล้เคียงกับอีกข้างหนึ่ง ผู้ป่วยยังคงต้องออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อรอบเข่าอย่างสม่ำเสมอนะคะ

ที่มาภาพ (1),(2) http://www.thaijoints.com/?page_id=21

ที่มาภาพ (3),(4)  http://www.pt.mahidol.ac.th    จากบทความเรื่อง รู้เท่าทัน ปัญหาข้อเข่า

เขียนโดย กภ. เยาวภา ใจรักดี

Post Views: 581
Share
0

Related posts

พฤษภาคม 8, 2026

เมื่อเด็กเล็กอารมณ์ร้อน ดื้อ ต่อต้าน ( 1-4 ปี ) ผู้ปกครองควรรับมืออย่างไร ให้เด็กพัฒนาทักษะการดูแลอารมณ์ได้จริง


Read more
พฤษภาคม 1, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Myasthenia Gravis (MG)


Read more
เมษายน 27, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS)


Read more
เมษายน 10, 2026

การออกกำลังกายในภาวะเข่าโก่ง


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.