การรักษาทางกายภาพบำบัด ภายหลังจากกระดูกข้อมือหัก (Colles’ fracture)

การรักษาทางกายภาพบำบัด เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นภายหลังจากที่กระดูกข้อมือหักและได้รับการรักษาทางการแพทย์ เช่นการใส่เฝือกหรือการผ่าตัดแล้ว ซึ่งในระยะพักฟื้นเพื่อรอกระดูกติดนี้ ผู้ป่วยมักจะ และไม่ได้ขยับข้อมือเป็นเวลานาน บทความเรื่อง “Colles’ fracture คืออะไร” จึงขอเสนอให้ผู้ป่วยปฏิบัติตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. การใช้ความเย็น จะใช้ในช่วงที่มีอาการอักเสบ สังเกตได้จากมีอาการปวด บวม แดง และผิวบริเวณนั้นอุ่นกว่าข้างปกติ การประคบเย็นเพื่อลดบวมและอักเสบสามารถทำได้โดยให้ใช้แผ่นเจลเย็น (Cold pack) ห่อด้วยผ้าประมาณ 1 ชั้น พันประคบโดยรอบบริเวณที่อักเสบ (ดังรูปที่ 1) ครั้งละประมาณ 15-20 นาที และควรจัดท่าให้ส่วนข้อมืออยู่เหนือกว่าระดับหัวใจ เพื่อให้ของเหลวที่บวมคั่งค้างอยู่บริเวณข้อมือไหลกลับสู่หัวใจได้สะดวกขึ้น (1) โดยต้องระวังไม่ให้เย็นจัดจนเกินไปเพราะอาจทำให้เกิดผิวหนังไหม้ (burn) จากความเย็นได้ ผู้ป่วยอาจสังเกตุจากขณะประคบจะต้องไปมีความรู้สึกแสบบริเวณผิวหนัง เป็นต้น
รูปที่ 1 แสดงการประคบเย็น
2. การใช้ความร้อน เมื่ออาการบวมเริ่มหายไป หรือสังเกตว่าไม่มีลักษณะของการอักเสบ แนะนำให้ประคบอุ่นหรือแช่น้ำอุ่น 15-20 นาที ซึ่งจะช่วยเพิ่มการหมุนเวียนโลหิตในบริเวณที่ประคบ ทำให้การฟื้นฟูสภาพเนื้อเยื่อเป็นไปได้ดีขึ้น และยังช่วยลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อร่วมกับเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อในบริเวณที่ประคบได้ (1)
3. การรักษาด้วยการใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า (Electrical stimulation) ภายหลังจากถอดเฝือกออก ผู้ป่วยส่วนมากจะรู้สึกอ่อนแรง และไม่สามารถขยับข้อต่อได้คล่อง เนื่องจากไม่ได้ทำการเคลื่อนไหวในส่วนนี้มานาน การกระตุ้นไฟฟ้าจะเป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อให้หดตัวอย่างเต็มที่ ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มมุมการเคลื่อนไหวในส่วนที่ผู้ป่วยยังไม่สามารถทำเองได้ และเพื่อป้องกันหรือลดการยึดติดของข้อต่อและเนื้อเยื่อโดยรอบ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นประสาทรับความรู้สึกบริเวณผิว (exteroceptive sense) และเพิ่มการรับความรู้สึกในข้อ (proprioceptive sense) ได้อีกด้วย (2)
4. การขยับข้อต่อโดยนักกายภาพบำบัด ในขณะที่ผู้ป่วยยังขยับข้อต่อเองลำบาก นักกายภาพบำบัดจะเป็นผู้ขยับข้อต่อให้โดยทำการเคลื่อนไหวเท่าที่ผู้ป่วยจะทนได้ และขยับข้อต่อในทุกทิศทาง เช่น กระดกข้อมือขึ้น-ลง (flexion-extension) หมุนข้อมือเข้า-ออก (pronation-supination) และเบี่ยงข้อมือทางด้านข้าง (ulnar-radial deviation) เพื่อป้องกันการยึดติดของข้อต่อและเนื้อเยื่อรอบข้อ (1)
5. การออกกำลังกายเฉพาะส่วน การออกกำลังกายนั้นควรจะเน้นไปที่ข้อมือและข้อต่อในมือ ส่วนข้อศอกและข้อไหล่ให้บริหารร่วมด้วย แต่ในบทความนี้จะเน้นการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มหรือคงองศาการเคลื่อนไหว เพิ่มความแข็งแรง และเพิ่มความยืดหยุ่นรอบข้อมือและข้อต่อในมือเป็นหลัก
การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มหรือคงองศาการเคลื่อนไหว
เริ่มต้นด้วยการวางมือให้สบายในท่าคว่ำมือ จากนั้นกดข้อมือลงให้ตึงค้างไว้ 5 วินาทีสลับกับกระดกมือขึ้น 5 วินาที ทำ 10 ครั้ง จำนวน 3 เซ็ต
เริ่มต้นด้วยการวางมือให้สบายในท่าคว่ำมือ จากนั้นเบี่ยงข้อมือไปทางนิ้วโป้งให้ตึงค้างไว้ 5 วินาทีสลับกับเบี่ยงไปทางด้านนิ้วก้อย 5 วินาที ทำ 10 ครั้ง จำนวน 3 เซ็ต
หากมีอาการเจ็บมากจนไม่สามารถทำการเคลื่อนไหวได้ด้วยตนเอง อาจใช้มืออีกข้างช่วยให้เกิดการเคลื่อนไหวได้ โดยการประสานมือกันดังภาพ
นอกจากนี้ยังต้องทำการเคลื่อนไหวในทิศคว่ำและหงายมือด้วย
พยายามแนบฝ่ามือทั้งสองข้างให้ชิดกัน เท่าที่จะสามารถทำได้ โดยที่ต้องไม่มีอาการปวดมากจนเกินไป ทำค้างไว้ 10 วินาที แล้วผ่อนมือ ทำซ้ำ 10 ครั้ง
จัดท่าดังรูป จากนั้นค่อย ๆ ใช้น้ำหนักตัวกดลงบริเวณข้อมือและค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปทางด้านหน้า ให้เกิดการกระดกข้อมือดังรูปสุดท้าย ทำช้า ๆ จนรู้สึกตึงและต้องไม่รู้สึกเจ็บจนเกินไป ทำซ้ำ 10 ครั้ง
การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อบริเวณแขนท่อนล่าง
เริ่มต้นด้วยการอยู่ในท่าหงายมือ (ข้อศอกอยู่ในท่าเหยียดตรง) จากนั้นใช้มือด้านตรงข้ามจับมือเพื่อยืดลงให้รู้สึกตึงบริเวณท้องแขน ค้างไว้ 10 วินาทีแล้วปล่อยกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 10 ครั้ง
เริ่มต้นด้วยการอยู่ในท่าคว่ำมือ (ข้อศอกอยู่ในท่าเหยียดตรง) จากนั้นใช้มือด้านตรงข้ามจับมือเพื่อยืดลงให้รู้สึกตึงบริเวณหลังแขนท่อนล่าง ค้างไว้ 10 วินาทีแล้วปล่อยกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 10 ครั้ง
การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการเคลื่อนไหวของนิ้วมือ
ใช้นิ้วโป้งค่อย ๆ ไล่แตะนิ้วชี้ นิ้วนาง นิ้วกลาง นิ้วก้อย ไปเรื่อย ๆ
ทำท่ามะเหงกค้างไว้ 5 วินาที แล้วปล่อยสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 10 ครั้ง
ทำท่ากำมือแล้วยกนิ้วโป้งค้างไว้ 5 วินาที แล้วปล่อยสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 10 ครั้ง
การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือและกล้ามเนื้อรอบข้อมือ
เริ่มต้นด้วยการอยู่ในท่าคว่ำมือ (ข้อศอกอยู่ในท่าเหยียดตรง) ใช้มือถือน้ำหนักที่เราสามารถทนไหว โดยอาจจะเริ่มจาก 0.5 กก. หรืออาจจะเป็นขวดน้ำได้ จากนั้นกระดกข้อมือขึ้นช้า ๆ แล้วค่อย ๆ กลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 10 ครั้ง จำนวน 2-3 เซ็ต
เริ่มต้นด้วยการอยู่ในท่าหงายมือ (ข้อศอกอยู่ในท่าเหยียดตรง) ใช้มือถือน้ำหนักที่เราสามารถทนไหว โดยอาจจะเริ่มจาก 0.5 กก. หรืออาจจะเป็นขวดน้ำได้ จากนั้นกระดกข้อมือขึ้นช้า ๆ แล้วค่อย ๆ กลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 10 ครั้ง จำนวน 2-3 เซ็ต
ออกแรงบีบลูกบอลช้า ๆ แล้วค่อย ๆ คลายออก ทำซ้ำ 10 ครั้ง 2-3 เซ็ต พยายามไม่ออกแรงบีบเร็วและแรงจนเกินไป
อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง จำเป็นต้องมีการตรวจประเมินเพื่อยืนยันสภาพปัญหาของผู้ป่วย ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละราย ดังนั้น หากผู้ป่วยทดลองออกกำลังในเบื้องต้นแล้วไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรหรือเกิดอาการเจ็บปวดระหว่างทำ ให้หยุดออกกำลังท่าที่มีปัญหานั้นก่อน และควรปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อที่จะได้รับการตรวจประเมินและออกแบบท่าออกกำลังที่เหมาะสมกับผู้ป่วยต่อไป
เอกสารอ้างอิง
- Durrans MJ, Pretorius S, Wells M, Ikram A. Multicentre retrospective study comparing outcome of pinning and locking plates for treating distal radius fractures. SA Orthop J. 2013 Sep;12(3):01-10.
- Sonia S. Rehabilitation of Patient after Colle’s Fracture using NMES – IS NEMS Successful?. JESP. 2006; 2: 102-3.




















