mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

การปรับสภาพแวดล้อมภายในบ้าน เพื่อป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กิจกรรมบำบัด
  • การปรับสภาพแวดล้อมภายในบ้าน เพื่อป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ

การปรับสภาพแวดล้อมภายในบ้าน เพื่อป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ

พฤษภาคม 17, 2022
Categories
  • กิจกรรมบำบัด
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • การปรับสภาพแวดล้อมภายในบ้าน
  • ป้องกันการล้ม
  • ผู้สูงอายุ
  • หกล้ม

วัยสูงอายุ เป็นวัยที่มีการเสื่อมถอยของการทำงานของร่างกาย โดยอาจแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติต่าง ๆ ที่สามารถพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เช่น ความผิดปกติของการได้ยิน ความผิดปกติของการมองเห็น การเสื่อมของกระดูกและทางเดินหายใจ ภาวะสมองเสื่อม รวมทั้งโรคและภาวะอื่น ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่ออายุมากขึ้น เช่น ความดันโลหิต เบาหวาน เป็นต้น ซึ่งปัญหาหรือความปกติต่าง ๆ เกิดขึ้นหลายด้านพร้อมกันได้1 ความเสี่ยงต่อการหกล้ม เป็นปัญหาหนึ่งที่พบได้บ่อยในสูงอายุ โดยข้อมูลจากกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในปี พ.ศ. 2563 มีอัตราการเสียชีวิตจากการหกล้มในผู้สูงอายุมากถึง 12.1 คนต่อผู้สูงอายุ 100,000 คน2 ซึ่งนอกจากสาเหตุมาจากความเสื่อมของระบบการทำงานของร่างกายแล้ว ปัญหาจากสิ่งแวดล้อมที่ผู้สูงอายุอาศัยก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการหกล้มได้ โดยร้อยละ 85 ของผู้สูงอายุที่หกล้มและได้รับบาดเจ็บ มักเกิดขึ้นภายในบ้านและบริเวณรอบๆตัวบ้าน3  ดังนั้น การปรับสภาพแวดล้อมบริเวณบ้านให้เหมาะสม จะสามารถช่วยลดปัจจัยในการหกล้มในผู้สูงอายุได้

สิ่งแวดล้อมบริเวณบ้าน มีผลต่อความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้สูงอายุมักใช้เวลาส่วนใหญ่ทำกิจกรรมอยู่บริเวณบ้าน หากสิ่งแวดล้อมบริเวณบ้านไม่เอื้ออำนวย จะส่งผลให้ผู้สูงอายุมีความยากลำบากในการทำกิจกรรมต่าง ๆ มากขึ้น รวมทั้งส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการหกล้มและอุบัติเหตุตามมาได้ ซึ่งจากแบบประเมินการป้องกันการหกล้มภายในบ้านสำหรับผู้สูงอายุ ที่จัดทำขึ้นโดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค ประเทศสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention: CDC)  ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่ไม่ปลอดภัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุ มีดังนี้4

  1. มีสิ่งกีดขวางบริเวณทางเดินและบันไดภายในบ้าน ไม่มีการจัดวางสิ่งของและเฟอร์นิเจอร์อย่างเป็นระเบียบภายในบ้าน อาจส่งผลให้ผู้สูงอายุเดินสะดุด เดินชน มีความเสี่ยงต่อการหกล้มได้ง่าย
  2. พื้นที่ขรุขระ เนื่องจากผู้สูงอายุมีสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง ดังนั้นการทรงตัวบนพื้นที่ที่ไม่มั่นคงอาจทำได้ยากขึ้น เช่น พื้นบ้าน บันไดชำรุดหรือพื้นที่บริเวณสวนที่ไม่เรียบ
  3. แสงสว่างไม่เพียงพอ เนื่องจากความสามารถในการมองเห็นของผู้สูงอายุลดลงโดยเฉพาะในเวลากลางคืน ดังนั้นเมื่อทางเดินภายในบ้านหรือบันไดมีแสงไม่เพียงพอ มองเห็นไม่ชัด อาจหกล้มจากการเดินสะดุดหรือเดินชนสิ่งของได้
  4. ทางต่างระดับ ไม่มีราวจับบริเวณบันได ห้องน้ำ หรือราวจับชำรุดเสียหาย เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมักมีความลื่น และลาดชัน อาจส่งผลต่อความมั่นคงในการทรงท่าของผู้สูงอายุ และมีความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มได้
  5. สิ่งของที่จำเป็นต้องใช้เป็นประจำตั้งอยู่บนที่สูง ต้องเขย่ง และเอื้อมหยิบ ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม ที่เป็นผลมาจากการทรงตัวที่ไม่มั่นคงได้
  6. พื้นมีความลื่น มีน้ำขัง หรือมีตะไคร่น้ำ ทำให้ผู้สูงอายุลื่นได้ เช่น บริเวณห้องน้ำ ห้องครัว หรือพื้นที่นอกบ้านที่ไม่มีที่กันน้ำฝน

จากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงลักษณะของความเสี่ยงภายในบ้าน ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้สูงอายุได้ โดยกิจวัตรประจำวันบริเวณบ้านของผู้สูงอายุตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอนจะมีความเกี่ยวข้องกับห้องต่าง ๆ ของบ้าน ได้แก่ ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว รวมถึงทางเดินภายในบ้าน ซึ่งห้องต่าง ๆ เหล่านี้ สามารถปรับสิ่งแวดล้อมให้มีความปลอดภัย และเหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุได้ โดยข้อมูลจากกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้คำแนะนำในการปรับสภาพแวดล้อมบริเวณบ้าน เพื่อป้องกันการหกล้มสำหรับผู้สูงอายุ ดังนี้3

1.สิ่งแวดล้อมภายในและรอบตัวบ้าน: ภายในบ้านควรมีแสงสว่างที่เพียงพอ เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมได้อย่างชัดเจน ควรจัดวางสิ่งของภายในบ้านให้เป็นระเบียบ ไม่กีดขวางทางเดิน โดยพื้นบริเวณทางเดินควรเป็นพื้นเรียบ ไม่ลื่น ไม่มีธรณีประตู บริเวณบันไดทางต่างระดับควรมีราวจับเพื่อให้ผู้สูงอายุใช้พยุงตัวเมื่อจำเป็นต้องขึ้นหรือลงบันได เพิ่มพื้นต่างผิวสัมผัสบริเวณบันไดทำให้ผู้สูงอายุทราบถึงขอบบันได และหลีกเลี่ยงการใช้พรมที่เลื่อนหรือไม่มั่นคง

2. ห้องน้ำ: พื้นบริเวณห้องน้ำควรเรียบเสมอกัน ไม่ลื่น ควรมีวัสดุกันลื่นบริเวณพื้นที่เปียก มีเก้าอี้สำหรับนั่งอาบน้ำ มีการแยกส่วนแห้งและเปียกอย่างชัดเจน มีราวจับในห้องน้ำเพื่อให้ผู้สูงอายุใช้พยุงตัวเดินภายในห้องน้ำ ควรใช้โถส้วมชนิดนั่งราบหรือนั่งห้อยขามีความสูงที่เหมาะสม และมีราวจับใกล้โถส้วมกรณีลุกขึ้นยืน ในส่วนของก๊อกน้ำ และมือจับประตูควรเป็นแบบก้านโยก รวมถึงประตูควรเป็นแบบเปิดออกหรือบานเลื่อนแบบไม่มีธรณีประตู ควรสามารถเปิดออกได้ทั้งภายนอกและและภายในสำหรับช่วยเหลือผู้สูงอายุในกรณีฉุกเฉิน

3.ห้องครัว: ภายในห้องครัวควรมีการจัดวางสิ่งของเครื่องใช้ให้ง่ายต่อการหยิบใช้งาน ไม่ควรวางไว้ที่สูง เพราะอาจทำให้เกิดการหกล้มขณะเขย่ง หรือเอื้อมหยิบได้ นอกจากนี้พื้นบริเวณห้องครัวควรเป็นพื้นแห้ง หากมีน้ำหกควรรีบเช็ดทันทีเพื่อป้องกันการลื่นล้ม และควรมีแสงสว่างที่เพียงพอทั้งแสงจากธรรมชาติและแสงจากหลอดไฟฟ้า

4.ห้องนอน: เตียงนอนสำหรับผู้สูงอายุควรมีความสูงจากพื้นอยู่ในระดับข้อพับเข่า เพื่อให้ง่ายต่อการลุกขึ้นยืนจากท่านั่ง สวิตช์ไฟควรอยู่ในระยะใกล้เตียงนอนที่สามารถเอื้อมถึง และอยู่ใกล้กับประตูทางเข้า ที่สำคัญในห้องนอนควรมีการระบายอากาศที่ดี อากาศถ่ายเทได้สะดวก รวมถึงควรมีแสงสว่างที่เพียงพอทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน

Pillow on bed with blanket decoration interior of room

การหกล้มส่งผลโดยตรงต่อระบบโครงสร้างของร่างกายของผู้สูงอายุ อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บ เป็นแผล ฟกช้ำ ปวดเมื่อย และอาจเกิดกระดูกร้าวหรือหักได้ ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นหรืออาจรุนแรงกว่าถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกจากนี้การล้มยังมีผลกระทบต่อจิตใจ ทำให้ผู้สูงอายุกลัวการหกล้ม ส่งผลให้ไม่กล้าเคลื่อนไหวตัวไปในที่ต่างๆ ซึ่งจะส่งผลให้ความสามารถในการเคลื่อนไหวลดน้อยลงและมีข้อจำกัดในการทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน5 ดังนั้นการปรับสภาพบ้านให้เหมาะสมจึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากการหกล้มในผู้สูงอายุได้ และนอกจากนี้ควรมีการการส่งเสริมความแข็งแรงของร่างกาย เช่น การทรงตัว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อควบคู่กันไป ช่วยให้ผู้สูงอายุมีร่างกายที่แข็งแรง สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างมั่นคง ส่งผลให้ผู้สูงอายุสามารถทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตภายในบ้านได้อย่างปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้

เรียบเรียงโดย ก.บ. ธราดล รอดแก้ว

อ้างอิง

  1. World health organization. Ageing and health [Internet]. Geneva: WHO; 2021 [cited 2022 Mar 23]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/ageing-and-health
  2. กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข. สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2563. นนทบุรี: กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2564.
  3. กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. การพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2564 [เข้าถึงเมื่อ 23 มีนาคม 2565]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/dip/news.php?news=21588&deptcode=dip
  4. Centers for disease control and prevention. A home fall prevention checklist for older adults [Internet]. Atlanta: Centers for disease control and prevention; 2015 [cited 2022 Mar 23]. Available from: https://www.cdc.gov/steadi/pdf/check_for_safety_brochure-a.pdf
  5. Ngamsangiam P, Suttanon P. Risk factors for falls among community-dwelling elderly people in Asia: a systematic review. Sci & Technology Asia. 2020; 25(3), 105-26.

Post Views: 6,351
Share
0

Related posts

มกราคม 23, 2026

กายภาพบำบัดในเด็กกลุ่มอาการเรตต์ (Rett syndrome)


Read more
มกราคม 16, 2026

เจ็บข้อมือด้านนิ้วก้อย ไม่หายสักที หรืออาจไม่ใช่แค่ “ปวดข้อมือธรรมดา” มาทำความรู้จัก TFCC Injury


Read more
ธันวาคม 19, 2025

Knee OA in the young : อายุน้อยก็เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้


Read more
ธันวาคม 17, 2025

ข้อเข่ามีเสียงรักษาได้อย่างไร?


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.