mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

มหัศจรรย์แห่งสมอง ตอนที่ 1 สมอง “สร้าง” ได้

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบประสาท
  • มหัศจรรย์แห่งสมอง ตอนที่ 1 สมอง “สร้าง” ได้

มหัศจรรย์แห่งสมอง ตอนที่ 1 สมอง “สร้าง” ได้

มิถุนายน 21, 2023
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบประสาท
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • brain development
  • functional plasticity
  • Neural plasticity
  • structural plasticity

มหัศจรรย์แห่งสมอง

ตอนที่ 1 สมอง “สร้าง” ได้

หากกล่าวถึงลำดับพัฒนาการของระบบประสาทตั้งแต่ปฐมวัย มนุษย์มีความสามารถในการเรียนรู้ทักษะประสบการณ์ รวมถึง การปรับตัวหลังจากเป็นโรคหรือได้รับบาดเจ็บ โดยมีกระบวนการปรับเปลี่ยนเกิดขึ้นซึ่งมีสมองเป็นส่วนควบคุม กระบวนการสำคัญนี้เรียกว่า neural plasticity หรือ brain plasticity กระบวนการที่สำคัญนี้ คืออะไร มีที่มาและเกี่ยวข้องอย่างไรกับสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะมนุษย์ บทความชุดมหัศจรรย์แห่งสมอง ขอเล่าเรื่องพื้นฐานที่สุดของกระบวนการ neuroplasticity คือ การเปลี่ยนแปลงตามพัฒนาการ

Neuroplasticity คือ คืออะไร

neural plasticity หมายถึง ความสามารถของโครงข่ายประสาทภายในสมองที่ยืดหยุ่น สามารถเปลี่ยนแปลงในตลอดช่วงการเจริญเติบโตและสถานการณ์ที่ต้องการการเรียนรู้ใหม่ ตัวอย่างเช่น การฝึกทักษะใหม่ ๆ ตลอดจนการปรับเปลี่ยนเพื่อฟื้นตัวเองภายหลังการเกิดโรคหรือการบาดเจ็บที่สมอง โดยมีเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นผ่านทางเดินหรือวิถีประสาท (neural pathway) เพื่อสร้างการเชื่อมโยงใหม่ รวมถึงการจัดการภายในระบบคล้ายการสร้างแผนผังภายในสมองใหม่ (cortical remaping หรือ cortical reorganization) (1)

กระบวนการ neural plasticity มีกี่รูปแบบ

จากการศึกษาพบว่า neural plasticity เกิดได้หลายรูปแบบ แต่เราสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบ คือ structural plasticity เป็นการปรับตัวเชิงโครงสร้าง และ functional plasticity เป็นการปรับตัวเชิงระบบการทำงานของโครงข่ายประสาท (2)

  1. Structural plasticity

เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างความสามารถของเซลล์ประสาท (neurons) อันเนื่องจากการปรับเปลี่ยนการเชื่อมโยงภายในโครงข่ายประสาท (neural network) การปรับเปลี่ยนในลักษณะนี้จะเน้นไปที่เซลล์ประสาทใหม่เกิดขึ้น และถูกนำเข้าสู่ระบบประสาทตลอดช่วงชีวิต (3-4) ทำให้ความสนใจในการศึกษา structural plasticity มุ่งเน้นศึกษาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางกายวิภาค (anatomical structure) ของสมองหลังจากได้รับตัวกระตุ้นทั้งภายในและภายนอก (internal and external stimuli) ผ่านการตรวจทางรังสีวิทยา ได้แก่ เอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ (CT) และ เอกซ์เรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) (4)

  1. Functional plasticity

เป็นการเปลี่ยนแปลงหน้าที่และความสามารถบางประการของเซลล์ประสาทหลังจากถูกกระตุ้น (5-7) โดยการศึกษา functional plasticity ในสมองมนุษย์สามารถแยกเป็น 4 ด้าน คือ

  • Homologous area adaptation คือ การเปลี่ยนแปลงหน้าที่ของเซลล์ประสาทสมองซีกตรงข้ามกับเซลล์ประสาทที่ได้รับบาดเจ็บให้ทำหน้าที่เพื่อทดแทนมากขึ้น โดยการทำงานทดแทนนี้สามารถเกิดได้ตั้งแต่ระยะแรกที่เกิดความเสียหายของเซลล์สมอง และเกิดในช่วงวัยเด็กมากกว่าในวัยผู้ใหญ่ เช่น ในผู้ป่วยที่เกิดความเสียหายของเนื้อสมองบริเวณที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับภาษา จะมีความบกพร่องด้านการสื่อความ (aphasia) พื้นที่สมองที่อยู่ซีกตรงข้ามกับรอยโรคนั้นจะถูกกระตุ้นให้พัฒนาขึ้นเพื่อทำหน้าที่ในการสื่อความแทน (5)
  • Map expansion คือ การเปลี่ยนแปลงโดยการเพิ่มพื้นที่ของเนื้อสมองเมื่อถูกกระตุ้นให้ใช้งานมากขึ้น โดยเป็นไปเพื่อเพิ่มศักยภาพ และพัฒนาทักษะการใช้งาน (6)
  • Cross - modal reassignment คือ การยอมรับข้อมูลจากแหล่งความรู้สึกใหม่ ๆ เข้ามารับประมวลที่เนื้อสมองบริเวณที่รับความรู้สึกเดิม เพื่อเพิ่มขอบเขตและศักยภาพในการรับสัมผัส เช่น ในบริเวณเนื้อสมองที่รับข้อมูลภาพจากการมองเห็นในคนตาบอด สามารถรับข้อมูลจากการรับความรู้สึกอื่น ๆ มาประมวลผลแทน ตามรูปที่ 1 (7)
  • Compensatory masquerade คือ การปรับรูปแบบการทำงานของสมองใหม่เพื่อชดเชยรูปแบบเดิมที่สูญเสียไปหลังการบาดเจ็บ ยกตัวอย่างเช่น คนทั่วไปจะใช้การจดจำตำแหน่งเส้นทางและระยะทางเวลาเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ส่วนในรายที่สมองได้รับการบาดเจ็บจะมีการปรับไปใช้การจำสถานที่สำคัญ ๆ เวลาเดินทางเพื่อประกอบในการระบุที่หมายในการเดินทางแทน (5)

รูปที่ 1 รูปแสดงความรับรู้ทางด้านการมองเห็นโดยภาพ a แสดงการรับรู้ในคนปกติที่สามารถมองเห็นภาพผ่านดวงตาเป็นหลัก และเพิ่มความเข้าใจหรือรับรู้ผ่านการได้ได้ยินเสีย ตลอดจนสามารถรับสัมผัสจากส่วนต่างๆของร่างกาย เช่นจากมือสัมผัส เป็นต้น  แต่เมื่อประสาทสัมผัสส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดปัญหา เช่นในภาพ b. ที่สมองในส่วนการรับภาพเสียหายหรือไม่ทำงาน สมองจะปรับตัวและเรียนรู้ผ่านการกระตุ้นประสาทสัมผัสอื่น ๆ มากขึ้น และในกรณีที่ผุ้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายตาเทียมในภาพ c แม้จะส่งผลต่อการกระตุ้นการรับภาพผ่านตดวงตา แต่สมองยังไม่สามารถตีความหมายของสิ่งที่เห็นได้ และ ภาพ d เป็นการกระตุ้นสัญญาณประสาทการรับความรู้สึกชนิดอื่น ๆ เพื่อเติมเต็มข้อมูลการรับรู้และช่วยให้เข้าใจสิ่งที่มองเห็นมากขึ้น (Merabet LB et.al, 2005) (7)

Neural plasticity กับการเปลี่ยนแปลงตามพัฒนาการ

neural plasticity สามารถใช้ในการอธิบายการเจริญเติบโต และการเรียนรู้ตลอดช่วงชีวิตของมนุษย์ การเกิดกระบวนการ neural plasticity จะเกิดทั้งลักษณะของการเปลี่ยนรูปร่าง การแตกกิ่ง รวมไปถึงการปรับขยายลักษณะและรูปแบบการเรียนรู้ ประมวลผล นำไปสู่การจดจำในโครงสร้างชั้นลึกในสมองเกิดเป็นประสบการณ์และทักษะ (8) การเกิด neural plasticity สามารถส่งผลทั้งทางด้านบวก เช่น การเพิ่มความสามารถในทักษะการใช้มือร่วมกับการจดจำตัวโน้ตในการเล่นดนตรี และด้านลบ เช่น การเดินเหวี่ยงของผู้ป่วยที่อ่อนแรงครึ่งซีกเพื่อชดเชยอาการอ่อนแรงของขาและยากต่อการก้าวเดินให้เท้าพ้นพื้นซึ่งอาจส่งผลระยะยาวต่อโครงสร้างร่างกายและอาจบาดเจ็บจากการจดจำภายในสมอง รวมถึง neural plasticity ยังสามารถเพิ่มขึ้นตามอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมที่ได้รับมา เราสามารถอธิบายรูปแบบของ neural plasticity ที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการได้ 2 รูปแบบ (9)

  1. การเกิด plasticity ที่คาดหวังจากประสบการณ์ (experience-expectant plasticity) คือ การเกิด plasticity ที่เกี่ยวเนื่องกับการเจริญเติบโตของโครงสร้างอวัยวะในร่างกายโดยปกติ เป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่แรกเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ โดยถูกอธิบายมากในเรื่องของประสาทรับความรู้สึกพื้นฐาน เช่น การมองเห็น การรับสัมผัสร่างกายและการรับรู้การเคลื่อนไหวของร่างกายขณะ คืบ คลาน เดิน โดยการเกิด plasticity รูปแบบนี้จะขึ้นกับลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันออกไป เช่น สมองของนก จะมีเซลล์ประสาทในส่วนของการรับข้อมูลจากการมองเห็น (optic nerve) มากกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และมนุษย์มีพื้นที่ของสมองส่วนสมองใหญ่ (cerebrum) มากกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น เนื่องจากมีการถูกใช้ในการรับรู้และการใช้เหตุผลพิจารณาการกระทำต่างๆ เป็นต้น (9-11)
  2. การเกิด plasticity ที่ขึ้นกับประสบการณ์ (experience-dependent plasticity) เป็นการเกิด plasticity ที่เกิดขึ้นภายหลังจากการได้รับประสบการณ์ โดยเป็นการตอบสนองและปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย การเกิด plasticity รูปแบบนี้ช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ ผลคือ เกิดความรู้ ทักษะ และการให้คุณค่าหรือค่านิยมต่อสิ่งที่ได้รับ การเกิด plasticity รูปแบบนี้ยังจำเป็นต้องอาศัยการเกิด plasticity ที่คาดหวังจากประสบการณ์เนื่องจากยังอาศัยการรับข้อมูลพื้นฐานอยู่ และนำไปสู่การปรับตัวให้เข้ากับความรู้หรือทักษะใหม่ที่มีความจำเพาะตามแต่ละบุคคล (9) ทั้ง 2 รูปแบบของ plasticity นั้นสะท้อนถึงความแตกต่างอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามขอบเขตและระยะเวลาของการพัฒนาโดยยังเกี่ยวเนื่องและไม่ได้แตกต่างกันเป็น 2 ประเภทอย่างสิ้นเชิง (9) ตามรูปที่ 2

รูปที่ 2 แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการ (development) ซึ่งได้รับข้อมูลส่วนใหญ่จาก plasticity ที่คาดหวังจากประสบการณ์ แต่ก็รับข้อมูลจาก plasticity ที่ขึ้นกับประสบการณ์ ในทำนองเดียวกัน การเรียนรู้ (learning) ที่ได้รับข้อมูลจาก plasticity ที่ขึ้นกับประสบการณ์ แต่มีการรับข้อมูลจาก plasticity ที่คาดหวังจากประสบการณ์เช่นกัน (อ้างอิงจาก Galván A, 2010) (9)

กล่าวโดยสรุป  neural plasticity เป็นกระบวนการที่สะท้อนถึงบทบาทของระบบประสาทที่สามารถปรับเปลี่ยนและพัฒนารูปแบบการใช้ชีวิตของมนุษย์โดยเชื่อมโยงให้เข้ากับบริบทของสิ่งแวดล้อมที่อาศัยใช้ชีวิตอยู่ โดยเริ่มจากการรับสัมผัสจากโสตประสาทสัมผัสพื้นฐาน เกิดเป็นการประมวลผลเพื่อตอบสนอง ต่อสิ่งนั้น ๆ และเมื่อรวมการประมวลผลหลาย ๆ ส่วนเข้าด้วยกัน จึงเกิดเครือข่ายของระบบประสาท มีความซับซ้อนมากขึ้น เกิดเป็นการบูรณาการทางระบบประสาท เกิดเป็นความรู้คิด ความฉลาด การสื่อสาร อารมณ์ตอบสนอง ที่จะเกิดตลอดชีวิตของลำดับพัฒนาการในมนุษย์ เพื่อจะเรียนรู้ในการใช้ชีวิตอยู่ทั้งในด้านกายภาพ และทางด้านสังคมและวัฒนธรรม

เรียบเรียงโดย กภ. อนุชัย พึ่งพระรัตนตรัย

เอกสารอ้างอิง

  1. Castaldi E, Lunghi C, Morrone MC. Neuroplasticity in adult human visual cortex. Neurosci Biobehav Rev. 2020;112:542-552.
  2. Gutchess A. Plasticity of the aging brain: New directions in cognitive neuroscience. Science. 2014;346:579-582.
  3. Mateos-Aparicio P, Rodríguez-Moreno A. The Impact of Studying Brain Plasticity. Front Cell Neurosci. 2019;13:66.
  4. Chang Y. Reorganization and plastic changes of the human brain associated with skill learning and expertise. Front Hum Neurosci. 2014;8:35.
  5. Grafman J. Conceptualizing functional neuroplasticity. J Commun Disord. 2000;33(4):345-55; quiz 355-6.
  6. Dinse, HR. Neuroplasticity in Humans. In: Zeise, ML, editor. Neuroscience for Psychologists. Cham: Springer; 2021.
  7. Merabet LB, Rizzo JF, Amedi A, Somers DC, Pascual-Leone A. What blindness can tell us about seeing again: merging neuroplasticity and neuroprostheses. Nat Rev Neurosci. 2005;6(1):71-7.
  8. Kolb B, Gibb R. Brain plasticity and behaviour in the developing brain. J Can Acad Child Adolesc Psychiatry. 2011;20(4):265-76.
  9. Galván A. Neural plasticity of development and learning. Hum Brain Mapp. 2010;31(6):879-90.
  10. Kolb B, Gibb R. Searching for the principles of brain plasticity and behavior. Cortex. 2014;58:251-60.
  11. DK. สมองทำงานอย่างไร อธิบายด้วยภาพให้เข้าใจ (How the Brain Works: The Facts Visually Explained). พิมพ์ครั้งที่ 1. ณราชิต นามเรืองศรี, บรรณาธิการ. วิญญู กิ่งหิรัญวัฒนา, ผู้แปล. นนทบุรี: วารา พับลิชชิ่ง จำกัด; 2565.
Post Views: 8,733
Share
7

Related posts

มิถุนายน 10, 2026

วิธีดูแลและรักษาเมื่อเป็นโรคอัมพาตใบหน้าครึ่งซีก หรือ “Bell’s Palsy”


Read more
มิถุนายน 8, 2026

หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนล่างปลิ้นในเด็กและวัยรุ่น


Read more
มิถุนายน 5, 2026

กระดูกหักนานแค่ไหนถึงหาย ?


Read more
มิถุนายน 3, 2026

กายภาพบำบัดในเด็กกลุ่มอาการแองเจิลแมน (Angelman syndrome)


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.