mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

เล่นอย่างไรให้เหมาะกับวัย

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กิจกรรมบำบัด
  • เล่นอย่างไรให้เหมาะกับวัย

เล่นอย่างไรให้เหมาะกับวัย

เมษายน 28, 2020
Categories
  • กิจกรรมบำบัด
Tags
  • เล่นอย่างไรให้เหมาะกับวัย

เมื่อพูดถึงเด็ก สิ่งแรก ๆ ที่เรามักจะนึกถึงก็คือการเล่น (play) ซึ่งเป็นกิจกรรมทางกายที่เด็กชอบทำและมีส่วนร่วม อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมให้มีพัฒนาการที่ดีในทุก ๆ ด้าน โดยการเล่นนั้นเป็นความต้องการขั้นพื้นฐานของเด็ก มาจากแรงจูงใจภายในตัวเด็กเองและความต้องการที่จะสำรวจหรือตอบสนองกับสิ่งแวดล้อม เด็กจะใช้การเล่นเป็นสื่อกลางทำให้เกิดการพัฒนาทั้งทางร่างกายและจิตใจ (1)

การเล่นเป็นกิจกรรมที่สำคัญสำหรับเด็กทุกคน เป็นกิจกรรมที่ทำให้เด็ก ๆ เกิดกระบวนการการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ด้านการเคลื่อนไหว ความคิดความเข้าใจ ภาษา การสื่อสาร หรือว่าจะเป็นทักษะด้านสังคม โดยในที่นี้จะพูดถึงพัฒนาการและตัวอย่างการเล่นหรือกิจกรรมที่เหมาะสมตามช่วงวัย

ช่วงวัย 0-2 ปี เด็กวัยนี้จะมีการเล่นผ่านประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว (sensorimotor play) เป็นการเล่นที่เกิดขึ้นเองผ่านประสาทสัมผัส การเคลื่อนไหว โดยมักจะเกิดขึ้นในช่วง 18 เดือนแรก เด็กจะมีอิสระในการเล่นเพื่อสำรวจ ด้วยการเอื้อมมือหยิบจับวัตถุ หยิบเอาของเข้าปาก คลาน เกาะยืน เกาะเดินเพื่อสำรวจสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว ซึ่งจะพัฒนาไปเป็นทักษะการเคลื่อนไหวใหม่ ๆ หรือทักษะทางสังคมด้วยการตอบสนองต่อพ่อแม่ เช่น เล่นจ๊ะเอ๋ ทำท่าเลียนแบบหรือตอบสนองต่อเพลงที่พ่อแม่ร้อง เป็นต้น (2,3)

ของเล่นที่เหมาะสมกับช่วงวัยนี้ควรเป็นของเล่นที่มี แสง สี เสียง ผิวสัมผัสที่หลากหลายและแข็งแรง ปลอดภัยต่อการนำเข้าปาก ไม่แตกง่ายหรือกระจายเป็นชิ้นเล็ก ๆ และต้องไม่แข็งเกินไปจนเป็นอันตราย ตัวอย่างของเล่นที่เหมาะสมกับช่วงวัย เช่น โมบายสี กรุ๊งกริ๊ง ตุ๊กตา ทราย การเล่นฟองขณะอาบน้ำ เป็นต้น โดยผู้ปกครองจะต้องดูในเรื่องความปลอดภัย

ช่วงวัย 2-4 ปี เด็กวัยนี้การเล่นส่วนใหญ่จะเป็นการเล่นเชิงสัญลักษณ์และการสร้างแบบง่าย ๆ

(symbolic and simple constructive play) เด็กเริ่มมีการสมมติโดยการนำวัตถุมาใช้แทนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น เอาเชือกสมมติเป็นรถไฟ เอาไม้มาทำเป็นดาบ เอาหม้อมาตีกลอง ซึ่งการแสดงออกจะแตกต่างกันออกไปตามประสบการณ์ที่เด็กแต่ละคนเคยได้รับ หรือเริ่มมีการสร้างแบบง่าย ๆ เช่น นำก้อนไม้มาต่อเป็นตึก การต่อตัวต่อเป็นบ้านหรือหุ่นยนต์ เป็นต้น ช่วงวัยนี้เริ่มมีการเล่นเชิงสังคมเกิดขึ้น โดยเด็กจะเปลี่ยนจากเล่นคนเดียวไปเป็นการเล่นแบบคู่ขนาน คือนั่งเล่นใกล้กับเพื่อนวัยเดียวกันแต่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กันและยังสนใจสิ่งที่ตนเองกำลังเล่นมากกว่าเพื่อนที่อยู่ใกล้ ๆ

การส่งเสริมการเล่นในช่วงวัยนี้ ควรเปิดโอกาสให้เด็กเล่นแบบอิสระ ให้เด็กได้เล่นของเล่นที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มประสบการณ์และส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านตัวเด็กเอง ผู้ปกครองควรสนับสนุนหรือลงไปเล่นกับเด็กเพื่อส่งเสริมทักษะดังกล่าว หรือดูแลในเรื่องความปลอดภัยขณะเล่นของเด็ก (2,3)

ช่วงวัย 4-7 ปี เด็กวัยนี้การเล่นส่วนใหญ่จะเป็นการเล่นบทบาทสมมติ เริ่มมีการเล่นแบบโครงสร้างที่ซับซ้อนและการเล่นแบบมีกฎกติกาง่าย ๆ (dramatic, complex constructive, and pregame) เริ่มมีการเล่นทางสังคมมากขึ้น การเล่นบทบาทสมมติเป็นเรื่องราวที่ซับซ้อนเหมือนชีวิตจริงมากขึ้น เช่น เล่นพ่อแม่ลูก เล่นขายของ ตำรวจจับผู้ร้าย หรือเลียนแบบตัวละครจากนิทานหรือการ์ตูนที่เด็กสนใจ การสร้างบ้านจากผ้าห่ม การนำตัวต่อหลาย ๆ ชุดมาสร้างเป็นเมือง เป็นต้น ส่วนใหญ่จะเป็นการเล่นนอกบ้าน เล่นร่วมกับเพื่อนวัยเดียวกัน การเล่นแบบมีกติกาง่าย ๆ โดยผู้ปกครองควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็ก เช่น เล่นแบบสลับกัน มีการรอคอย ทำตามกติกา เนื่องจากช่วงวัยนี้เด็กจะเรียนรู้ผ่านการเลียนแบบ และส่งเสริมกิจกรรมหรือการเล่นตามที่เด็กสนใจ (2,3,4)

ช่วงวัย 7-12 ปี ส่วนใหญ่จะเป็นการเล่นร่วมกับผู้อื่นในรูปแบบเกมที่มีกติกาชัดเจนมากขึ้น (cooperative and games with rule) มีการคิดสร้างสรรค์หรือกำหนดกติกาใหม่ ๆ ขึ้นเอง เด็กจะเลือกทำกิจกรรมกับกลุ่มเพื่อนที่มีความสนใจเหมือนกัน เด็กจะสนใจถึงกลไกของสิ่งต่าง ๆ ธรรมชาติ หรืองานฝีมือง่าย ๆ ช่วงวัยนี้ผู้ปกครองจะมีส่วนสำคัญในการเรียนรู้เรื่องกฎกติกาหรือการสร้างพฤติกรรมที่เหมาะสม เป็นตัวอย่างที่ดีส่งผลให้เด็กเลือกนำพฤติกรรมที่เห็นไปใช้ในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างกิจกรรมที่ผู้ปกครองสามารถส่งเสริมและนำมาเล่นกับเด็ก เช่น เกมกระดาน เกมเศรษฐี บอร์ดเกม เกมสร้างเมือง งานประดิษฐ์ง่าย ๆ เป็นต้น (2,4)

ช่วงวัย 12-16 ปี ช่วงวัยนี้เด็กเริ่มมีความเป็นตัวของตัวเอง เด็กเข้าใจและสามารถทำตามกฎกติกาได้

ดีมากขึ้น กิจกรรมส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมที่เด็กสนใจ ต้องอาศัยความร่วมมือหรือเป็นกิจกรรมที่ทำเป็นกลุ่ม ท้าทายความสามารถของเด็ก เช่น การแข่งกีฬา หรือการทำกิจกรรมที่ต้องสร้าง ประดิษฐ์ โดยเด็กจะต้องอาศัยทักษะที่ซับซ้อนมากขึ้น ช่วงวัยนี้เด็กจะให้ความสำคัญและใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับเพื่อน ผู้ปกครองควรคอยดูแลและสนับสนุนอย่างเข้าใจ เปิดโอกาสให้เด็กได้เลือกและตัดสินใจด้วยตนเอง ทั้งนี้ผู้ปกครองควรหาเวลาว่างทำกิจกรรมร่วมกันกับเด็กด้วย (2) และการเล่นของวัยนี้จะพัฒนาไปเป็นงานอดิเรกหรือกิจกรรมยามว่างได้

จากที่กล่าวมาข้างต้น การเล่นมีความสำคัญกับเด็กและวัยรุ่นมาก ดังนั้นผู้ปกครองถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการหรือทักษะต่าง ๆ ของเด็กเป็นอย่างมาก โดยกิจกรรมที่ผู้ปกครองสามารถมีส่วนร่วมกับเด็กได้ง่ายที่สุด คือ การใช้เวลาร่วมกันในขณะเล่น พ่อแม่สามารถเล่นกับลูก ๆ ได้ตลอดเวลา โดยคำนึงถึงความสนใจหรือความต้องการของเด็ก เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน เลือกกิจกรรมที่มีความท้าทาย ไม่มีผิดหรือถูก ใช้จินตนาการได้เต็มที่โดยไม่จำเป็นต้องใช้ของเล่นราคาแพงหรือของเล่นที่ดีสุด จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้และเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างลูกและผู้ปกครองอีกด้วย

เรียบเรียงโดย ก.บ. ชนิตพล บุญยะวัตร

เอกสารอ้างอิง

  1. Lynch H, Moore A. Play as an occupation in occupational therapy. Br J Occup Ther. 2016;79(9):519-520.
  2. Bulgarelli D, Bianquin N. Conceptual review of play. In: Besio S, Bulgarelli D, Stancheva-Popkostadinova V, editors. Play development in children with disabilties. Berlin: Walter de Gruyter GmbH & Co KG; 2016. p. 58-70.
  3. Munier V, Myers CT, Pierce D. Power of object play for infants and toddlers. In: Parham L, Fazio L, editors. Play in occupational therapy for children. 2nd ed. St. Louis: Mosby; 2008. p. 219-250.
  4. Florey LL, Greene S. Play in middle childhood. In: Parham L, Fazio L, editors. Play in occupational therapy for children. 2nd ed. St. Louis: Mosby; 2008. p. 279-300.
Post Views: 2,770
Share
0

Related posts

มิถุนายน 4, 2025

กู้พลังผู้ปกครอง: 5 วิธีดูแลตัวเองเมื่อรู้สึกหมดไฟ (Parental Burnout)


Read more

Happy senior couple having fun while having lunch in dining room. Focus is on ma feeding his wife.

พฤษภาคม 21, 2025

สูงวัย รู้ก่อน(กลืน)ลำบาก


Read more
พฤษภาคม 19, 2025

รู้เท่าทันความเครียดในวัยรุ่น และวิธีจัดการอย่างสร้างสรรค์


Read more
พฤศจิกายน 27, 2024

Brain Fog ภาวะสมองล้าในวัยทำงาน


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.