ปวดสะโพกร้าวลงขา เกิดจากอะไรนะ (Piriformis Syndrome)


อาการปวดบริเวณสะโพกร้าวลงขา หรืออาการปวดร้าวลงขาที่เกิดขึ้นขณะนั่งเป็นเวลานาน เป็นอาการที่พบได้บ่อยและมักถูกเชื่อมโยงกับภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นหรือการกดทับของเส้นประสาทจากบริเวณกระดูกสันหลัง อย่างไรก็ตาม อาการปวดดังกล่าวอาจไม่ได้มีสาเหตุมาจากกระดูกสันหลังเสมอไป แต่อาจเกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างบริเวณสะโพกชั้นลึก เช่น กล้ามเนื้อ เอ็นกล้ามเนื้อหรือโครงสร้างโดยรอบที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือการกดทับเส้นประสาท Sciatic ได้ จึงเป็นที่มาของแนวคิด Deep Gluteal Syndrome (DGS) โดยครอบคลุมภาวะที่เกิดจากการกดทับหรือระคายเคืองเส้นประสาท Sciatic บริเวณสะโพกชั้นลึก โดย Piriformis Syndrome เป็นหนึ่งในสาเหตุที่อาจพบได้ภายในกลุ่มภาวะดังกล่าว
วันนี้จะพามาทำความรู้จักกับ กลุ่มอาการ Piriformis Syndrome หรือภาวะที่กล้ามเนื้อ Piriformis กดทับเส้นประสาท Sciatic ส่งผลให้เกิดอาการปวดบริเวณสะโพกและอาจมีอาการปวดร้าวลงไปยังขา โดยอาการจะเพิ่มขึ้นเมื่ออยู่ในท่าเดิมต่อเนื่อง นั่งเป็นเวลานาน หรือทำกิจกรรมที่มีการใช้กล้ามเนื้อสะโพกซ้ำ ๆ ดังนั้น การประเมินอย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญในการจำแนกสาเหตุของอาการ และช่วยวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
โครงสร้างทางกายวิภาคศาสตร์ของสะโพกที่มีความเกี่ยวข้องกับภาวะกล้ามเนื้อสะโพกชั้นลึกหนีบ เส้นประสาท มีรายละเอียดสำคัญดังนี้

- กล้ามเนื้อ Piriformis: เป็นกล้ามเนื้อรูปร่างแบน ลักษณะคล้ายพีระมิดหรือลูกแพร์ มีจุดเกาะต้นบริเวณกระดูกกระเบนเหน็บ จากนั้นทอดผ่าน Greater Sciatic Notch ไปเกาะปลายบริเวณ Greater Trochanter ของกระดูกต้นขา ทำหน้าที่หลักในการหมุนข้อสะโพกออกด้านนอก กางข้อสะโพก และช่วยให้กระดูกต้นขาอยู่ในเบ้ากระดูกเชิงกรานได้อย่างมั่นคง (1), (2), (3)
- เส้นประสาท Sciatic: เป็นเส้นประสาทที่มีรากประสาทจากกระดูกสันหลังบริเวณ L4–S3 และออกจากอุ้งเชิงกรานผ่าน Greater Sciatic Foramen โดยทั่วไปจะทอดผ่านใต้กล้ามเนื้อ Piriformis ก่อนลงสู่บริเวณต้นขาด้านหลัง และจะแยกออกเป็น 2 แขนงหลัก ได้แก่ Tibial nerve และ Common fibular (peroneal) nerve (1)
การจำแนกของ Beaton และ Anson พบความแปรผันทางกายวิภาคของความสัมพันธ์ระหว่างเส้นประสาท Sciatic และกล้ามเนื้อ Piriformis โดยสามารถจำแนกได้เป็น 6 รูปแบบ ดังนี้ (1), (4)

| รูปแบบ | รายละเอียด | ความชุก |
|---|---|---|
| A | เส้นประสาท Sciatic ไม่แยกจากกันและลอดใต้กล้ามเนื้อ Piriformis | 85.2% |
| B | เส้นประสาทแยกกัน โดยส่วนแขนง Common Peroneal เจาะผ่านกล้ามเนื้อ | 9.8% |
| C | เส้นประสาทแยกกัน โดยส่วนแขนง Common Peroneal อ้อมเหนือกล้ามเนื้อ | 1.9% |
| D | เส้นประสาทไม่แยกจากกันและเจาะผ่านกล้ามเนื้อ | 0.8% |
| E | เส้นประสาทแยกกัน โดยส่วนแขนง Common Peroneal อ้อมบน และส่วนแขนง Tibial เจาะผ่านกล้ามเนื้อ | 0.5% |
| F | เส้นประสาทไม่แยกจากกันและอ้อมเหนือกล้ามเนื้อ | 0.4% |
ความชุกและปัจจัยเสี่ยง
ภาวะกล้ามเนื้อสะโพกชั้นลึกหนีบเส้นประสาทพบได้ประมาณร้อยละ 0.3–6 ของผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังส่วนล่าง ปวดบริเวณสะโพก หรือปวดร้าวลงขา โดยมักพบในวัยกลางคน และเพศหญิงพบมากกว่าเพศชาย โดยมีอัตราส่วนประมาณ 3:1–6:1 ทั้งนี้ ความแตกต่างระหว่างเพศอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางกายวิภาค เช่น ความแตกต่างของโครงสร้างกระดูกเชิงกราน ลักษณะและมุมของข้อสะโพก รวมถึงความสัมพันธ์ทางกายวิภาคระหว่างกล้ามเนื้อ Piriformis กับโครงสร้างโดยรอบภายในอุ้งเชิงกราน (1), (2), (3), (4), (5)
ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอาจเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อ Piriformis เช่น ภาวะตึงตัว การหดเกร็ง การอักเสบ หรือการหนาตัวของกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดหรือการระคายเคืองต่อเส้นประสาท Sciatic ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญคือการบาดเจ็บ โดยเฉพาะการกระแทกบริเวณสะโพก ซึ่งอาจนำไปสู่กระบวนการอักเสบและการเกิดพังผืดตามมา โดยจากการศึกษาพบว่าประมาณร้อยละ 50 ของผู้ป่วยมีประวัติการบาดเจ็บบริเวณดังกล่าวมาก่อน
นอกจากนี้ การใช้งานกล้ามเนื้อสะโพกซ้ำ ๆ หรือมากเกินไป เช่น การเล่นกีฬา การยกน้ำหนัก และการปั่นจักรยาน อาจส่งผลให้เกิดความตึงตัวของกล้ามเนื้อและเพิ่มแรงกดต่อเส้นประสาท Sciatic การกดทับอย่างต่อเนื่องอาจกระตุ้นกระบวนการอักเสบและการหลั่งสารอักเสบ ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวและเส้นประสาทมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการปวดที่เพิ่มขึ้น (1), (2), (3), (5)
อาการแสดงทางคลินิก
ผู้ป่วยมักมีอาการปวดลึกบริเวณสะโพก โดยอาจมีอาการปวดร้าวตามแนวด้านหลังของต้นขา น่อง และอาจลามไปถึงเท้า ลักษณะอาการปวดอาจแตกต่างกัน ได้แก่ ปวดแปล๊บ ปวดแสบร้อน หรือปวดตื้อ นอกจากนี้ อาจพบอาการชาร่วมด้วย โดยอาการมักมีลักษณะเป็น ๆ หาย ๆ และอาจเปลี่ยนแปลงตามท่าทางหรือกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ (1), (2), (3)
การตรวจทางภาพวินิจฉัย
- Ultrasound: สามารถใช้ประเมินลักษณะทางกายวิภาคและความหนาของกล้ามเนื้อ Piriformis รวมถึงโครงสร้างเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณโดยรอบ อย่างไรก็ตาม การตรวจอาจมีข้อจำกัดในการประเมิน เนื่องจากรูปร่างและตำแหน่งของกล้ามเนื้อ Piriformis อาจมีความแปรผันระหว่างบุคคล (1)
- Magnetic Resonance Imaging (MRI) / Computed Tomography (CT): สามารถใช้ประเมินโครงสร้างบริเวณกระดูกสันหลัง สะโพก และอุ้งเชิงกราน รวมถึงช่วยแยกสาเหตุอื่นที่อาจทำให้เกิดอาการปวดร้าวลงขา เช่น ภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับรากประสาท หรือก้อนเนื้อ เป็นต้น (1)
- Magnetic Resonance Neurography (MRN): สามารถใช้ประเมินความผิดปกติของเส้นประสาท โดยอาจพบการเปลี่ยนแปลงของเส้นประสาท Sciatic เช่น การเพิ่มขนาดของเส้นประสาทหรือการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณบริเวณแนวเส้นประสาท โดยเฉพาะบริเวณ Greater Sciatic Notch ทั้งนี้ สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินในผู้ป่วยบางราย (1), (5), (6)
แนวทางการรักษา
มีเป้าหมายเพื่อลดอาการปวดและการระคายเคืองของเส้นประสาท Sciatic รวมถึงช่วยลดปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการ โดยแนวทางการรักษาจะพิจารณาตามความรุนแรงของอาการและการตอบสนองต่อการรักษาโดยทั่วไปมักเริ่มจากวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดก่อน หากอาการยังไม่ดีขึ้น อาจพิจารณาการใช้ยา การฉีดยา หรือการผ่าตัดตามความเหมาะสม
การรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัด
-
- การรักษาทางกายภาพบำบัด: เป็นแนวทางสำคัญในการช่วยลดอาการปวดและฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อ ด้วยการประคบอุ่นในกรณีที่เป็นเรื้อรัง หรือประคบเย็นในระยะที่บาดเจ็บเฉียบพลัน การยืดกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพกและกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว การนวดคลายกล้ามเนื้อ รวมถึงการใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัด เช่น TENS, Ultrasound และ ESWT (1), (3)
- การพักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม: ควรลดหรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้อาการปวดเพิ่มขึ้น รวมถึงหลีกเลี่ยงการนั่งเป็นเวลานานหรือการอยู่ในท่าเดิมต่อเนื่อง เพื่อลดแรงกดและการระคายเคืองบริเวณสะโพกและเส้นประสาท Sciatic (2), (3)
การรักษาด้วยยาและการฉีดยา
-
- ยาลดการอักเสบ (NSAIDs) ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาที่ช่วยบรรเทาอาการปวดจากเส้นประสาท (1), (2), (3)
- การฉีดยาสเตียรอยด์: อาจช่วยลดการอักเสบและอาการปวดบริเวณที่เกี่ยวข้อง รวมถึงช่วยลดการระคายเคืองของเส้นประสาทและการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ (2)
- Botulinum Toxin (Botox): เป็นสารที่ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อชั่วคราว โดยยับยั้งการหลั่งสาร Acetylcholine ซึ่งเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับการหดตัวของกล้ามเนื้อ จึงอาจช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวและลดแรงกดต่อเส้นประสาทได้ ผลของการรักษาอาจคงอยู่ประมาณ 12–16 สัปดาห์ (1), (2), (5)
การรักษาด้วยการผ่าตัด อาจพิจารณาในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น
-
- Endoscopic Sciatic Neurolysis and Piriformis Release: เป็นการผ่าตัดด้วยการส่องกล้องเพื่อลดการกดทับของเส้นประสาท Sciatic และคลายกล้ามเนื้อ Piriformis หรือพังผืดที่อยู่รอบเส้นประสาท (1), (2), (3), (7)
เรียบเรียงโดย กภ.สุรพจน์ แช่จึง
เอกสารอ้างอิง
- Lo JK, Robinson LR. Piriformis syndrome. In: Handbook of Clinical Neurology. Vol. 201. Elsevier; 2024. p. 203–226.
- Chang A, Ly N, Varacallo MA. Piriformis Injection. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2023.
- Hicks BL, Lam JC, Varacallo MA. Piriformis Syndrome. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2023.
- Poutoglidou F, Piagkou M, Totlis T, Tzika M, Natsis K. Sciatic nerve variants and the piriformis muscle: a systematic review and meta-analysis. Cureus. 2020 Nov 17;12(11): e11531.
- Alrabai HM, Alrashidi Y, AlEtebi RAA, et al. Piriformis syndrome is often overlooked as a cause of gluteal pain and sciatica: diagnostic challenges and the role of imaging—a narrative review. HSS J. 2025 Nov 28.
- Kim HJ, Lee SY, Park HJ, Kim KW, Lee YT. Accessory belly of the piriformis muscle as a cause of piriformis syndrome: a case report with magnetic resonance imaging and magnetic resonance neurography imaging findings. Investig Magn Reson Imaging. 2019 Jun;23(2):142-147.
- Quesada-Jimenez R, Walsh EG, Kahana-Rojkind AH, et al. Comprehensive Management of Piriformis Syndrome with Endoscopic Release and Sciatic Neurolysis Provides Favorable Outcomes and Low Complication Rate. Arthroscopy. 2025 Nov;41(11):4596-4603.




