ใครเคยมีประสบการณ์เจ็บข้อมือด้านนิ้วก้อย หรือกำลังมีอาการอยู่โดยเฉพาะเวลาวางมือลงบนโต๊ะ ยันพื้นเพื่อพยุงตัว หรือแม้แต่แค่กระดกข้อมือเบา ๆ แล้วมีอาการจี๊ดขึ้นมาแบบเป็น ๆ หาย ๆ หลายคนอาจคิดว่าเป็นแค่การใช้ข้อมือหนักเกินไป จึงทำให้ปวดเมื่อยเป็นธรรมดา แต่รู้หรือไม่ว่า อาการแบบนี้อาจมีสาเหตุมาจาก “TFCC Injury” ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงสร้างสำคัญเล็ก ๆ บริเวณข้อมือที่หลายคนไม่เคยทราบมาก่อนบทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ TFCC ให้มากขึ้น ว่าคืออะไร ทำหน้าที่อะไร และจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณกำลังเผชิญกับปัญหานี้อยู่หรือไม่ พร้อมแนวทางการดูแลและรักษาเบื้องต้นที่ถูกต้อง

โครงสร้าง Triangular Fibrocartilage Complex (TFCC)

Triangular Fibrocartilage Complex (TFCC) คือโครงสร้างที่ประกอบด้วยกระดูกอ่อนและเส้นเอ็นเล็ก ๆ อยู่บริเวณด้านนอกของข้อมือ (ใกล้นิ้วก้อย) มีหน้าที่หลักในการรองรับแรงที่ส่งผ่านมาที่ข้อมือ และเพิ่มความมั่นคงให้กับข้อต่อระหว่างปลายกระดูก ulna กับกระดูกข้อมือ หาก TFCC ได้รับการบาดเจ็บหรือฉีกขาด จะส่งผลให้การใช้มือในชีวิตประจำวันและการเล่นกีฬาเกิดความลำบาก 1

 

องค์ประกอบของ TFCC 1,2

TFCC ไม่ใช่โครงสร้างเดียว แต่เป็น "คอมเพล็กซ์" ที่ประกอบด้วยหลายส่วน ได้แก่

Articular Disc (Fibrocartilage Disc)

  • เป็นแผ่นกระดูกอ่อนรูปสามเหลี่ยม ทำหน้าที่คล้ายเบาะรองกระแทกระหว่างปลายล่างของกระดูก ulna และกระดูกข้อมือ

Dorsal และ Palmar Radioulnar Ligaments

  • เอ็นยึดระหว่างกระดูก radius และกระดูก ulna ช่วยให้ข้อมือคงที่ในขณะหมุน

Ulnolunate และ Ulnotriquetral Ligaments

  • เอ็นที่เชื่อมระหว่างกระดูก ulna กับกระดูกข้อมือ lunate และกระดูกข้อมือ triquetral

ปลอกหุ้มของเส้นเอ็น extensor carpi ulnaris (ECU)

  • เป็นปลอกหุ้มเส้นเอ็นกล้ามเนื้อกระดกข้อมือขึ้น ชื่อ extensor carpi ulnaris (ECU) มีบทบาทในการเคลื่อนไหวข้อมือ

หน้าที่หลักของ TFCC

  1. รองรับแรงกดที่ข้อต่อ TFCC ช่วยกระจายแรงที่มากระทำกับข้อมือ โดยเฉพาะในท่าที่มีการลงน้ำหนักที่ข้อมือหรือรับแรงกระแทก
  2. ควบคุมการหมุนของแขนท่อนปลาย โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวแบบคว่ำมือ หงายมือ
  3. รักษาเสถียรภาพของข้อต่อระหว่างกระดูก radius และกระดูก ulna ส่วนปลาย (distal radioulnar joint; DRUJ) ซึ่งเป็นข้อต่อสำคัญในการหงายและคว่ำมือ

กลไกการบาดเจ็บ TFCC 3

การบาดเจ็บของ TFCC มักพบในกลุ่มนักกีฬา เช่น เทนนิส ยิมนาสติก หรือผู้ที่มีการใช้งานข้อมือในลักษณะงานท่าซ้ำ ๆ และหนัก โดยมีแรงกดหรือกระแทกซ้ำๆ ในทิศกระกดข้อมือขึ้นไปในด้านนิ้วก้อย (ulnar deviation) หรือการหกล้มที่มีแรงผ่านข้อมือในท่ามือยันพื้น (hyperextension & pronation)

สาเหตุหลักของการบาดเจ็บ

  • การบาดเจ็บเฉียบพลัน เช่น หกล้มเอามือยันพื้น หรือบิดข้อมืออย่างรุนแรง
  • การเสื่อมตามอายุ เนื้อเยื่อใน TFCC อาจเสื่อมลงเมื่ออายุมากขึ้น หรือมีการใช้งานข้อมือหนักซ้ำ ๆ
  • ความผิดปกติของโครงสร้าง เช่น ulna positive variance (ส่วนกระดูก ulna ยาวกว่ากระดูก radius) ส่งผลให้เพิ่มแรงกดต่อ TFCC

การวินิจฉัย สำหรับแยกอาการบาดเจ็บ TFCC กับอาการปวดข้อมืออื่น ๆ 2,3

  1. Ulnar fovea sign → ทดสอบโดยการกดระหว่าง ulnar styloid process และเส้นเอ็นของ flexor carpi ulnaris จะมีอาการข้อมือด้านนิ้วก้อย
  2. Supination Lift Test → ทดสอบโดยให้ยกโต๊ะในท่าหงายมือ จะมีอาการปวดข้อมือด้านนิ้วก้อย
  3. Press Test → ทดสอบโดยใช้มือดันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ ใช้ข้อมือรับแรง จะมีอาการปวดข้อมือด้านนิ้วก้อย

อาการ3

  1. ปวดบริเวณข้อมือด้านนิ้วก้อย
  2. ข้อมือมีเสียงคลิกเวลาเคลื่อนไหว
  3. อ่อนแรง หรือรู้สึกไม่มั่นคงเมื่อใช้งานมือ
  4. มีอาการปวดมากขึ้นเมื่อหมุนข้อมือ หรือบิดแขน

การรักษา ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ดังนี้

  1. การรักษาแบบผ่าตัด (Surgical Treatment)
  • การส่องกล้องข้อมือเพื่อซ่อมแซมหรือเล็มเนื้อเยื่อส่วนที่ฉีกขาด
  1. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Non-operative)
  • ใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือ (wrist splint)
  • รับประทานยาต้านการอักเสบ (NSAIDs)
  • การฉีดยาสเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบ
  • ทำกายภาพบำบัด

การรักษาโดยวิธีทางกายภาพบำบัด  แบ่งเป็น 4 ระยะ ตามขั้นตอน ดังนี้ 4

ระยะที่ 1 Pain control ลดอาการปวด เพื่อลดปวด ลดการอักเสบ และป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ

ข้อควรปฏิบัติ

  • พักและใส่อุปกรณ์พยุงเป็นบางช่วง เช่น เฝือกอ่อนหรืออุปกรณ์ดามข้อมือ เพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวมากเกินไป
  • ประคบเย็นประมาณ 15 นาที วันละ 3 ครั้ง

ท่าบริหาร

  1. ขยับข้อมือด้วยตนเองในทุกทิศทาง โดยขยับไปถึงช่วงที่ไม่มีอาการปวด
  2. ทิศทางงอ – กระดกข้อมือ
  3. ทิศทางเฉียงเป็นแนวทแยง (ภาพที่ 2)
  • เริ่มจาก เอียงข้อมือไปทางนิ้วหัวแม่มือ จากนั้นเอียงข้อมือไปทางนิ้วก้อย
  • บริหาร 20 ครั้ง/ 3 รอบ ต่อวัน
  • สามารถเข้าสู่ระยะต่อไปเมื่อขยับข้อมือได้สุดช่วงโดยไม่มีอาการปวด และระดับความปวดน้อยกว่า 2 จาก 10

ระยะที่ 2 Muscle re-education, joint awareness เพื่อฝึกการทำงานของกล้ามเนื้อและการรับรู้ข้อต่อ

ข้อควรปฏิบัติ

  • ใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือในช่วงเวลากลางคืน

ท่าบริหาร

  1. ยังคงฝึกขยับข้อมือในทิศทางเฉียงเป็นแนวทแยง จากระยะที่ 1
  • บริหาร 20 ครั้ง/ 3 รอบ ต่อวัน
  1. ฝึกเกร็งกล้ามเนื้อค้างไว้ โดยไม่มีการเคลื่อนไหว (ภาพที่ 3)
  • A: เกร็งกล้ามเนื้อค้างไว้ในทิศทางคว่ำมือ (ลูกศรสีแดง) โดยที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของข้อมือ โดยมืออีกข้างต้านในทิศทางตรงกันข้าม (ลูกศรสีน้ำเงิน) โดยใช้แรงงต้านประมาณ 70% ของกำลังสูงสุด
  • B: เกร็งกล้ามเนื้อค้างไว้ในทิศทางกระดกข้อมือโดยเฉียงทแยงไปด้านนิ้วก้อย โดยที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของข้อมือ (ลูกศรสีแดง) โดยมืออีกข้างต้านในทิศทางตรงกันข้าม (ลูกศรสีน้ำเงิน)
  • เกร็งกล้ามเนื้อค้างไว้ 30 วินาที 5 รอบ ต่อวัน
  • สามารถเข้าสู่ระยะต่อไปเมื่อระดับความปวดน้อยกว่า 2 จาก 10 ขณะทำท่าบริหาร และมีการควบคุมการเคลื่อนไหวได้ตลอดช่วงการเคลื่อนไหว

ระยะที่ 3 Neuromuscular rehabilitation เพื่อฝึกการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อ

ท่าบริหาร

  1. เปลี่ยนจากฝึกเกร็งกล้ามเนื้อค้างไว้ เป็นเคลื่อนไหวตามทิศทางกระดกข้อมือเฉียงทแยงไปด้านนิ้วหัวมือ และกระดกข้อมือเฉียงทแยงไปด้านนิ้วก้อย ร่วมกับมือจับลูกบอลไปด้วย (ภาพที่ 4)
  • บริหาร 10–20 ครั้ง 3 รอบ ทำสัปดาห์ละ 3–4 วัน หรือฝึกครั้งละ 2–3 นาที 3 รอบ
  • ฝึกโดยมีแรงต้าน เช่น การบริหารด้วย Flex Bar โดยสามารถบิดแท่ง Flex Bar ไป–มา ในทิศทางเดียวกับการเคลื่อนไหวที่ต้องการฝึก เพื่อเพิ่มแรงต้านของกล้ามเนื้อ (ภาพที่ 5)
  • สามารถเข้าสู่ระยะต่อไปเมื่อระดับความปวดน้อยกว่า 2 จาก 10 ขณะทำท่าบริหาร และสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้หลายข้อต่อ

ระยะที่ 4 Movement normalization & functions เพื่อฟื้นฟูการเคลื่อนไหวและกลับไปใช้งานปกติในชีวิตประจำวัน

ท่าบริหาร

  1. ฝึกการเคลื่อนไหวแบบใกล้เคียงการใช้งานจริง
  2. ฝึกลงน้ำหนักและการเคลื่อนไหวเร็ว เช่น ท่าดันพื้นบนพื้นนุ่ม ๆ หรือการกระแทกเบา ๆ
  3. ฝึกเฉพาะด้านกีฬา หรืองานในด้านนั้น ๆ
  • บริหาร 10–20 ครั้ง 3 รอบ ทำสัปดาห์ละ 3–4 วัน หรือฝึกครั้งละ 2–3 นาที 3 รอบ
  • ฝึกจนสามารถใช้งานแขนและข้อมือได้เหมือนก่อนบาดเจ็บ

* ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม เมื่อ5

  • อาการปวดไม่ดีขึ้น หรือมีอาการเพิ่มมากขึ้น หลังทำกายภาพบำบัด 3-6 เดือน
  • มีอาการข้อมือหลวม หรือมีเสียงคลิกตลอดเวลาที่เคลื่อนไหวข้อมือ
  • มีข้อจำกัดในการใช้งานข้อมือมากจนกระทบคุณภาพชีวิต

   เรียบเรียงโดย กภ.กนกวรรณ พลสา

เอกสารอ้างอิง

  1. Kirchberger MC, Unglaub F, Mühldorfer-Fodor M, Pillukat T, Hahn P, Müller LP, et al. Update TFCC: histology and pathology, classification, examination and diagnostics. Arch Orthop Trauma Surg. 2015;135(3):427-37.
  2. Pace V, Bronzini F, Novello G, Mosillo G, Braghiroli L. Review and update on the management of triangular fibrocartilage complex injuries in professional athletes. World J Orthop. 2024;15(2):110.
  3. Golden-Hart AL, Romero JM, Kakar S, Vilai P, Kannas S, Salinas-Alvarez Y, et al. Evaluation and Management of Triangular Fibrocartilage Complex (TFCC) Injuries in the Athlete. Curr Phys Med Rehabil Rep. 2024;12(3):276-86.
  4. Chen Z. Clinical evaluation of a wrist sensorimotor rehabilitation program for triangular fibrocartilage complex injuries. Hand Ther. 2021;26(4):123-33.
  5. Zhou JY, Tuyishime H, Yao J. Arthroscopic-assisted repair of the triangular fibrocartilage complex. Hand Surg. Glob. Online. 2024;6(4):445-57.