
เมื่อมีเสียงเกิดขึ้นที่ข้อเข่าขณะทำการเคลื่อนไหว เป็นภาวะที่คาดว่าหลายคนอาจจะเคยพบเจอทั้งที่มีอาการเจ็บและไม่มีอาการเจ็บ การที่เกิดเสียงที่ข้อเข่านั้นอาจทำให้ใครหลายคนตกใจหรือเป็นกังวลว่าเสียงที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไรหรือหากมีเสียงที่ข้อเข่ามาเป็นเวลานานโดยไม่มีอาการเจ็บจะส่งผลกับข้อเข่าในอนาคตหรือไม่ อย่างไร และเสียงที่ข้อเข่าแบบไหนเราสามารถรักษาได้ด้วยตัวเอง วันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน
การเกิดเสียงที่ข้อเข่านั้นสามารถพบได้ทั่วไปในบุคคลทั่วไป และในผู้ป่วยโรคข้อเข่าต่าง ๆ ซึ่งจากการเก็บข้อมูลเชิงสถิติพบว่าเสียงที่เกิดขึ้นที่ข้อเข่าเกิดขึ้นมาได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ ภาวะข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis), การบาดเจ็บของเส้นเอ็น (Ligament injury), การบาดเจ็บของกระดูกอ่อน (Cartilage pathology), ภาวะลูกสะบ้าเข่าเคลื่อนที่ผิดแนว (patella maltracking) และกลุ่มอาการปวดรอบกระดูกสะบ้า (Patellofemoral pain syndrome) ซึ่งแนวทางการรักษาเพื่อไม่ให้เกิดเสียงที่ข้อเข่าจะมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน เพราะเกิดจากสาเหตุที่แตกต่างกัน ดังนั้นสามารถแบ่งแนวทางการรักษาได้ดังนี้ (1,2)
1.) ควรไปพบแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง
หากผู้ป่วยมีประวัติประสบอุบัติจนทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่ข้อเข่าฉับพลันหรือมีประวัติอาการปวดเข่าเรื้อรัง ร่วมกับมีภาวะข้อเข่าบวม แดง ร้อน และเมื่อเกิดเสียงที่ข้อเข่าจะเกิดอาการปวดร่วมด้วย ถ้าหากมีประวัติและอาการเหมือนที่กล่าวไว้ข้างต้น ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินเพิ่มเติม เนื่องจากเสียงที่เกิดขึ้นเกิดจากโครงสร้างภายในเข่าที่เกิดความเสียหายจากตัวโรคได้แก่ ภาวะข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis), การบาดเจ็บของเส้นเอ็น (Ligament injury) และการบาดเจ็บของกระดูกอ่อน (Cartilage pathology) เพราะหากเสียงที่เกิดขึ้นที่ข้อเข่ามาจากสาเหตุนี้ อาจทำให้มีอาการเจ็บเข่าเพิ่มมากขึ้นและโครงสร้างภายในเข่าเสียหายเพิ่มขึ้น ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องหรือได้รับการรักษาล่าช้าเกินไป (1,2)
2.) สามารถรักษาได้ด้วยวิธีการออกกำลังกาย
หากผู้ป่วยไม่มีประวัติประสบอุบัติจนทำให้เกิดอาการเจ็บเข่าฉับพลันหรือมีประวัติอาการปวดเข่าเรื้อรัง ไม่มีภาวะข้อเข่าบวม แดง ร้อน และเมื่อเกิดเสียงที่ข้อเข่า จะไม่มีอาการปวดข้อเข่าร่วมด้วย ถ้าหากมีประวัติและอาการเหมือนที่กล่าวไว้ข้างต้น สามารถรักษาได้ด้วยวิธีการออกกำลังกาย โดยเสียงที่เกิดขึ้นเกิดจากลูกสะบ้าเสียดสีกับข้อเข่าซึ่งเกิดขึ้นในภาวะลูกสะบ้าเข่าเคลื่อนที่ผิดแนว (patella maltracking) และในกรณีที่มีเสียงร่วมกับอาการเจ็บข้อเข่า มักจะเจ็บบริเวณลูกสะเบ้าเข่า (ข้อเข่าด้านหน้า) ซึ่งเกิดขึ้นขณะทำหรือหลังทำกิจกรรมที่ต้องมีการงอเหยียดเข่า เช่น ลุกยืน, การเดิน, การขึ้นลงบันได และการเดิน เป็นต้น (2,3) สามารถพบได้ในกลุ่มอาการปวดรอบกระดูกสะบ้า (Patellofemoral pain syndrome)
จากที่กล่าวมาในข้างต้นเสียงที่เกิดขึ้นเกิดจากการที่ลูกสะบ้าเสียดสีกับข้อเข่า ซึ่งเราสามารถทำการออกกำลังกายเพื่อรักษาเสียงที่เกิดขึ้นที่ข้อเข่าได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าหากลองออกกำลังกายด้วยตัวเองเป็นระยะเวลาประมาณ 8-12 สัปดาห์ แล้วยังคงมีเสียงที่ข้อเข่าอยู่ สามารถไปแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำการตรวจร่างกายและรักษาเพิ่มเติมได้เช่นกัน เพราะจากงานวิจัยพบว่าถ้าเกิดเสียงที่ข้อเข่าจากการที่ลูกสะบ้าเสียดสีกับข้อเข่า อาจทำให้ผู้ป่วยมีภาวะผิวลูกสะบ้าเสื่อม (patellofemoral osteoarthritis) ในอนาคตได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการดังต่อไปนี้ ได้แก่ อาการปวดบวมหน้าข้อเข่า, มีอาการปวดหน้าข้อเข่าเมื่อทำกิจกรรมที่มีการงอเข่า (เช่น การขึ้นบันได และการนั่งคุกเข่า เป็นต้น) และข้อเข่ายึดติด เป็นต้น (4)

รูปที่ 1 แรงดึงที่กระทำต่อลูกสะบ้าเข่า ที่มา: แอปพลิเคชั่น “Human anatomy atlas”
การออกกำลังกายเพื่อรักษาอาการข้อเข่าที่มีเสียง สามารถทำได้ในกรณีที่เสียงนั้นต้องเกิดขึ้นในข้อเข่าที่โครงสร้างภายในยังคงปกติดี ได้แก่ ภาวะลูกสะบ้าเข่าเคลื่อนที่ผิดแนว (patella maltracking) และกลุ่มอาการปวดรอบกระดูกสะบ้า (Patellofemoral pain syndrome) ซึ่งเสียงที่ขึ้นนั้น เกิดจากการที่ลูกสะบ้าเสียดสีกับข้อเข่า โดยมักเกิดการเสียดสีในขณะงอเหยียดเข่า จากการที่ลูกสะบ้าเคลื่อนตัวกลับเข้ามาในร่องที่ลูกสะบ้าใช้ในการเคลื่อนไหวหลังจากเคลื่อนตัวออกไป เนื่องจากลูกสะบ้ามีกล้ามเนื้อและเอ็นมาเกาะจำนวนมากทำให้ลูกสะบ้าถูกดึงไปในหลายทิศทาง (ตามรูปที่ 1) การที่ลูกสะบ้านั้นเคลื่อนตัวออกจากร่องนั้นเกิดจากแรงดึงที่ไม่สมดุลกันในแต่ละทิศทางของลูกสะบ้า ซึ่งมักจะเคลื่อนตัวออกทางด้านข้าง เนื่องจากแรงดึงออกไปทางด้านข้างที่มากกว่าทิศทางอื่น โดยสามารถแบ่งสาเหตุที่ทำให้แรงดึงไปทางด้านข้างเยอะได้ดังนี้ (5)

รูปที่ 2 มุมหัวเข่าที่หุบเข้าด้านใน (knee valgus)
1.) มีมุมหัวเข่าที่หุบเข้าด้านใน (knee valgus) มีส่วนที่ช่วยสนับสนุนให้เอ็นหรือกล้ามเนื้อต้นขาด้านข้าง มีแรงดึงลูกสะบ้าไปทางด้านข้างมากขึ้น (ตามรูปที่ 2)
2.) ความตึงตัวของเอ็นต้นขาด้านนอก (ITB band) ทำให้เกิดแรงดึงลูกสะบ้าไปทางด้านข้างมากขึ้น
3.) กล้ามเนื้อสะโพกหรือกล้ามเนื้อก้นไม่แข็งแรง สนับสนุนทำให้เกิดมุมหัวเข่าที่หุบเข้าด้านใน และเกิดการตึงตัวของเอ็นต้นขาด้านนอก (ITB band)
4.) กล้ามเนื้อต้นขาด้านในและกล้ามเนื้อหุบขาไม่แข็งแรง ทำให้ไม่สามารถสู้แรงดึงจากเอ็นกล้ามเนื้อหรือกล้ามเนื้อด้านนอกได้
ท่าการออกกำลังกายเพื่อแก้ปัญหาข้อเข่ามีเสียง (5,6)
สำหรับภาวะลูกสะบ้าเข่าเคลื่อนที่ผิดแนว (patella maltracking) และกลุ่มอาการปวดรอบกระดูกสะบ้า (Patellofemoral pain syndrome)
1.ท่าออกกำลังกล้ามเนื้อกางสะโพก (Clamshell) (ตามรูปที่ 3)

รูปที่ 3 Clamshell
จุดประสงค์ เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อสะโพกหรือก้น
อุปกรณ์ ยางออกกำลังกาย
วิธีออกกำลังกาย
- นอนตะแคงงอเข่า งอสะโพกเล็กน้อย และนำยางออกกำลังกายมารัดเหนือเข่าทั้ง 2 ข้างเล็กน้อย
- ออกแรงกางขาออกจากกัน โดยขณะที่กางขาด้านบนออกจนสุดลำตัวต้องตั้งตรง ไม่เอียงไปทางด้านหลัง
- กางขาค้างไว้ 3 วินาที แล้วหุบขาลงช้า ๆ
- ทำซ้ำจนครบ 10-15 ครั้ง/รอบ พัก 2 นาที และให้ทำจนครบ 3 รอบ
ข้อความระวัง
- ระวัง!! อย่าให้ลำตัวเอียงหรือเอนไปด้านหลังขณะกางขาออก
2. ท่าลุกนั่ง (Squat) (ตามรูปที่ 4)

รูปที่ 4 Squat
จุดประสงค์ เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและสะโพก
อุปกรณ์ ยางออกกำลังกาย
วิธีออกกำลังกาย
- ยืนกางขาทั้ง 2 ข้าง ให้กว้างเท่าหัวไหล่ และนำยางออกกำลังกายมารัดระหว่างเข่าทั้ง 2 ข้าง ให้อยู่เหนือเข่าเล็กน้อย
- ทิ้งก้นไปทางด้านหลัง งอเข่า งอสะโพกลงช้าๆ จนต้นขาขนานกับพื้น โดยขณะงอเข่าให้ออกแรงกางขาออกเล็กน้อย ให้เข่าทั้ง 2 ข้างกางออกจากกันสู้กับแรงที่ยางรัดบริเวณข้อเข่า และลงน้ำหนักที่เท้าให้ฝ่าเท้าแนบพื้นทั้งหมด
- เหยียดสะโพก เหยียดเข่า
- ทำซ้ำจนครบ 10-15 ครั้ง/รอบ พัก 2 นาที และให้ทำจนครบ 3 รอบ
ข้อความระวัง
- ระวัง!! ไม่ให้เข่ามีการหุบเข้า ขณะงอเข่างอสะโพก
- ระวัง!! การลงน้ำหนักที่เท้า ไปด้านหน้าหรือหลังมากเกินไป
3. ท่าออกกำลังกายกล้ามเนื้อหุบขา (Copenhagen hip adduction) (ตามรูปที่ 5)

รูปที่ 5 Copenhagen hip adduction
จุดประสงค์ เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อต้นขาด้านในหรือกล้ามเนื้อหุบขา เพื่อเพิ่มแรงดึงของลูกสะบ้าทางด้านด้านใน
อุปกรณ์ เก้าอี้ที่มั่นคง
วิธีออกกำลังกาย
- นอนตะแคง วางข้อศอกลงที่พื้น และนำขาข้างที่ต้องการออกกำลังกายวางบนเก้าอี้
- ออกแรงหนีบขาข้างที่วางบนเก้าอี้ให้ลำตัวยกลอยขึ้น และเกร็งลำตัวให้ตรง
- ทำค้างไว้ 5 วินาที และค่อยๆ วางลำตัวลงช้าๆ
- ทำซ้ำจนครบ 5-10 ครั้ง/รอบ พัก 2 นาที และให้ทำจนครบ 3 รอบ
ข้อความระวัง
- ระวัง!! ขณะยกตัวลอยขึ้นจากพื้นให้เกร็งลำตัวให้ตรงไม่โค้งงอ
4. ท่ายืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านข้าง (ITB band stretching) (ตามรูปที่ 6)

รูปที่ 6 ITB band stretching
จุดประสงค์ ยืดเอ็นด้างข้างหัวเขา เพื่อลดแรงดึงของลูกสะบ้าทางด้านข้าง
วิธีออกกำลังกาย
- นำขาข้างที่ต้องการยืดไขว้ไปทางด้านหลังขาอีกข้าง
- ยกแขนขึ้นข้างเดียวกับขาที่ต้องการยืด หลังจากนั้นเอียงตัวไปฝั่งตรงข้าง
- ทำค้างไว้ 20 วินาที/ครั้ง, 3 ครั้ง/รอบ, 4 รอบต่อวัน
ข้อความระวัง
- ระวัง!! ขณะยืดความรู้สึกตึง แต่ไม่ควรรู้สึกเจ็บกล้ามเนื้อ
5. ท่ายืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (Quadricep stretching) (ตามรูปที่ 7)

รูปที่ 7 Quadricep stretching
จุดประสงค์ ยืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าหลังออกกำลังกาย เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
วิธีออกกำลังกาย
- ยืนทรงตัวด้วยขาข้างเดียว หลังจากนั้นให้นำขาที่ต้องการยืดงอเข่าขึ้น นำมือจับที่ข้อเท้า
- ออกแรงดึงให้เข่างอ และมีอาการตึงหน้าขา
- ทำค้างไว้ 20 วินาที/ครั้ง, 3 ครั้ง/รอบ, 4 รอบต่อวัน
ข้อความระวัง
- ระวัง!! ขณะยืดระวังอย่าให้หลังแอ่น และขณะยืดความรู้สึกตึง แต่ไม่ควรรู้สึกเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า
เรียบเรียงโดย กภ.ไกรวิชญ์ เลิศนิธิพรกุล
เอกสารอ้างอิง
- Song SJ, Park CH, Liang H, Kim SJ. Noise around the Knee. Clin Orthop Surg. 2018 Mar;10(1):1-8.
- Couch JL, King MG, De Oliveira Silva D, Whittaker JL, Bruder AM, Serighelli F , et al. Noisy knees - knee crepitus prevalence and association with structural pathology: a systematic review and meta-analysis. Br J Sports Med. 2025 Jan 2;59(2):126-132.
- de Oliveira Silva D, Pazzinatto MF, Priore LBD, Ferreira AS, Briani RV, Ferrari D, et al. Knee crepitus is prevalent in women with patellofemoral pain, but is not related with function, physical activity and pain. Phys Ther Sport. 2018 Sep;33:7-11.
- Schiphof D, van Middelkoop M, de Klerk BM, Oei EH, Hofman A, Koes BW, Weinans H, et al. Crepitus is a first indication of patellofemoral osteoarthritis (and not of tibiofemoral osteoarthritis). Osteoarthritis Cartilage. 2014 May;22(5):631-8.
- Waryasz GR, McDermott AY. Patellofemoral pain syndrome (PFPS): a systematic review of anatomy and potential risk factors. Dyn Med. 2008 Jun 26;7:9.
- Alba-Martín P, Gallego-Izquierdo T, Plaza-Manzano G, Romero-Franco N, Núñez-Nagy S, Pecos-Martín D. Effectiveness of therapeutic physical exercise in the treatment of patellofemoral pain syndrome: a systematic review. J Phys Ther Sci. 2015 Jul;27(7):2387-90.
