โครงการอบรม หลักสูตรเสริมพลังผู้นำการเปลี่ยนแปลงในระบบสุขภาพปฐมภูมิ ประจำปี 2569


เกี่ยวกับงานประชุม

หลักการและเหตุผล

นโยบายระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิเป็นเรื่องสำคัญลำดับแรกที่สาธารณสุขยกขึ้นมาจัดการ หน่วยบริการปฐมภูมิต้องทำให้ประชาชนรู้จักแล้วไปรับบริการที่ดีขึ้นกว่าเดิมและมากขึ้นกว่าเดิม และวางเป้าว่าต้องการเพิ่มจำนวนหน่วยบริการปฐมภูมิให้มากขึ้น อย่างไรก็ตามความเชื่อมั่นต้องมาจากหน่วยบริการนำร่อง ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการทำงานและสามารถปลดล็อกให้เห็นภาพรวมทั้งประเทศของการพัฒนาระบบปฐมภูมิ ต่อไป

ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายสุขภาพปฐมภูมิ ตาม พรบ.ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้การอบรมความรู้เพิ่มเติมในการเสริมพลังผู้นำการเปลี่ยนแปลงในระบบสุขภาพปฐมภูมิ โดยการทำงานร่วมกับสหวิชาชีพ (คณะผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ และสาธารณสุข (FCT)) จึงมีแนวคิดที่นำองค์ความรู้ ทักษะ กิจกรรมการเรียนรู้ และถอดบทเรียนในเนื้อหาเกี่ยวกับ 1) สุขภาพปฐมภูมิ ตาม พรบ.ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 2) Health System in Thailand 3) เทคโนโลยีการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมตามบริบทพื้นที่ HealthcaRe Tele-delivery Services (HeaRTS) 4) ความรู้ ทักษะในภาวะผู้นำแบบเอื้ออำนวยกับการทำงานเป็นทีม 5) การใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในพื้นที่จริง 6) Leaderships กับ Primary Care Team 7) เรื่องเล่าจากทีมต้นแบบระบบสุขภาพปฐมภูมิ โดยร่วมมือกับบุคคลและสถาบันที่เกี่ยวข้องมาพัฒนาโครงการอบรมที่จะให้ความรู้แก่ทีมสหวิชาชีพได้ในวงกว้างมากขึ้น

คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับกองสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ กระทรวงสาธารณสุข จึงพัฒนาหลักสูตรเสริมพลังผู้นำการเปลี่ยนแปลงในระบบสุขภาพปฐมภูมิ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาระบบสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีเป้าหมายให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานอย่างทั่วถึงภายในเขตสุขภาพใกล้บ้าน โดยเครือข่ายบริการเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ


วัตถุประสงค์ทั่วไป
  • เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การเสริมพลังผู้นำการเปลี่ยนแปลงในระบบสุขภาพปฐมภูมิของทีมสหวิชาชีพ
วัตถุประสงค์เฉพาะ

เมื่อสิ้นสุดการอบรมแล้ว คาดหวังว่าผู้รับการอบรมจะมีความรู้ ทักษะ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดังความสามารถต่อไปนี้

  • ทราบระบบการบริการสุขภาพปฐมภูมิ ตาม พรบ ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562
  • บทบาทของนักกายภาพบำบัดผู้สูงอายุในชุมชนแบบองค์รวมในสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อดูแล Geriatric syndrome ประกอบด้วย 10 “I” ได้แก่
    1. ทราบระบบการบริการสุขภาพปฐมภูมิ ตาม พรบ.ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562
    2. Health System in Thailand
    3. เทคโนโลยีการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมตามบริบทพื้นที่ โดย HealthcaRe Tele-delivery Services (HeaRTS)
    4. ความรู้ ทักษะในภาวะผู้นำแบบเอื้ออำนวยกับการทำงานเป็นทีม
    5. การใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในพื้นที่จริง
    6. Leaderships กับ Primary Care Team
    7. เรื่องเล่าจากทีมต้นแบบระบบสุขภาพปฐมภูมิ
    8. สามารถแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น วิเคราะห์ วิจารณ์ และเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาทาง กายภาพบำบัดผู้สูงอายุในชุมชนได้
    9. ทีมสหวิชาชีพสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปบริการสุขภาพปฐมภูมิได้

กลุ่มเป้าหมาย
  • ทีมสหวิชาชีพ ทีมละ 10 คน PCU/ NPCU ในระบบสุขภาพปฐมภูมิ เขตสุขภาพที่ 1-12 จำนวน 60 คน และ เขตสุขภาพที่ 1-12 จำนวน 60 คน รวมทั้งสิ้น 12 เขต จำนวน 120 คน

สถานที่ดำเนินงาน
  • จัดการอบรมในรูปแบบออนไลน์ Webinar (ผ่านระบบ Zoom)
  • จัดการอบรมในรูปแบบออนไซต์ (onsite) ในรูปแบบบรรยาย/สัมมนา/ปฏิบัติ ณ โรงแรมจันทรา รีสอร์ท จังหวัดนครนายก
  • ลงพื้นที่ ในรูปแบบปฏิบัติ ณ รพ.สต.บ้านท่าทราย ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก

ระยะเวลาในการดำเนินการ
  • รุ่นที่ 1 : วันที่ 22 มิถุนายน 2569 (Zoom Webinar) วันที่ 28 มิถุนายน - 4 กรกฎาคม 2569 (Onsite Workshop)
  • รุ่นที่ 2 : วันที่ 22 มิถุนายน 2569 (Zoom Webinar) วันที่ 12-18 กรกฎาคม 2569 (Onsite Workshop)

เอกสารโครงการ

รายการเอกสาร
หนังสือโครงการ ดาวน์โหลด
หนยังสือเชิญ ดาวน์โหลด
กำหนดการ ดาวน์โหลด
สิ่งที่ผู้เข้าร่วมอบรมแต่ละเขตต้องเตรียมเอกสารมา ดาวน์โหลด
หนังสือเชิญจากกระทรวงสาธารณสุข ดาวน์โหลด

เอกสารที่ผู้เข้าร่วมอบรมแต่ละเขตสุขภาพจะต้องเตรียมมา ณ วันอบรม

  • หนังสือราชการแจ้งรายชื่อผู้เข้าร่วมอบรม เพื่อนำมาประกอบเอกสารการเบิกจ่ายหากเป็นเอกสารสำเนา รบกวนตัวแทนผู้เข้าอบรมเซ็นสำเนาถูกต้อง
  • สำเนาบัตรประชาชน 2-4 ชุด ต่อท่าน
  • ในกรณีเดินทางด้วยเครื่องบิน : รบกวนเตรียมตั๋วเครื่องบิน (Boarding Pass) ขาไป หรือเอกสาร Invoice การจองตั๋วเครื่องบิน ที่ระบุชื่อ-สกุล ผู้เดินทาง (ไป-กลับ)

ระเบียบการเบิกจ่ายค่าพาหนะเดินทางมาฝึกอบรม

  • ระเบียบกระทรวง ฯ ไม่อนุญาตให้มีการจัดเช่าเหมารถตู้สำหรับการเดินทางมาอบรมกรณีการใช้พาหนะราชการหรือรถตู้จากต้นสังกัด จะไม่สามารถเบิกจ่ายค่านํ้ามันเชื้อเพลิงและค่าตอบแทนคนขับได้
  • การเดินทางโดยเครื่องบิน เป็นไปตามระเบียบราชการ เฉพาะผู้มีสิทธิ์ในการจะเบิกจ่ายเท่านั้น (ระดับชำนาญการ) หากไม่ใช่ระดับชำนาญการและเดินทางโดยเครื่องบินจะสามารถเบิกจ่ายได้ เพียงเรทรถทัวร์โดยยึดจากราคา (บขส.)
  • การเดินทางโดยรถทัวร์ เป็นไปตามระเบียบราชการ (ระดับปฏิบัติการ)
  • การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว จะต้องมีหนังสือราชการอนุมัติให้ใช้รถยนต์ส่วนตัว โดยในเอกสารจะต้องระบุเลขทะเบียนและคำนวณเส้นทางการเดินทางจากกรมทางหลวง เพื่อใช้เอกสารแนบในการเบิกจ่าย (กม.ละ 4 บาท)