mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

โรคหลอดเลือดสมองเกิดง่าย แต่รับมือไม่ยาก หากญาติเข้าใจ

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางระบบประสาท
  • โรคหลอดเลือดสมองเกิดง่าย แต่รับมือไม่ยาก หากญาติเข้าใจ

โรคหลอดเลือดสมองเกิดง่าย แต่รับมือไม่ยาก หากญาติเข้าใจ

พฤษภาคม 27, 2019
Categories
  • กายภาพบำบัดทางระบบประสาท
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • ญาติ
  • หลอดเลือดสมอง

ในปัจจุบันโรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุสำคัญซึ่งนำมาสู่ความพิการและการเสียชีวิต มีรายงานว่าทั่วโลกมีจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองสูงถึง 80 ล้านคน และทำให้เกิดความพิการจำนวน 50 ล้านคน (1) โรคหลอดเลือดสมองสามารถเกิดได้กับประชาชนในทุกเพศทุกกลุ่มวัย ผู้ที่มีโรคประจำตัวมาก เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ จะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง  ผู้ที่ป่วยจากโรคนี้จะได้รับผลกระทบทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ผู้ป่วยบางรายเกิดความพิการรุนแรง มีผลกระทบถึงการใช้ชีวิตประจำวัน บ้างต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงมีภาวะซึมเศร้า มีปัญหาด้านอารมณ์และพฤติกรรมซึ่งแสดงออกในหลายรูปแบบ เช่น วิตกกังวล โมโหง่าย โทษตัวเอง แยกตัวจากสังคม โดยภาวะซึมเศร้าสามารถพบได้ในช่วงระยะ 1 – 3 เดือนแรกหลังจากเกิดโรค และจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไปนานกว่า 1 ปี (2) หากญาติของผู้ป่วยรู้และเข้าใจโรค เข้าใจสภาวะจิตใจและการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วย การรับมือและการปรับตัวของญาติจะเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น มีวิธีง่าย ๆ ที่ญาติจะช่วยส่งเสริมการฟื้นฟูให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดดังนี้

  1. ญาติควรมีความเข้าใจเกี่ยวกับกับโรค โดยการซักถาม พูดคุยกับแพทย์ให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับ อาการ แนวทางการรักษา ข้อควรระวัง นอกจากนี้ญาติควรพูดคุยกับผู้ป่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของการเคลื่อนไหว และเป้าหมายของการรักษา ในการตั้งเป้าหมายการรักษาร่วมกันระหว่างบุคลากรทางการแพทย์ ญาติ และตัวผู้ป่วยเองจะสามารถช่วยให้การรักษาบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น เพราะผู้ป่วยจะทราบถึงเหตุและผลของการฝึกว่ามีประโยชน์อย่างไร ซึ่งก่อให้เกิดแรงจูงใจในการฟื้นฟู ในระยะแรกผู้ป่วยและญาติอาจจะกำหนดเป้าหมายง่าย ๆ ที่คิดว่าผู้ป่วยทำได้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เห็นถึงความสำคัญของการฝึก เช่น การพลิกตะแคงตัวได้ด้วยตนเอง ลุกขึ้นนั่งจากท่านอนได้เอง เป็นต้น
  2. การให้กำลังใจผ่านการพูดคุย ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะยังไม่สามารถช่วยเหลือตนเองในการทำกิจวัตรประจำวันได้ มักจะกลัวการถูกทอดทิ้งและมีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย มีการศึกษาพบว่าผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้าหลังเป็นโรคหลอดเลือดสมอง จะมีระยะเวลาในการนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลนานขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ไม่มีภาวะซึมเศร้า (3) นอกจากนี้ภาวะซึมเศร้าส่งผลให้ผู้ป่วยมีความสามารถในการทำงานของร่างกายลดลง ผลการฟื้นฟูมีประสิทธิภาพลดลง มีความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันลดลง มีภาวะบกพร่องของสมรรถภาพร่างกาย และมีความเสี่ยงต่อการกลับเป็นซ้ำของโรคเพิ่มขึ้น (4) ดังนั้นญาติควรรับฟังอย่างตั้งใจว่าขณะนั้นผู้ป่วยรู้สึกอย่างไร ต้องการอะไร ญาติควรพูดคุยให้กำลังใจ สร้างแรงจูงใจ คุยกันถึงเป้าหมายการรักษา พยายามทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่โดดเดี่ยว และทุกอย่างต้องดีขึ้นหากทุกคนร่วมมือกัน
  3. สร้างให้ผู้ป่วยเห็นคุณค่าของตนเอง เมื่อเกิดภาวะโรคหลอดเลือดสมองผู้ป่วยจะมีความสามารถในช่วยเหลือตนเองลดลงอย่างฉับพลัน ทำให้ต้องพึ่งพาคนอื่นในสิ่งที่เคยทำได้เอง เช่น การแปรงฟัน อาบน้ำ ทานข้าว รวมไปถึงการขับถ่าย ผู้ป่วยบางรายจะรู้สึกว่าตนเองเป็นภาระแก่ผู้อื่น ญาติควรให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการทำสิ่งเหล่านี้ตามความสามารถที่พอจะช่วยได้ เช่น ลองหัดให้ใช้มือของข้างที่มีแรงแปรงฟัน ตักข้าว ช่วยพลิกตะแคงเพื่อเช็ดตัว มีส่วนในการเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่ตามความชอบของตน การให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วยตนเองและทำกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ จะสามารถช่วยสร้างความรู้สึกในเชิงบวก ทำให้ผู้ป่วยเห็นคุณค่าในตนเอง และมีกำลังใจว่ายังพอสามารถช่วยเหลือตนเองได้บ้าง
  4. การเข้าร่วมสังคม ในช่วงที่รักษาตัวในโรงพยาบาลอาจเป็นช่วงที่ผู้ป่วยอยู่ห่างจากสังคม มีเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ ญาติ และคนที่มาเยี่ยม เมื่อกลับบ้าน ผู้ป่วยอาจอยู่แค่ในบริเวณเตียง หรือห้องพัก  อาจทำให้เกิดภาวะเครียด และเกิดความกลัวในการกลับสู่สังคม ไม่อยากเข้าสังคม ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสภาวะร่างกายที่เปลี่ยนไป เช่น มีปากเบี้ยว แขนเกร็ง พูดไม่ชัด เป็นต้น ดังนั้นญาติควรพาผู้ป่วยออกไปนอกบ้านบ้าง ในเริ่มต้นสามารถพาผู้ป่วยไปในสถานที่ปลอดโปร่ง คนไม่จอแจมากเกินไป เช่น สวนสาธารณะ ไปวัด ทำบุญ ไปสถานที่คุ้นเคย สถานที่ที่ผู้ป่วยอยากไป หากผู้ป่วยไม่มีความกลัวที่จะเข้าสังคม อาจพาไปทำกิจกรรมกลุ่ม เช่น ดนตรีบำบัด ศิลปะบำบัด ออกกำลังกายกลุ่ม เพื่อลดความเครียด และส่งเสริมการกลับสู่สังคมของผู้ป่วย

โรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ง่าย แต่ไม่ยากที่จะรับมือ หากญาติมีความเข้าใจในโรค เข้าใจในตัวผู้ป่วย เสริมสร้างกำลังใจเพื่อให้ผู้ป่วยให้ความร่วมมือในการฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการเกิดภาวะซึมเศร้า และให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติอีกครั้งโดยเร็วที่สุด

เรียบเรียงโดย กภ. สุปรียา อภิจรัสกุล

เอกสารอ้างอิง

  1. คณะทำงานจัดทำรายงานประจำปี สำนักโรคไม่ติดต่อปี2560. รายงานประจำปีสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. กรุงเทพ: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2560.
  2. มูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ. รายงานภาระโรคและการบาดเจ็บของประชากรไทย พ.ศ. 2557. นนทบุรี: บริษัท เดอะกราฟิโก ซิสเต็มส์ จำกัด; 2560.
  3. Sugawara N, Metoki N, Hagii J, Saito S, Shiroto H, Tomita T. et. al. Effect of depressive symptoms on the length of hospital stay among patients hospitalized for acute stroke in Japan. Neuropsychiatr Dis Treat. 2015;11:2551.
Post Views: 950
Share
0

Related posts

มกราคม 16, 2026

เจ็บข้อมือด้านนิ้วก้อย ไม่หายสักที หรืออาจไม่ใช่แค่ “ปวดข้อมือธรรมดา” มาทำความรู้จัก TFCC Injury


Read more
ธันวาคม 19, 2025

Knee OA in the young : อายุน้อยก็เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้


Read more
ธันวาคม 17, 2025

ข้อเข่ามีเสียงรักษาได้อย่างไร?


Read more
ธันวาคม 12, 2025

ทำความเข้าใจอัมพาตครึ่งใบหน้า หรือ Bell’s Palsy


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.