เจ็บขาหนีบในนักวิ่ง…ยิ่งไม่ควรมองข้าม

หลังวิ่งเสร็จ…คุณเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่?
เจ็บบริเวณขาหนีบ จะเจ็บเมื่อมีการเคลื่อนไหวในท่างอสะโพก ลุกนั่งไปยืนและเดินลำบาก หากคุณหรือคนรู้จักเคยมีอาการเหล่านี้ เรามาหาคำตอบและคลายข้อสงสัยไปด้วยกันค่ะ
อาการเจ็บขาหนีบในนักกีฬา พบได้ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ซึ่งอาจเกี่ยวกับความแตกต่างของกระดูกเชิงกราน แนวของรยางค์ขา และการทำงานของกล้ามเนื้อ สามารถพบได้บ่อยในกีฬาหลายประเภทที่มีการเคลื่อนไหวในท่าเตะ ท่าหมุน หรือท่าที่ต้องเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว เช่น ฟุตบอล รักบี้ บาสเกตบอล ฮอกกี้ และหนึ่งในนั้นคือ กีฬาวิ่ง (1)
มาถึงตรงนี้ทุกคนคงสงสัยใช่ไหมว่า แล้วการวิ่งไปเกี่ยวข้องกับอาการเจ็บขาหนีบเหมือนกีฬาอื่นได้อย่างไร ทั้งที่มีแค่วิ่งในท่าเดิม ๆ ไม่ได้อยู่ในท่าเตะหรือวิิ่งเปลี่ยนทิศไปมาบ่อย ๆ เหมือนกีฬาอื่นสักหน่อยต้องขออธิบายเพิ่มเติมไว้ก่อนว่า บริเวณขาหนีบ มีโครงสร้างทางกายวิภาคศาสตร์ที่ซับซ้อน ทำให้ยากต่อการวินิจฉัยเมื่อมีอาการเจ็บ ถึงแม้จะเจ็บขาหนีบเหมือนกัน แต่ก็อาจจะมาจากสาเหตุและโครงสร้างที่ได้รับบาดเจ็บต่างกัน เพราะฉะนั้นเมื่อนักกีฬาบอกว่ามีอาการเจ็บขาหนีบ จึงควรสอบถามถึงชนิดกีฬา และกลไกที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ แล้วทำการตรวจประเมินร่างกายเพื่อหาสาเหตุว่ามาจากกล้ามเนื้อหรือโครงสร้างส่วนใดของบริเวณขาหนีบ ซึ่งจากการศึกษางานวิจัยที่ผ่านมาจะพบว่า อาการเจ็บขาหนีบส่วนใหญ่ในนักฟุตบอลและนักบาสเกตบอล จะเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อต้นขาด้านใน (Adductor muscle) เป็นหลัก ในขณะที่อาการเจ็บขาหนีบในนักวิ่งจะเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้องอสะโพก (Psoas muscle) ซึ่งทำให้การวางแผนรักษาฟื้นฟูก็ควรต่างกันออกไป (1-3) ในบทความนี้จึงขอกล่าวถึงเฉพาะอาการเจ็บขาหนีบในนักวิ่งที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้องอสะโพกเป็นหลัก เพื่อให้เกิดความเข้าใจอาการเจ็บขาหนีบในนักวิ่งได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
เจ็บขาหนีบในนักวิ่ง ไม่ใช่อาการที่พบบ่อย แต่อาการนี้ต้องใช้เวลานานในการรักษา ทำให้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการวิ่งที่ลดลง ซึ่งอาการแสดงที่สำคัญคือ เจ็บบริเวณขาหนีบเมื่อมีการเคลื่อนไหวในมุมงอสะโพกขณะวิ่ง จะรู้สึกเจ็บลึก ๆ ในขาหนีบ นอกจากนี้หลังการวิ่งยังมีอาการเจ็บเมื่อเปลี่ยนท่าจากนั่งไปยืน รู้สึกว่ายืดตัวให้ตรงได้ยาก อาจมีอาการปวดร้าวไปถึงเข่าได้ บางครั้งอาจมีอาการปวดหลังส่วนล่างร่วมด้วย โดยอาการเจ็บจะสัมพันธ์กับกิจกรรมที่เคลื่อนไหว ถ้าได้พักการใช้งานอาการจะดีขึ้น (1,4,5)
สำหรับกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับอาการเจ็บขาหนีบในนักวิ่งคือ กล้ามเนื้องอสะโพก (Psoas muscle) โดยกล้ามเนื้อนี้เริ่มเกาะต้นจากกระดูกสันหลังส่วนเอว แล้วไปเกาะปลายที่กระดูกต้นขา โดยกล้ามเนื้อนี้ทำหน้าที่ในการงอสะโพกและหมุนขาออกด้านนอก นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กระดูกสันหลังส่วนล่างอีกด้วย (4,6) ซึ่งกล้ามเนื้องอสะโพกนี้ทำหน้าที่สำคัญในการวิ่ง ในช่วงเริ่มต้นของการยกเท้าพ้นพื้นแล้วเคลื่อนไปข้างหน้า (Swing phase) โดยเป็นกล้ามเนื้อที่ทำงานเริ่มต้นในการงอสะโพก และช่วยให้เกิดการงอสะโพกได้เร็ว จึงเป็นกล้ามเนื้อที่มีผลต่อความเร็วในการวิ่ง (6)
กล้ามเนื้องอสะโพก (Psoas muscle)
สาเหตุอาการเจ็บขาหนีบในนักวิ่ง (1,2,4,5)
– อาจเกิดจากโครงสร้างของร่างกายที่ไม่ปกติ เช่น ความยาวขาไม่เท่ากัน
– ท่าทางการวิ่งที่จะต้องอยู่ในท่างอและเหยียดสะโพกอย่างต่อเนื่องในท่าเดิมซ้ำ ๆ ทำให้เกิดการบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ สะสมระหว่างวิ่ง อาจทำให้กล้ามเนื้อถูกใช้งานมากเกินไป ทำให้มีอาการล้าจนเกิดการบาดเจ็บ
– การเปลี่ยนทิศทางและจังหวะการวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเร่งหรือชะลอความเร็วระหว่างวิ่ง ล้วนส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้องอสะโพก ยิ่งเมื่อเร่งความเร็วขึ้นอย่างเช่น จังหวะ Splint ยิ่งทำให้ต้องใช้กำลังกล้ามเนื้องอสะโพกมากขึ้น
– ไม่ยืดเหยียดหรือยืดเหยียดกล้ามเนื้อไม่เพียงพอก่อนการวิ่ง เนื่องจากลักษณะการใช้งานของข้อสะโพกในชีวิตประจำวันจะอยู่ในท่างอสะโพกเป็นส่วนใหญ่ เช่น ท่านั่ง ท่าเดิน ทำให้กล้ามเนื้องอสะโพกอยู่ในท่าหดสั้น เกิดความตึงตัวได้มากขึ้น เพิ่มโอกาสเสี่ยงในการบาดเจ็บได้
– การทำงานของกล้ามเนื้อไม่สมดุล ซึ่งมีความสัมพันธ์ระหว่างความแข็งแรงของกล้ามเนื้องอสะโพก กล้ามเนื้อหน้าท้อง และกล้ามเนื้อต้นขา
– การเคลื่อนไหวของข้อต่อลดลง หรือมีการยึดติดของข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนล่าง กระดูกเชิงกราน ที่ส่งผลต่อความตึงตัวของกล้ามเนื้องอสะโพก
– สถานที่วิ่ง พื้นผิวเส้นทางวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นทางลาดชัน ขึ้น-ลง เนินเขา ล้วนมีผลต่อมุมการเคลื่อนไหวของการงอสะโพกทั้งสิ้น
การตรวจวินิจฉัย (7, 9, 10)
การตรวจร่างกายทางกายภาพบำบัดที่เกี่ยวข้องกับอาการเจ็บขาหนีบในนักวิ่ง มีการตรวจความบกพร่องของระบบการเคลื่อนไหวของหลังส่วนล่างและรยางค์ขา ตรวจมุมการเคลื่อนไหวของข้อสะโพกและข้อต่อที่เกี่ยวข้อง ตรวจกำลังกล้ามเนื้อ ตรวจความยาวกล้ามเนื้อ การตรวจจุดกดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้องอสะโพก ตรวจการต้านแรงที่กระตุ้นอาการเจ็บ หรืออาจจะใช้การตรวจทางการแพทย์ด้วยเครื่อง Ultrasound หรือ MRI ช่วยในการวินิจฉัยเพิ่มเติม รวมไปถึงจากตรวจประเมินการเคลื่อนไหว การทรงตัวขณะทำกิจกรรม
การรักษา (4-6, 8-10)
– พักการวิ่งเพื่อลดแรงที่กระทำต่ออาการเจ็บ
– เลือกใช้ความร้อน ความเย็นในการรักษาให้เหมาะสม โดยใช้ความเย็นเมื่อมีการอักเสบ ใช้ประคบประมาณ 15 นาที
– ใช้การรักษาทางกายภาพบำบัด โดยเน้นการยืดเหยียดคลายกล้ามเนื้อเมื่อมีความตึงตัว และเพิ่มความแข็งแรงในกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง
– การออกกำลังกายทางกายภาพบำบัด โดยเน้นฝึกการเคลื่อนไหวให้มีแบบแผนการทำงานของกล้ามเนื้อ และข้อต่อที่ปกติ
– ใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัดในการรักษาเพื่อลดอาการปวด หรือเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ เช่น เครื่องอัลตร้าซาวน์ เครื่องเลเซอร์
– ใช้ยาลดปวดกลุ่ม NSAIDs ฉีดสเตียรอยด์ในการรักษา หรือหากอาการยังไม่ดีขึ้นอาจต้องใช้การผ่าตัดร่วมด้วย
สำหรับการยืดเหยียดและออกกำลังกายกล้ามเนื้องอสะโพกที่อยู่บริเวณขาหนีบ และการออกกำลังกายเพื่อฝึกการเคลื่อนไหวให้มีแบบแผนการทำงานของกล้ามเนื้อ และข้อต่อที่ปกตินั้นจำเป็นต้องมีการตรวจประเมินเพื่อหาสาเหตุของปัญหา จะได้วางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสมโดยนักกายภาพบำบัด เช่น หากนักวิ่งมีปัญหากล้ามเนื้อตึงตัวก็ควรใช้การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ แต่หากพบว่ามีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อก็จะใช้การออกกำลังกายแบบมีแรงต้านเพื่อเพิ่มความแข็งแรง การออกกำลังกายโดยใช้หลักการการควบคุมการเรียนรู้ และการเคลื่อนไหว และจากหลักฐานการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า การฟื้นฟูอาการเจ็บขาหนีบในนักวิ่งควรจะออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มด้วย ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อรอบข้อสะโพก กล้ามเนื้อรอบต้นขา หรือกล้ามเนื้อแกนกลางร่างกาย เพราะมีความสัมพันธ์กับอาการเจ็บขาหนีบที่เกิดขึ้น และในการออกกำลังกายทุกครั้งสามารถทำได้เท่าที่ไม่กระตุ้นอาการเจ็บมากเกินไป
เรียบเรียงโดย กภ.ลออรัตน์ สุทธิวิริยะกุล
เอกสารอ้างอิง
- Ramazzina I, Bernazzoli B, Braghieri V, Costantino C. Groin pain in athletes and non-interventional rehabilitative treatment: a systematic review. J Sports Med Phys Fitness. 2018;59:1001-10.
- Rivadulla AR, Gore S, Preatoni E, Richter C. Athletic groin pain patients and healthy athletes demonstrate consistency in their movement strategy selection when performing multiple repetitions of a change of direction test. J Sci Med Sport. 2020;23:442-7.
- Yousefzadeh A, Shadmehr A, Olyaei GR, Naseri N, Khazaeipour Z. The Effect of therapeutic exercise on long-Standing adductor-related groin pain in athletes: Modified Hölmich Protocol. Rehabil Res Pract. 2018.
- Dydyk AM, Sapra A. Psoas syndrome. StatPearls. 2021.
- Heiderscheit B, McClinton S. Evaluation and management of hip and pelvis injuries. Phys Med Rehabil Clin N Am. 2016;27:1-29.
- Rauseo C. The rehabilitation of a runner with iliopsoas tendinopathy using an eccentric-biased exercise-a case report. Int J Sports Phys Ther. 2017;12:1150.
- Franklyn-Miller A, Richter C, King E, Gore S, Moran K, Strike S, et al. Athletic groin pain (part 2): a prospective cohort study on the biomechanical evaluation of change of direction identifies three clusters of movement patterns. Br J Sports Med. 2017;51:460-8.
- Lifshitz L, Sela SB, Gal N, Martin R, Klar MF. Iliopsoas the hidden muscle: anatomy, diagnosis, and treatment. Curr Sports Med Rep. 2020;19:235-43.
- Thorborg K, Reiman MP, Weir A, Kemp JL, Serner A, Mosler AB, et al. Clinical examination, diagnostic imaging, and testing of athletes with groin pain: An evidence-based approach to effective management. J Orthop Sports Phys Ther. 2018;48:239-49.
- Jang JH, Jeon IC. A movement-system-impairment approach to the evaluation and treatment of a patient with femoral anterior glide syndrome: A case report. J musculoskelet sci technol. 2018;2(2):58-63.











