บาดเจ็บทีละนิด แต่ยาวนาน น่ากลัวกว่าที่คิด Cumulative trauma disorder

ปัจจุบันคนวัยทำงานประสบปัญหาด้านสุขภาพจากการทำงานมากขึ้น อันเนื่องจากสภาวะปัจจุบันที่อยู่ในสังคมแห่งความเร่งรีบ ต้องทำงานต่อเนื่องติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคนวัยทำงาน ไม่ว่าจะเป็นอาชีพใด หรือมีลักษณะการทำงานแบบใด ก็มักจะประสบปัญหาอาการปวดจากการทำงานทั้งนั้น โดยเฉพาะเป็นอาการปวดแบบเรื้อรัง ซึ่งลักษณะอาการปวดแม้จะไม่ได้รุนแรงอันตรายถึงชีวิต แต่ก็สามารถส่งผลต่อสุขภาพทั้งกาย และใจ ให้กับคนวัยทำงานได้ โดยอาจทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง และความสุขจากการทำงานก็ลดลงไปด้วย ในบทความนี้ จะเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับอาการปวดที่เกิดจากการบาดเจ็บสะสม หรือเรื้อรัง ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร อาการของโรค ระยะของโรค รวมถึงการรักษา และการป้องกันการเกิดโรค
อาการปวดจากการบาดเจ็บสะสม (Cumulative trauma disorder) คืออะไร
เป็นกลุ่มอาการปวดที่เกิดขึ้นกับระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ไม่ว่าจะเป็น กล้ามเนื้อ ข้อต่อ เส้นเอ็น เส้นเลือด และเส้นประสาท เป็นต้น ซึ่งเป็นอาการที่ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันเหมือนอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ แต่เป็นอาการที่เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และใช้เวลานาน (1-2)
สาเหตุเกิดจากอะไร
อาการปวดจากการบาดเจ็บสะสมเกิดได้หลายสาเหตุด้วยกัน แต่จากการศึกษาพบว่า มี 3 สาเหตุหลักๆ ที่พบได้บ่อย ได้แก่
- เกิดจากลักษณะงาน หรือกิจกรรมที่ทำในชีวิตประจำวัน ในลักษณะที่มีการเคลื่อนไหวในท่าทางนั้นซ้ำ ๆ
- เกิดจากการทรงท่าผิดปกติเป็นเวลานาน
- เกิดจากสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน เช่น โต๊ะเก้าอี้ทำงาน ตำแหน่งการวางคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
ซึ่งทั้งสามสาเหตุนี้ เมื่อเกิดร่วมกันเป็นระยะเวลานาน จะทำให้กล้ามเนื้อเกิดการปรับตัวแบบผิดปกติ เช่น ปรับตัวให้มีลักษณะหดสั้นลงกว่าปกติ หรือยืดยาวกว่าปกติ การปรับตัวของกล้ามเนื้อเช่นนี้ส่งผลให้มีการทำงานผิดปกติไปด้วย ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดลดลง สารอาหารที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ หรือโครงสร้างรอบ ๆ ลดลงไปด้วย นี่จึงเป็นสาเหตุของการเกิดการบาดเจ็บของโครงสร้างทางกระดูกและกล้ามเนื้อ (1-2)
อาการบาดเจ็บสะสม แบ่งได้เป็น 3 ระยะ ดังนี้ (2,4)
ระยะที่ 1
- มีอาการปวดและล้าขณะทำงาน หรือทำกิจกรรม
- อาการจะหายไปช่วงเวลากลางคืน หรือช่วงพัก
- ไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน สามารถทำงานได้ตามปกติ
- มีอาการปวดเป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน มีอาการเป็นๆ หายๆ
- สามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้
ระยะที่ 2
- อาการปวดจะเริ่มเป็นช่วงแรกของการทำงาน และจะไม่หายไปช่วงเวลากลางคืน หรือช่วงพัก
- อาการที่เป็นรบกวนการนอน
- เริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน และความสามารถในการทำงานลดลง
- มีอาการปวดคงค้างเป็นเดือน
ระยะที่ 3
- มีอาการปวดแม้ในขณะพัก เวลากลางคืน หรือตอนเช้า
- แม้ทำงานหรือกิจกรรมที่เบา ก็มีอาการปวด
- อาการที่เป็นรบกวนการนอน
- ไม่สามารถทำงานได้ แม้จะเป็นงานที่ไม่หนัก รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
- มีอาการปวดเป็นเดือน หรือเป็นปี
ตารางสรุประยะของอาการบาดเจ็บสะสม
โรคที่เกิดจากการบาดเจ็บสะสมที่พบได้บ่อย
จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า การบาดเจ็บสะสมมักเกิดจากงานที่ทำในลักษณะเดิมซ้ำ ๆ และมักเกิดกับโครงสร้างของร่างกายที่ถูกใช้งานแบบซ้ำ ๆ นั่นหมายความว่า สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกส่วน ทุกโครงสร้างของร่างกาย แต่จากการศึกษาได้มีการสำรวจพบว่า โรคที่มักเกิดได้บ่อยที่สุดมีดังต่อไปนี้
– กลุ่มโรคที่เกิดบริเวณข้อมือ และมือ ได้แก่ ผังพืดรัดเส้นประสาทมือ (carpal tunnel syndrome), ปลอกหุ้มเอ็นทีบริเวณข้อมืออักเสบ (De’Quervain disease) และนิ้วล๊อก (Trigger finger) เป็นต้น
– กลุ่มโรคที่เกิดบริเวณข้อศอก ได้แก่ เอ็นข้อศอกอักเสบ (Tennis elbow)
– กลุ่มโรคที่เกิดบริเวณข้อไหล่ ได้แก่ เอ็นข้อไหล่อักเสบ (Rotator cuff tendinitis)
– กลุ่มโรคที่เกิดบริเวณคอ ได้แก่ กล้ามเนื้อคอบ่าอักเสบเรื้อรัง (Myofascial pain)
กลุ่มโรคที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงการยกตัวอย่างบางโรคที่พบได้บ่อยเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง มักพบอาการบาดเจ็บสะสมได้ทุกโครงสร้างของร่างกาย ขึ้นกับลักษณะงาน และพฤติกรรมของแต่ละบุคคล (1,5)
การรักษาและการป้องกัน
เมื่อมีการบาดเจ็บเกิดขึ้นกับโครงสร้างใดของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อ ข้อต่อ เส้นเอ็น เส้นเลือด และเส้นประสาท เป็นต้น การรักษาที่สามารถทำได้คือ รักษาตามอาการที่เกิดขึ้น ได้แก่ การให้ยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวด การฉีดยา รวมถึงการรักษาโดยแพทย์ทางเลือกอื่น ๆ เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามการรักษาที่สามารถเข้าถึงปัญหาของผู้ป่วยได้ดีที่สุด คือการรักษาตามสาเหตุของการเกิดอาการ ยกตัวอย่างเช่น สาเหตุของอาการปวดคอบ่า เกิดจากสิ่งแวดล้อมในที่ทำงานไม่เหมาะสม โต๊ะทำงานไม่พอดีกับสรีระของผู้ป่วย ก็รักษาโดยการให้คำแนะนำปรับสภาพแวดล้อมดังกล่าว เป็นต้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ดีแค่ไหน แต่การไม่เกิดโรคจากการทำงานเลยย่อมดีกว่า นั่นแสดงว่า การป้องกัน คือกระบวนการที่ดีที่สุด
เราสามารถป้องกันการเกิดอาการบาดเจ็บสะสมได้ดังนี้
- ลดจำนวนการทำงานซ้ำ ๆ
ไม่ควรทำงานในลักษณะซ้ำ ๆ ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง ควรมีกำหนดช่วงพัก เพื่อเปลี่ยนอิริยาบทบ้าง หรือควรมีการเปลี่ยนกะการทำงาน เมื่อครบกำหนดชั่วโมง เป็นต้น
- ลดการออกแรงที่มากและหนักจนเกินไป
เมื่อต้องทำงานที่ต้องมีการออกแรงเยอะจนเกินไป ควรเพิ่มจำนวนคนทำงานในงานนั้น ๆ หรือถ้าเป็นไปได้ สามารถใช้เครื่องมือ หรือเครื่องจักรมาช่วยในงานนั้น ๆ ได้
- หลีกเลี่ยงการทรงท่าที่ไม่ดีตลอดช่วงของการทำงาน
การทรงท่าที่ผิดปกติในสภาวะปกติ ก็เป็นสาเหตุของการเกิดการบาดเจ็บต่อร่างกายอยู่แล้ว เมื่อลักษณะงานนั้น ๆ ทำให้คนทำงานต้องทรงท่าที่ผิดปกติในระหว่างการทำงาน ยิ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่ายยิ่งขึ้น ดังนั้นควรปรับท่าทาง และสภาพแวดล้อมการทำงานให้เหมาะสม และสมดุลกัน (3-4)
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การทำงานถือเป็นปัจจัยหลักของการดำเนินชีวิต หากไม่ทำงาน ไม่มีรายได้ ก็ไม่สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ หากเกิดอาการปวดจากการทำงาน จะให้หยุดงาน เลิกทำงานนั้น ๆ หรือเปลี่ยนอาชีพ ก็คงเป็นไปได้ยาก หรืออาจเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับบางคน ดังนั้น การรู้สาเหตุของการเกิดอาการปวด การรู้จักปรับตัว ปรับพฤติกรรม และสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น และสำคัญมากในการลดการบาดเจ็บสะสมจากการทำงานได้
เรียบเรียงโดย กภ.กนกวรรณ พลสา
เอกสารอ้างอิง
- Kroemer KH. Cumulative trauma disorders: their recognition and ergonomics measures to avoid them. Appl Ergon. 1989;20(4):274-80.
- Iqbal ZA, Alghadir AH. Cumulative trauma disorders: A review. J Back Musculoskelet Rehabil. 2017;30(4):663-6.
- Carson R. Reducing cumulative trauma disorders: use of proper workplace design. AAOHN J. 1994;42(6):270-6.
- ภญ. ปรมาภรณ์ ดาวงษา. อาการบาดเจ็บสะสม Cumulative trauma disorder. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย. 2015;9(1):33-37.
- Barr AE, Barbe MF, Clark BD. Work-related musculoskeletal disorders of the hand and wrist: epidemiology, pathophysiology, and sensorimotor changes. J Orthop Sports Phys Ther. 2004;34(10):610-27.





