mobile_logomobile_logomobile_logomobile_logo
  • Home
  • การให้บริการ
    • ขั้นตอนการรับบริการศูนย์กายภาพบำบัด
    • ข้อมูลที่ควรทราบก่อนเข้ารับบริการ
    • ปฏิทินจัดอบรมความรู้สู่ประชาชน
    • ลงทะเบียนประวัติออนไลน์
    • ระบบตรวจสอบรหัสผู้ป่วย (HN) ออนไลน์
  • เกี่ยวกับเรา
    • ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
    • คณะกรรมการประจำศูนย์กายภาพบำบัด
    • โครงสร้างศูนย์กายภาพบำบัด
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ปิ่นเกล้า)
    • นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด (ศาลายา)
  • การรักษา
    • กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
    • กายภาพบำบัดระบบประสาท
    • กายภาพบำบัดทางเด็ก
    • กิจกรรมบำบัด
    • คลินิกกระดูกสันหลังคด
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการกีฬา
    • คลินิกกายภาพบำบัดทางการยศาสตร์
    • คลินิกกายภาพบำบัดในสุขภาพหญิง
    • คลินิกผู้สูงอายุ
    • คลินิกวอยตาบำบัด (Vojta Therapy)
    • คลินิกโรคเวียนศีรษะและการทรงตัว
  • โครงการพิเศษ
    • HealthcaRe Tele-delivery Service
    • โครงการเตรียมความพร้อมสู่การเรียน (School readiness)
    • กลุ่มกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ
    • โครงการตรวจหลอดเลือด
    • โครงการธาราบำบัด
    • โครงการกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ สมองเสื่อมป้องกันได้
  • ติดต่อเรา
  • TH
    • EN
    • TH
✕

การออกกำลังกายในผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง

  • Home
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน กายภาพบำบัดทางการกีฬา
  • การออกกำลังกายในผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง

การออกกำลังกายในผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง

มิถุนายน 21, 2018
Categories
  • กายภาพบำบัดทางการกีฬา
  • กายภาพบำบัดทางระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ
  • การออกกำลังกาย
  • บทความ ความรู้สู่ประชาชน
Tags
  • ออกกำลังกาย
  • ไขมันในเลือดสูง

ภาวะไขมันในเลือดสูง คือภาวะที่ร่างกายมีระดับไขมันในเลือดที่เปลี่ยนแปลงไป คือ มีการเพิ่มขึ้นของระดับคอเรสเตอรอล (total cholesterol), การเพิ่มขึ้นของระดับไขมันไม่ดี (low density lipoprotein/ LDL), การลดลงของระดับไขมันดี (high density lipoprotein/ HDL) และการเพิ่มขึ้นของระดับไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) ซึ่งภาวะความผิดปกติของไขมันในเลือดสามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ และจะต้องมีระดับไขมันที่ผิดปกติ 2 ตัวขึ้นไปถึงจะถือว่ามีภาวะไขมันในเลือดสูง (1, 2) โดยค่าปกติของระดับไขมันในเลือดแสดงในตารางที่ 1

 

ตาราง 1 ค่าปกติของระดับไขมันในเลือด (2)

ชนิดไขมัน ค่าปกติ
คอเรสเตอรอล (total cholesterol) น้อยกว่า 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
ไขมันไม่ดี (low density lipoprotein/ LDL) น้อยกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
ไขมันดี (high density lipoprotein/ HDL) มากกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
ไตรกลีเซอไรด์ น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

ความผิดปกติของไขมันในเลือดสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัยดังนี้

ปัจจัยแรกคือ ปัจจัยทางด้านพันธุกรรม เช่นมีความผิดปกติของยีนหรือเอนไซม์บางตัวที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระดับไขมันในเลือด ซึ่งสามารถรับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้จากบิดาหรือมารดาผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงโดยอาจพบลักษณะความผิดปกติทางคลินิกอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น มีภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน, โรคหัวใจและหลอดเลือดก่อนวัยอันควร, ไขมันสะสมที่กล้ามเนื้อหรือที่กระจกตา, ภาวะอ้วนลงพุง และอาการผิดปกติของระบบย่อยอาหาร (2)

ปัจจัยที่ 2 คือปัจจัยที่ไม่ได้มาจากพันธุกรรม เช่น พฤติกรรมในการดำเนินชีวิตประจำวันที่มีกิจกรรมทางกายน้อย การรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง เช่น ไขมันสัตว์, เครื่องในสัตว์, ไข่แดง, กะทิ, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือการรับประทานอาหารที่ให้พลังงานเกินความจำเป็นซึ่งร่างกายจะเก็บพลังงานเหล่านี้ไว้ในรูปของไขมัน (2)

ภาวะไขมันในเลือดสูงจะมีการสะสมไขมันที่ผนังหลอดเลือดส่งผลให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว (artherosclerosis) ทำให้เกิดการอุดกลั้นของเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ และก่อให้เกิดโรคอย่างเช่น โรคหัวใจขาดเลือด (ischemic heart disease) และโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (acute myocardial infarction) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของประชากรโลก อีกทั้งอาจเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง (cerebrovascular disease) , โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย (peripheral arterial disease), โรคเบาหวานหรือโรคไตเรื้อรัง (3)

แนวทางการรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง

  1. รักษาด้วยการรับประทานยา ผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงจะต้องพบแพทย์เพื่อได้รับการตรวจประเมินระดับของไขมันซึ่งใช้ในการพิจารณาในการเลือกตัวยา และปริมาณของยา
  2. รักษาด้วยวิธีที่ไม่รับประทานยา เช่น การออกกำลังกาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตประจำวัน การรับประทานอาหารที่เหมาะสม การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยถ้าเลือกแนวทางการรักษาแบบไม่รับประทานยาจะต้องมีการประเมินในระยะแรกทุก 6 สัปดาห์ จำนวน 2 ครั้ง หรือทุก 12 สัปดาห์หลังจากการเริ่มรักษา ถ้าค่าของระดับของไขมันในเลือดยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มสูงขึ้น ควรไปพบแพทย์ เนื่องจากอาจต้องใช้การรักษาด้วยการรับประทานยาร่วมด้วย (2)

การออกกำลังกายสำหรับภาวะไขมันเลือดสูง

การออกกำลังกายทั่วไป (general exercise) สามารถเพิ่มระดับไขมันดีได้เพียงเล็กน้อยในขณะที่การออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอ (aerobic training) สามารถลดระดับไขมันไม่ดีได้ 3-6 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร และสามารถลดระดับไตรกลีเซอไรด์ได้ด้วย การออกกำลังแบบมีแรงต้าน (resistance training) สามารถลดระดับไขมันไม่ดีและไตรกลีเซอไรด์เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามการออกกำลังกายด้วยแรงต้านนั้นให้ผลในการลดระดับไขมันน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิก (1)

ดังนั้นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกจึงเป็นรูปแบบการออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับการลดระดับไขมันในเลือด และควรออกกำลังกายสม่ำเสมอติดต่อกันอย่างน้อย 8 สัปดาห์  โดยมีหลักการของการออกกำลังกายดังนี้

  1. ความหนักของการออกกำลังกาย (intensity) สำหรับภาวะไขมันในเลือดสูง ควรออกกำลังกายด้วยความหนักระดับปานกลางถึงหนักมาก ซึ่งสามารถวัดได้จากระดับความเหนื่อยขณะทำกิจกรรมนั้นๆ เป็นคะแนนความเหนื่อย 0 – 10 โดยขณะพัก หรือขณะทำกิจกรรมนั้นๆไม่รู้สึกเหนื่อยเลย ระดับความเหนื่อยคือ 0 ระดับความเหนื่อยสูงสุดคือระดับ 10 โดยการออกกำลังกายระดับปานกลางให้มีความเหนื่อยอยู่ที่ 3-4 และระดับหนักอยู่ที่ 5-7
  2. จำนวนครั้งหรือความถี่ของการออกกำลังกาย อย่างน้อย 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละไม่น้อยกว่า 30 นาที
  3. ระยะเวลาการออกกำลังกาย ถ้าออกกำลังกายในระดับหนัก ควรออกอย่างน้อย 90 นาทีต่อสัปดาห์ หรือออกกำลังกายในระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ จะมีผลสามารถช่วยเพิ่มระดับไขมันดีได้ (4)

อย่างไรก็ตามการออกกำลังกายแบบอื่น ๆ ร่วมด้วย ส่งผลให้มีการลดระดับไขมันในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โปรแกรมการออกกกำลังกายที่เหมาะสมแสดงในตารางที่ 2 และตัวอย่างท่าออกกำลังกายแสดงในรูปภาพที่ 1 – 3

ตารางที่ 2 โปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อลดระดับไขมันในเลือด (1)

ออกกำลังกายแบบแอโรบิก ออกกำลังกายโดยใช้แรงต้าน
รูปแบบ เป็นการออกกำลังกายต่อเนื่องเป็นเวลานานอย่างน้อย 30 นาที โดยใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ในการทำกิจกรรมนั้น ๆ

เช่น การเดิน, การวิ่ง, การปั่นจักรยาน, การว่ายน้ำ

ออกกำลังกายโดยใช้แรงต้านจาก น้ำหนักตัวหรืออุปกรณ์
ความหนัก ระดับปานกลางถึงหนัก น้ำหนักระดับปานกลางที่สามารถยกได้ 12-15 ครั้งต่อชุดเพื่อเพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อ

น้ำหนักมากที่สามารถยกได้ 8-10 ครั้งต่อชุดเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

ระยะเวลา อย่างน้อย 50 – 60 นาที/วัน จำนวน 2 – 4 ชุด/วัน

 

ความถี่ มากกว่า หรือเท่ากับ 5 วัน/สัปดาห์ 2 – 3 วัน/สัปดาห์

รูปภาพที่ 1  ตัวอย่างการออกกำลังกายแบบแอโรบิก

 

รูปภาพที่ 2  ตัวอย่างการออกกำลังกายโดยใช้แรงต้าน

 

ออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเนื้อแขน เริ่มต้นด้วยการถือน้ำหนักข้างลำตัวโดยหงายมือไปทางด้านหน้า ค่อยๆงอข้อศอกยกน้ำหนักขึ้นจนสุด และปล่อยลงช้าๆ

 

ออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเนื้อหน้าอกและกล้ามเนื้อแขน เริ่มต้นในท่านอนหงาย ถือน้ำหนักในท่าคว่ำมือ กางแขนตั้งฉากกับแนวลำตัว ค่อยๆเหยียดแขนตรงยกน้ำหนักขึ้นจนสุด และค่อยๆ ปล่อยลงช้าไปสู่ท่าเริ่มต้น

 

ออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเนื้อต้นขาและกล้ามเนื้อสะโพก เริ่มต้นโดยยืนห่างจากผนังเล็กน้อย ค่อยๆย่อเข่าลงโดยที่เข่าไม่เลยปลายเท้า หลังจากนั้นเหยียดเข่ากลับสู่ท่าเริ่มต้น

ออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเนื้อต้นขาและกล้ามเนื้อสะโพก เริ่มต้นด้วยนอนหงาย ชันเข่า 2 ข้าง ค่อยๆยกสะโพกขึ้น หลังจากนั้นค่อยๆ ปล่อยสะโพกลงช้าๆ

ทั้งนี้การเลือกโปรแกรมการออกกำลังกายจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลจะต้องปรับให้เหมาะสมตามความสามารถ หรือระดับความทนทานของแต่ละบุคคล และควรคำนึงถึงข้อควรระวังและข้อห้ามต่าง ๆ สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว

การออกกำลังกายเป็นทางเลือกที่ดีในการควบคุมภาวะไขมันในเลือดสูง แต่ควรปฏิบัติควบคู่กับการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารลดปริมาณอาหารที่มีส่วนประกอบของ ไขมันอิ่มตัวและไม่รับประทานอาหารในปริมาณมากเกินความเหมาะสมของแต่ละบุคคลร่วมกับการปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตประจำวันโดยการเพิ่มกิจกรรมที่ใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้นจะทำให้ควบคุมระดับไขมันในเลือดได้ดีขึ้น (1)

เรียบเรียงโดย กภ.อาภาณัฐ ผลกมล

เอกสารอ้างอิง

  1. Riebe D, Ehrman KJ, Liguori G, Magal M, editor. ACSM’s guidelines for exercise testing and prescription. 10th ed. Philadalphia: Wolter Kluwer; 2017. p. 276-283
  2. วิมล พันธุเวทย์. ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ. กรุงเทพ: โรงพิพม์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2559. หน้า 24-63.
  3. Yi–heng L, Kwo-Chang Ueng, Jiann-Shing Jeng, Min-Ji Charng, Tsung-Hsien Lin, Kuo-Liong Chien et al. Taiwan lipid guideline for high risk patients. J Formos Med Assoc. 2017; 116: 217-248.
  4. Mcgowan MP. Effect of exercise on dyslipidemia. In: Kwiterovich PO The johns hopkins textbook of dyslipidemia. Philadalphia: Wolter Kluwer; 2010. p. 258–264.
Post Views: 13,078
Share
2

Related posts

พฤษภาคม 8, 2026

เมื่อเด็กเล็กอารมณ์ร้อน ดื้อ ต่อต้าน ( 1-4 ปี ) ผู้ปกครองควรรับมืออย่างไร ให้เด็กพัฒนาทักษะการดูแลอารมณ์ได้จริง


Read more
พฤษภาคม 1, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Myasthenia Gravis (MG)


Read more
เมษายน 27, 2026

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS)


Read more
เมษายน 10, 2026

การออกกำลังกายในภาวะเข่าโก่ง


Read more

ศูนย์กายภาพบำบัด เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

198/2 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า,
แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ : 0-63-520-5151

ศูนย์กายภาพบำบัด ศาลายา

999 ถนนพุทธมณฑลสาย 4
ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทรศัพท์ : 0-2441-5450 โทรสาร : 0-2441-5454
  • Facebook
  • YouTube
© Faculty of Physical Therapy, Mahidol University.